แกะรอย “เข็ม(เปลี่ยน)ทิศ”

6683

หนังสือเข็มทิศชีวิต เล่ม 1 โดย ฐิตินาถ ณ พัทลุง วางแผงปลายปี 2547 บรรทัดแรกบนปกหนังสือมีข้อความว่า 7 ปีที่แล้ว ผู้หญิงคนนี้มีหนี้เกือบร้อยล้าน วันนี้จ่ายหนี้หมด มีพอจนเลิกทำงานได้อย่างไร” ซึ่งถือเป็นประโยคสุดคลาสสิกที่กระตุ้นต่อมอยากปลดหนี้ด้วยธรรมะ จนสร้างสถิติเป็นหนังสือติดอันดับ Best Seller ต่อเนื่องยาวนานหลายปี มีการพิมพ์ซ้ำมากกว่า 100 ครั้ง แม้ในเวลาต่อมา จะมีการตั้งข้อสังเกตว่าปลดหนี้ได้เพราะขายกิจการก็ตามที!!

ฐิตินาถจึงกลายเป็นนักเขียนเงินล้านภาพพจน์ดีเพราะมีกิจกรรมทางธรรมควบคู่ไปด้วย กระทั่งในปี 2553 ก็เกิดข่าวฉาวขึ้นในสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่ออุบาสิกาฐิตินาถประกาศทวงเงินบริจาค 4.3 ล้านบาท คืนจากพระปราโมทย์ ปาโมชโช โดยกล่าวหาว่าพระโอนเงินและที่ดินที่ซื้อด้วยเงินบริจาคนี้ไปให้แม่ชี อดีตภรรยาเป็นผู้ดูแล และนับแต่นั้น เธอก็หันหลังให้พระปราโมทย์และสำนักสวนสันติธรรม แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่าพระปราโมทย์ไม่ได้ประพฤติผิดแต่อย่างใด

เข็ม (เปลี่ยน) ทิศ

เพราะเริ่มต้นจากการใช้ธรรมะแก้ไขปัญหาชีวิต จนสามารถตัดใจขายธุรกิจเพื่อปลดหนี้ได้ทั้งหมด และยังเลือกไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในบ้านต่างจังหวัด ไม่ไกลกรุงเทพฯ พร้อม Passive income หลักล้านจากค่าลิขสิทธิ์หนังสือเข็มทิศชีวิต เล่ม 1 มีสำนักพิมพ์เล็กๆ ของตัวเอง เขียนหนังสือแนวให้ข้อคิดกำลังใจ ว่างก็เปิดคอร์สอบรมการเขียนหนังสือ ภาพลักษณ์ของฐิตินาถในวันนั้นจึงดูเป็นผู้หญิงคิดบวกในวิถี Slow Life

แต่แล้วภายในเวลาไม่กี่ปี หนังสือเล่มต่อๆ มากลับมีคำขยายต่อท้ายจาก กฎแห่งเข็มทิศ, กฎแห่งความสุข ก็มาเป็น เข็มทิศจิตใต้สำนึก, เข็มทิศชีวิตมั่งคั่ง, เข็มทิศความสุข, เข็มทิศปลดล็อคสู่ความสำเร็จ, ฤทธิ์แห่งใจ และล่าสุด เข็มทิศเศรษฐี พร้อมกับการเปิดคอร์สแนวปลดล็อคปมในใจเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม จน “ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต” ดูจะเป็นไอดอลของคนอยากปลดหนี้และคนอยากรวยไปโดยปริยาย

อัดโปรโมทวันละ 10-14 โพสต์ เรียนแล้วรวย!!

จากการติดตามเพจเข็มทิศชีวิต ฐิตินาถ ณ พัทลุง พบว่ามีการโพสต์ราว 10-14 ครั้งต่อวัน เริ่มจากสวัสดียามเช้าเวลา 6.30 น. จนถึงโพสต์สุดท้ายเวลา 22.00 น. ระหว่างนั้นก็เป็นโพสต์ข้อคิดคำคม ภาพหรือคลิปกิจกรรมกับเหล่าเซเลปดาราคนดัง สลับกับเรื่องราวของลูกศิษย์ที่เรียนแล้วรวยเฉลี่ย 3-4 คนต่อวัน ซึ่งก็มีทั้งรวยจากการทำงาน เช่น กลับไปทำธุรกิจ 4 เดือน ยอดขายแตะ 100 ล้าน หรือเกิดไอเดียทำขนมขาย ได้วันละเฉียดแสน ฯลฯ รวมทั้งคนที่อยู่ดีๆ ก็รวย เช่น ได้รับเงินก้อนใหญ่ มีคนมาขอซื้อที่ดิน มีโทรศัพท์มาสั่งจองของ ฯลฯ

โดยทุกโพสต์ข้างต้นจะมีข้อความปิดท้ายว่า “พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้สอนเป็นเพียงผู้บอกทาง ผู้เรียนต้องเป็นผู้ลงมือเดินทาง ทำด้วยตนเอง” ก่อนจะระบุชื่อคอร์สที่กำลังเปิดรับสมัคร (ล่าสุดคือคอร์สฤทธิ์แห่งใจ 1-2 กรกฎาคม 2560) พร้อมเบอร์โทรศัพท์และไลน์ของทีมงานเข็มทิศชีวิต

ข้อกังขาคอร์สธรรมะ 25,000 บาท

การอบรมแนวสั่งจิตใต้สำนึก การสื่อประสาทเพื่อพัฒนาศักยภาพมนุษย์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า คอร์สปลดล็อค-เปลี่ยนชีวิต นั้น เทรนเนอร์จะต้องผ่านหลักสูตร NLP ซึ่งเปิดสอนในต่างประเทศ ดังนั้น เมื่อบวกกับเครดิตของเทรนเนอร์ คอร์ส NLP จึงอาจมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว!!

25,000 บาท ของครูอ้อยจึงไม่ใช่ราคาน่าตกใจถ้าเป็นคอร์ส NLP เต็มรูปแบบ แต่การวางตนเป็นผู้นำสมาธิภาวนาและการอ้างคำ “พระพุทธเจ้าตรัสว่า…” ในทุกโพสต์ที่โปรโมทคอร์ส รวมถึงคำแนะนำสุดเบสิกที่ให้กลับไปกราบพ่อแม่ กอด และบอกรักคนที่บ้านนั้นต่างหากที่เป็นข้อกังขาว่า 25,000 บาทนี้แพงเกินไปหรือไม่สำหรับคอร์สแนวลูกผสมแบบนี้

เข็มทิศอู้ฟู่

ถ้ามีผู้เข้าอบรมคอร์สละ 100 คน ครูอ้อยจะมีรายรับ 2.5 ล้านบาท เดือนหนึ่งมี 2 คอร์ส เท่ากับ 5 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 60 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากรวมกับคอร์สอื่นๆ ที่มีราคาตั้งแต่ 45,000-2 แสนบาท (ตามที่ครูเงาะเคยให้สัมภาษณ์) รายรับในส่วนนี้ก็น่าจะเฉียดร้อยล้านต่อปี

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ด้วยความเป็นนักลงทุนมือฉมัง เมื่อปี 2557 ครูอ้อยเคยทำตลาดหุ้นร้อนฉ่ากับข่าวซื้อหุ้น  ABC เพียงแค่ 12 ล้าน แต่กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 3 และด้วยราคาหุ้นเกิดการซิลลิ่ง ปรับสูงขึ้นติดต่อกันถึง 6 วันทำการ ว่ากันว่ามูลค่าหุ้นของครูอ้อยในเวลานั้นน่าจะพุ่งเฉียด 1,600 ล้านเลยทีเดียว ครั้นปี 2559 ครูอ้อยก็ทำโครงการหมู่บ้านเข็มทิศวิลเลจ แค่ 2 วัน ขายได้ถึง 80% ทั้งที่มีแค่โบรชัวร์ ต่อด้วยคอนโดคอมพาส เรสซิเดนท์ ย่านสาทร ก็ถูกลูกศิษย์รุมซื้อเกลี้ยงภายใน 2 ชม. เพราะใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ครูอ้อย

จึงไม่แปลกที่ครูอ้อยจะเป็นเจ้าของเพนท์เฮ้าส์ พื้นที่เกือบ 500 ตร.ม. ที่ตกแต่งอย่างหรูหราสมราคากว่าร้อยล้านบาท เพื่อให้ลูกศิษย์ได้มาเดินจงกรม นั่งสมาธิสงบสบายราวอยู่บนวิมานสวรรค์

สึนามิถล่มวิมานเข็มทิศ

ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 เวลา 15.13 น. ดาราสาว เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน ก็คงคิดไม่ถึงว่าข้อความที่โพสต์ในเฟสบุ๊ค Ae Maneerat จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมรสุมลูกใหญ่ที่พัดกระหน่ำเข้าใส่ห้องเรียนเข็มทิศชีวิตอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ใครที่เห็นเอ๋ จากตรงนี้ คอร์สนี้ หรือสื่อใดๆ จากที่นี่ นั่นมันนานมากแล้วนะคะ แต่ก็ยังมีการเอามาใช้วนเวียนจนถึงปัจจุบัน และก็ไม่ได้มีใครบอกว่าจะเอามาใช้ในการโปรโมทนะคะ “เอ๋ไม่ได้ไปมาประมาณเกือบ 3 ปีแล้วค่ะ” เพราะแนวทางไม่ตรงกัน และเอ๋ไม่อยากตอบคำถามในสิ่งที่ผ่านมานานแล้ว เอ๋ได้มีการเจรจาขอให้เอาเอ๋ออกจากคลิป และสื่อใดๆ จากที่นี่ (แต่คลิปของเอ๋ก็ยังปรากฏอยู่) ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ และยังไม่ได้รับการตอบรับที่แน่นอนว่าจะมีการดำเนินการในรูปแบบใด ดังนั้น ถ้าใครเห็นเอ๋จากสื่อใดๆ ที่มาจากที่นี่ ตอนนี้เอ๋ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วนะคะ”

 

คล้อยหลังในเวลา 16.47 น. เพจเข็มทิศชีวิต ฐิตินาถ ณ พัทลุง ก็โต้กลับทันควันด้วยโพสต์จากทีมอาสาผลิตบทเรียนฟรีทางไกลเพื่อประชาชน ประกาศถึงทุกคนที่รับชมคลิปฟรีว่า ภาพประกอบที่ใช้เป็นการบรรยายสดในห้องเรียนเข็มทิศที่ผู้เรียนได้เซ็นอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่แทนที่จะชี้แจงด้วยความสุขุม แอดมินกลับทิ้งท้ายอย่างมีอารมณ์

            “…ที่จริงทีมงานก็อยากจะไปนำภาพออกให้หมด เพราะไม่อยากกระทบใคร แต่บทเรียนหลายร้อยบท ก็ไม่รู้ว่าไปตัดขยับจะทำอย่างไร ทีมงานผลิตบทเรียนฟรี ก็ยังพยายามหาทางต่างๆ อยู่ค่ะ เพราะเราไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใคร เราทำดี เราก็ไม่อยากให้ใครไม่สบายใจค่ะ…”

พลันที่ถ้อยคำสะบัดสะบิ้งนี้แพร่ออกไปในโลกออนไลน์ สึนามิลูกใหญ่ก็โถมเข้าใส่อาณาจักรเข็มทิศชีวิต แถมยังมีรายงานอาฟเตอร์ช็อกจากเหยื่อแผ่นดินไหวก่อนหน้านี้อีกเพียบ

รวมมิตรคนดังขอเท!!

ก่อนหน้าที่เอ๋-มณีรัตน์ จะโพสต์นั้น ครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ ครูสอนการแสดงและแอ็คติ้งโค้ชชื่อดัง ก็เคยออกมาโพสต์ชี้แจงว่าไม่ได้เข้าไปร่วมในคลาสมาเป็นปีแล้ว เช่นเดียวกับปอย ตรีชฎา ที่ก็ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมมานานเป็นปี และก็เคยแจ้งให้ทีมงานเข็มทิศดึงภาพของทั้งคู่ออก แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ อุ๋ย บุดดาเบลส ถึงกับเซ็งเมื่อเห็นภาพตัวเองในคลิปโปรโมทคอร์สของครูอ้อย ทั้งที่ภาพนั้นเป็นเหตุการณ์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ขณะไปสังเกตการณ์เพื่อตัดสินใจว่าจะรับทำเพลงให้กับหลักสูตรนี้หรือไม่ ซึ่งสุดท้ายอุ๋ยก็ตัดสินใจไม่ร่วมงานด้วยและไม่คิดจะกลับไปอีก

ล่าสุด ซินแสโจ้-คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ก็ได้โอกาสระบายความอัดอั้นว่า คุณพ่อคือซินแสภาณุวัฒน์ ได้เขียนหนังสือชื่อ “เข็มทิศชีวิต” เมื่อปี 2545 ก่อนที่ครูอ้อยจะเขียนหนังสือชื่อเดียวกันในปี 2547 แต่คุณพ่อไม่อยากมีปัญหา จึงเป็นฝ่ายเลี่ยงไปใช้ชื่อ “ไขรหัสชีวิต” แทน ตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน โดยซินแสโจ้ถึงกับกล่าวย้ำความเชื่อที่ว่า แค้นนี้ต้องชำระ 10 ปีก็ยังไม่สาย

“เข็มพิษชีวิต”

จริงๆ แล้วถ้าเพียงแต่ทีมอาสาฯ ในเพจเข็มทิศชีวิตฯ จะรับปากกับเอ๋-มณีรัตน์ตั้งแต่แรกว่าจะรีบดำเนินการให้ แต่อาจต้องใช้เวลาเนื่องจากมีคลิปเป็นจำนวนมาก เรื่องราวก็คงไม่ลุกลามกลายเป็นข่าวใหญ่โตขนาดนี้ แต่เพราะคำตอบแบบถือดี มีองครักษ์พิทักษ์ครู แถมครูก็เล่นใหญ่ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดนขู่เรียกเงิน 11 ล้าน แต่กลับไม่ยอมชี้แจงเรื่องการเซ็นอนุญาตให้ใช้ภาพ รวมถึงแนวทางการสอนที่มุ่งสู่ความร่ำรวยซึ่งดูขัดแย้งกับแนวทางของพุทธศาสนา

ถ้าเจอสึนามิอีกที คราวนี้ “เข็มทิศ” ก็อาจกลายเป็น “เข็มพิษ” ได้นะคะครู…