โรซ่า ก้าวผ่าน 50 ปี ด้วยโร้ดแมป 5 ปี “One Home, One Roza” พาสู่ความยั่งยืนคู่ครัวไทย

383

เอ่ยชื่อถึง ซอสโรซ่า คงไม่มีแม่ครัวไทยคนไหนไม่รู้จัก ! 

เพราะถึงปัจจุบันนี้ แบรนด์โรซ่า ได้อยู่คู่คนไทย ผ่านมือพ่อครัว แม่ครัวรุ่นแล้ว รุ่นเล่า มาถึง 5 ทศวรรษ นับตั้งแต่ยุคเครื่องปรุงอาหารมีอยู่ไม่กี่อย่าง จนถึงวันนี้ที่การปรุงอาหารมีตัวช่วยปรุงรสมากมายหลายร้อยชนิด โรซ่า ก็ยังเป็นแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจเสมอมา

แต่วันนี้ไม่เพียงแต่ผู้บริโภคที่เปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัย ผู้บริหารของโรซ่าเองก็เป็นเจนเนอชั่นใหม่ที่เข้ามากำหนดเส้นทางก้าวต่อไปของ “โรซ่า” ประกาศเดินหน้าประกาศแผนโร้ดแมป ปี “One Home, One Roza” ซึ่งไม่เพียงแต่จะรักษาส่วนแบ่งตลาดที่มีให้ยังคงเหนียวแน่นต่อไป  แต่ยังเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าให้เข้าถึงครัวเรือนไทยให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

เมย์ วังพัฒนมงคล

เมย์ วังพัฒนมงคล กรรมการบริหาร บริษัท ไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตอาหารคุณภาพเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีสำหรับคนไทยภายใต้แบรนด์โรซ่า กล่าวว่า โรซ่าดำเนินธุรกิจในกลุ่มสินค้าอาหารสำเร็จรูปในฐานะผู้ผลิตอาหารคุณภาพเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีสำหรับคนไทยทุกคนมาอย่างยาวนานตลอด 50 ปี ครอบคลุมใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มอาหารกระป๋อง กลุ่มซอสต่างๆ และกลุ่มอาหารบรรจุซอง ซึ่งล้วนได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันโรซ่าสามารถเข้าถึงครัวเรือนไทยได้มากถึง 38% โดยผลิตภัณฑ์ซอสมะเขือเทศ เป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 70%   และปลากระป๋อง เป็นผู้นำตลาดอันดับ 2 มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 18%

ความสำเร็จที่ยั่งยืนของแบรนด์โรซ่า เมย์ กล่าวว่า เกิดจากองค์ประกอบของความมุ่งมั่นใน 3 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย

ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใน 4 แกนหลัก ได้แก่ คุณภาพ รสชาติถูกปาก ความสะดวกสบาย และนวัตกรรม โดยโรซ่าเป็นแบรนด์แรกๆ ที่คิดค้นนวัตกรรมให้แก่สินค้าต่างๆ (First mover) เพื่อขับเคลื่อนเทรนด์อุตสาหกรรมอาหาร เช่น ซอสมะเขือเทศ และซอสพริกแบบขวดบีบ (Squeeze Bottle) และผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารพร้อมทาน “โรซ่าพร้อม” ที่มีหลากหลายเมนู มาพร้อมนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์แบบซอง Retort Pouch เจ้าแรกในตลาดอาหารพร้อมทาน

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์โรซ่าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอาหารกระป๋อง: ปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ และปรุงรส ปลาทูน่า และผักกาดดอง กลุ่มซอส: ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และซอสปรุงรสอื่นๆ และกลุ่มอาหารบรรจุซอง: โรซ่าพร้อม และผักกาดดอง รวมกว่า 200 รายการ ในระดับราคาตั้งแต่ 12-430 บาท

ความมุ่งมั่นในการเดินหน้าตอบแทนสังคมผ่านโครงการ CSR ต่างๆ ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เช่น โฮมฮักรักลูกหลานโภชนาการดี และโฮมฮักนักกีฬาน้อย

ความมุ่งมั่นใจการดูแลบุคลากรในองค์กร ด้วยการพัฒนาศักยภาพทั้ง Soft skill & Hard skill เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ รวมถึงส่งเสริมให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีความสุขในการทำงาน

เมย์ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าสู่ครอบครัวคนรุ่นใหม่ โรซ่าได้กำหนดแผนการดำเนินธุรกิจในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ เตรียมรุกตลาดด้วยแนวคิด “One Home, One Roza” พร้อมสานต่อพันธกิจในการทำหน้าที่เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัวไทยผ่านการพัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีประโยชน์ และมีคุณภาพ โดยเน้นให้สอดคล้องกับดีมานด์ของตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าทุกครัวเรือนไทยจะต้องมีสินค้าของโรซ่าอย่างน้อยบ้านละ 1 ชิ้น ครอบคลุม 80% ของครัวเรือนในประเทศภายในปี 2568”

โดยแนวคิด “One Home, One Roza” ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ถึงเป้าหมาย คือ  

กลยุทธ์ “Market Penetration” เพื่อเจาะทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และการพัฒนาช่องทางการขายสู่โลกดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดอีคอมเมิร์ซที่มีการเติบโตสูง และมาร์เก็ตเพลสยอดนิยมที่เป็นเว็บไซต์สื่อกลางในการซื้อขายสินค้าเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคทุกครัวเรือนได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์โรซ่าได้อย่างครอบคลุมในทุกพื้นที่

กลยุทธ์ “Innovative Product Development” นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าใหม่ที่มีนวัตกรรม เข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม อาทิ ซอสปรุงสำเร็จ อาหารพร้อมทาน เป็นต้น โดยบริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่องปีละ 5-10 รายการ

โดยแผนงานในปีนี้ บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าทำตลาดอย่างเต็มกำลัง ภายใต้งบการตลาดทั้งปีกว่า 100 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำการเป็น Roza Family Food” หรือแบรนด์ที่มีสินค้าหลากหลาย และครอบคลุม ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนในครอบครัว ด้วยการจัดสรรงบการตลาด 50 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญใหญ่แห่งปี50 ปี โรซ่า แฟมิลี่ฟู้ด เชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัว” ภายใต้แนวคิด Reconnecting Family Bonds” เพื่อเป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวด้วยการทำให้ “อาหารบ้านบ้าน” เป็นศูนย์กลางของบ้าน รวมถึงตอกย้ำทัศนคติของแบรนด์ (Brand Attitude) และคุณค่าของโรซ่าที่มุ่งเน้นมาอย่างต่อเนื่องตลอด 50 ปี ที่โรซ่าจะยังคงทำหน้าที่เป็นแบรนด์อาหารที่อยู่คู่ครอบครัวไทย และเป็นตัวกลางในการเชื่อมรสชาติความสุขของครอบครัวไทยตลอดไป เพื่อสร้างพื้นฐานครอบครัวที่แข็งแรงและนำไปสู่สังคมคุณภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มครอบครัวไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะครอบครัวยุคใหม่ รวมถึงครอบครัวดั้งเดิมที่มีสมาชิกหลายช่วงวัยอาศัยอยู่ด้วยกัน

ภายใต้แคมเปญนี้ บริษัทฯ จะทำกิจกรรมการตลาดแบบครบวงจรทั้งอะโบฟเดอะไลน์ และบีโลว์เดอะไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา และเว็บฟิล์มชุด “Home Food Story – อาหารบ้านบ้าน อาหารที่มีเรื่องเรา” ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัวผ่านเมนูอาหารบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำ การจัดทำ Family Bond Quiz แบบทดสอบออนไลน์ที่จะทำให้ทุกคนรับรู้ถึงคุณค่า และเห็นความสำคัญของการใช้เวลาคุณภาพร่วมกันกับคนในครอบครัวผ่านเรื่องราวเมนู “อาหารบ้านบ้าน” การสร้างสรรค์มินิซีรีส์ “จากสูญ…ถึงสิบ” โดยร่วมกับทีวีธันเดอร์ผลิตคอนเทนต์คุณภาพถ่ายทอดความสำคัญของ “ความสัมพันธ์ในครอบครัว” ในรูปแบบต่างๆ ผ่านเรื่องราวของตัวละครที่เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งวัยเรียน วัยทำงาน และคนทั่วไป รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่องทางต่างๆ ซึ่งจากแผนการตลาดดังกล่าว เมย์มั่นใจว่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้โรซ่าสามารถบรรลุเป้าหมาย One Home, One Roza ได้ภายในปี 2568

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมา ไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหาร มียอดรายได้รวมที่ 4,130 ล้านบาท ซึ่งความสำเร็จนี้ มาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีประโยชน์ มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และเข้าถึงได้ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่มีพฤติกรรมการทานอาหารที่บ้านมากขึ้น และเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ