ธนาคารไทยเครดิตฯ จับมือกรมการพัฒนาชุมชน จัดโครงการประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ OTOP

332

ประเดิมปีแรกโชว์ความสำเร็จอย่างล้นหลาม ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการ 151 ราย จาก 37 จังหวัด  ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการประกวดฯ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนอันโดดเด่น เพื่อลุ้นโอกาสการเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตของที่ระลึกธนาคารฯ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน 

ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนOTOP เพื่อเป็นของที่ระลึกของธนาคารฯ เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ เสริมรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องแนวความคิด EMpower for Community และเป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) ยิ้มรับความสำเร็จตั้งแต่ปีแรกที่จัดโครงการประกวดฯ ด้วยการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้ประกอบการชุมชน และการสนับสนุนอย่างดีจากกรมการพัฒนาชุมชน ภายใต้กระทรวงมหาดไทย  

วิญญู ไชยวรรณ

วิญญู ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า การจัดโครงการประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์กลุ่มชุมชน หรือที่รู้จักกันว่า ผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคาร ในการสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ชุมชน และเป็นไปตามแนวหลักปรัชญาการดำเนินธุรกิจของธนาคารไทยเครดิต “Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ” โดยเน้นส่งเสริม สนับสนุนชุมชนให้เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการรวมตัวกันเพื่อดำเนินงาน และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมเพื่อช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และนำจุดเด่นของชุมชนด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์

“ผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่โครงการประกวดฯ บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการตั้งแต่ปีแรก ซึ่งจะเป็นขวัญกำลังใจในการทำงานของทีมงาน ในการสร้างสรรค์โครงการเพื่อชุมชนและสังคมต่อไปในอนาคต”  วิญญู กล่าว

ในการประกวดรอบแรก มีผู้ประกอบการ 151 ราย จาก 37 จังหวัด ส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ พรีเมียม ประเทศ ชุมชน และทั่วไป ผู้เข้าร่วมประกวด 12 ราย ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์เด่นชุมชนต่อคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศของการประกวด โดยผู้เข้าร่วมประกวดที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายจะได้รับโล่รางวัลจากธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) และโอกาสการเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตของที่ระลึกธนาคารฯ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน 

ผลรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับพรีเมียมและทั่วไป ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารจากสแตนเลส”  โดย โพธิ์ทอง อรัญญิก แฮนด์ดิเวอร์ค จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับประเทศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “ชาอู่หลงสี่ฤดู” โดย จตุพล ชาไทย (ดอยแม่สลอง) จากจังหวัดเชียงราย และระดับชุมชน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “กิฟต์เซ็ตสบู่หอมจากธรรมชาติ” โดย  เนเจอร์ไลฟ์เฮิร์บ จากจังหวัดปราจีนบุรี

กฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการประกวดคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ พัฒนาชุมชนท้องถิ่น และเป็นช่องทางสำหรับธนาคารฯ ในการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยสร้างอาชีพ เสริมรายได้ให้แก่สมาชิกในชุมชน 

“ผลแพ้ชนะเป็นเพียงกติกาการประกวดเท่านั้น ที่สำคัญกว่าคือ เราต้องการสร้างการมีส่วนร่วมในการประกวด ความก้าวหน้าทางอาชีพ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมระดับชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานในการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต”  กฤษณา กล่าว

ทศมนพร พุทธจันทรา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวด กล่าวถึงเกณฑ์การให้คะแนนซึ่งแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ คุณภาพผลิตภัณฑ์ การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีความโดดเด่น

“ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่นำเสนอเพื่อการคัดสรรมีความหลากหลาย โดดเด่นไม่แพ้กัน ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการ มีเอกลักษณ์ในตัวเอง เรื่องราวที่น่าประทับใจ และองค์ประกอบครบถ้วนตามเกณฑ์การตัดสินที่กำหนดไว้ ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะเลิศทุกท่าน”  ทศมนพร กล่าว