เนสท์เล่ จับมือ วงษ์พาณิชน์ จัด “ตลาดนัดขยะชุมชน” ลำคลองสะอาด ชุมชนชื่นบานมีรายได้

308

หนึ่งในพันธกิจสำคัญของ เนสท์เล่ บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมคือ เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050  แม้จะเป็นเวลาอีกถึง 22 ปี แต่ในประเทศไทย เนสท์เล่(ไทย) ก็ได้เริ่มกิจกรรมสนับสนุนพันธกิจที่เป็นรูปแบบขึ้นที่ชุมชนริมคลองขนมจีน อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้กับโรงงานของเนสท์เล่ 

นาริฐา วิบูลยเสข

นาริฐา วิบูลยเสข ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำดื่มเนสท์เล่เพียวไลฟ์และน้ำแร่มิเนเร่ ภายใต้บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  พันธกิจด้านความยั่งยืนไปสู่เป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ของเนสท์เล่นั้น หนึ่งในแผนงานที่เป็นรูปธรรม คือการดูแลและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อปกป้องและฟื้นฟูแหล่งน้ำให้กับคนรุ่นต่อไป เกิดเป็นโครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำ โดยตลอด 7 ปีที่ลงมือทำโครงการนี้อย่างจริงจัง ผ่านความร่วมมือกับโรงเรียน ชุมชน และองค์กร ภาคประชาสังคม จนทำให้คลองขนมจีนที่เคยเน่าเสีย กลับฟื้นเป็นคลองที่สะอาด ปราศจากขยะเหมือนในอดีต 

และจากข้อสังเกตที่ได้ระหว่างการล่องเรือเพื่อเก็บขยะในคลองขนมจีนของโครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำพบว่ายังคงมีขยะในคลอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ การดูแลจัดการขยะเพื่อไม่ให้ทำลายสมดุลธรรมชาติจึงเป็นหน้าที่ที่ทุกคนควรตระหนัก  โดยเฉพาะชุมชนที่มีความผูกพันกับสายน้ำมาอย่างยาวนานอย่างชุมชนบริเวณโรงเรียนจรัสวิทยาคาร ต.บ้านหลวง อ.เสนา เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของ “ตลาดนัดขยะชุมชน กิจกรรมเพื่อการดูแลฟื้นฟูแหล่งน้ำอย่างยั่งยืนที่เนสท์เล่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นครั้งแรก จากการทำงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำปัญหาการจัดการขยะมาพูดคุยกับผู้นำชุมชน 

 “เราพบว่าปัญหาหนึ่งที่ทำให้แหล่งน้ำเน่าเสียคือขยะที่หลุดลอยลงสู่แหล่งน้ำ ดังนั้นการจัดการขยะอย่างยั่งยืนจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นทางที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เนสท์เล่จึงจัดอบรมให้ชาวบ้านได้รับความรู้ว่าขยะมีค่า และได้รับประสบการณ์จริงด้วยการจัดตลาดนัดขยะให้เกิดการซื้อขายจริง ผ่านความร่วมมือกับวงษ์พาณิชย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะและเป็นผู้รับซื้อขยะมาช่วยเรา โดยเริ่มที่แรกที่โรงเรียนจรัสวิทยาคาร ” นาริฐา กล่าว

ดร.สมไทย วงษ์เจริญ

ด้าน ดร.สมไทย วงษ์เจริญ ประธาน วงษ์พาณิชย์ กรุ๊ป กล่าวว่า “สายน้ำที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตชุมชนมาเป็นเวลานานกลายเป็นแหล่งน้ำเน่าเสีย ใช้ประโยชน์ไม่ได้เพราะมีขยะลอยน้ำเต็มไปหมด นี่เป็นเพราะขยะไปอยู่ผิดที่ผิดทาง ทำให้ทั้งขยะและน้ำกลายเป็นของเน่าเสีย การทิ้งขยะลงน้ำก็เหมือนทิ้งเงินลงแม่น้ำ เราควรส่งเสริมให้เกิดการจัดการขยะ ตั้งแต่ต้นทางในระดับครัวเรือนและชุมชน เพื่อไม่ให้ขยะเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศในน้ำและมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม 

“วงษ์พาณิชย์รู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมกับเนสท์เล่ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ความรู้การจัดการขยะเพื่อรักษามูลค่าขยะและส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปลี่ยนขยะทุกชนิดให้เป็นรายได้ของชาวบ้านและเป็นทรัพยากรหมุนเวียน สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป”  

ดร.สมไทย กล่าวว่า ที่วงษ์พาณิชย์จะแยกการรีไซเคิลตามประเภทวัสดุ เช่น กระดาษจะเอาไปผลิตเป็นเยื่อกระดาษใหม่ ไม่ต้องใช้ทรัพยากรใหม่ กระป๋องอะลูมิเนียมจะนำไปผลิตเป็นอะลูมิเนียมใหม่ได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งเลย ขวด PETสามารถทำได้หลายอย่าง เช่น ทำเป็นเส้นใยเพื่อมาทำเสื้อผ้าหรือกระเป๋า นับเป็นการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า เกิดการหมุนเวียนอย่างแท้จริง แก้ว ก็จะเอาไปผลิตเป็นแก้วใหม่ได้

กิจกรรมตลาดนัดขยะช่วยให้ชุมชนเรียนรู้การจัดเก็บและดูแลขยะอย่างถูกวิธี ทำให้ทรัพยากรที่อยู่ผิดที่ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น เรียนรู้ถึงความต่างของกระป๋องอะลูมิเนียมที่สามารถทำให้แบนและนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด ซึ่งต่างจากกระป๋องดีบุกที่ทำให้แบนไม่ได้ ขวด PET ใสที่บิดและปิดฝาก่อนทิ้งโดยไม่ต้องแยกฉลากให้ราคาดีกว่าขวดหลากสี ขวดน้ำปลา ซีอิ๊วต่าง ๆ ที่เป็นแก้วสามารถขายได้เลยโดยไม่ต้องถอดฝาออก สมุดจดที่ใช้หมดแล้วแค่ดึงปกออกก็สามารถขายได้ราคาดีกว่า เพราะปกต้องแยกขายเป็นกระดาษย่อย รวมถึงน้ำมันพืชที่ใช้แล้วไม่สามารถนำไปใช้ได้อีกก็นำมาขายได้เช่นเดียวกัน หรือแม้แต่ถุงแกงเลอะคราบมันก็สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน หรือ RDF ได้ เพราะจะให้พลังงานความร้อนได้ดี  

ขณะที่ อรัณยา กิจฉัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านหลวง ที่มีลูกบ้านอยู่ราว 200 ครัวเรือน กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ชาวบ้านบางคนไม่ค่อยแยกขยะกันเพราะขายแบบเหมารวมได้เพียงกิโลกรัมละ 2 บาท รถขยะจากส่วนกลางก็ไม่ได้เข้ามาถึงชุมชน เมื่อมีกิจกรรมตลาดนัดขยะชุมชนที่มีการอบรมและรับซื้อขยะที่แยกประเภทตามราคาจริง จึงเป็นประโยชน์ทั้งกับชาวบ้านและการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนไปพร้อมกัน สามารถสร้างรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ และแก้ปัญหาขยะในชุมชนและขยะในแหล่งน้ำได้จริง ตอนนี้ชุมชนเรารู้ว่าอะไรขายได้ ขายไม่ได้ รู้แล้วว่าจะต้องแยกขยะอย่างไรให้ขายได้ราคาดี มีกระดานอัปเดตราคาขยะแยกประเภทอยู่ในโรงเรียน เพื่อให้ชาวบ้านได้ทราบราคาขยะตามที่วงษ์พาณิชย์จะเข้ามารับซื้อจริงอยู่เป็นประจำ และในระยะยาวชาวบ้านจะไม่ทิ้งขยะลงคลองอีก เพราะก็เหมือนทิ้งเงินลงน้ำไปด้วย” 

นาริฐา กล่าวต่อว่า เนสท์เล่จะสานต่อความยั่งยืนให้กับกิจกรรมตลาดนัดขยะชุมชนนี้ ด้วยการนำวงษ์พาณิชย์สาขาในท้องถิ่นเข้ามารับซื้อขยะรีไซเคิลจากชุมชนโดยตรงต่อไปอย่างต่อเนื่อง มีการขึ้นป้ายแสดงราคาขยะชนิดต่างๆ อัพเดทให้ชุมชนได้ทราบ พร้อมกับการเดินสายจัดกิจกรรมตลาดนัดขยะชุมชนขยายไปในอีกหลายชุมชนริมคลองขนมจีน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการขยะ ลดปัญหาขยะชุมชนและในแหล่งน้ำ เพื่อให้ทั้งคลองปลอดขยะ และไปสู่เป้าหมายในการปกป้องและฟื้นฟูแหล่งน้ำได้อย่างแท้จริง ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน รวมทั้งชุมชนเพื่อดูแลโลกอย่างยั่งยืน