ได้เวลา… สยามพิวรรธน์ ออกจากบ้านไปสร้างเมือง

3032

การวางแนวทางให้องค์กรขับเคลื่อนด้วยแนวทางอนุรักษ์นิยม ของ ชฎาทิพ จูตระกูล  ทำให้ นับตั้งแต่ สยามพิวรรธน์  หรือในชื่อเดิม บริษัท บางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส์ จำกัด เปิดศูนย์การค้าสยาม ห้างค้าปลีกแห่งแรกของบริษัท เมื่อปี 2516  ล่วงมาถึงวันนี้  45 ปี แม้จะเป็นเจ้าของศูนย์การค้าขนาดใหญระดับเอเชีย อย่าง สยามพารากอน  รวมถึงการเป็นยักษ์ใหญ่ค้าปลีกที่ครองพื้นที่สยามสแควร์ฝั่งเหนือทั้งแนว และกำลังจะเปิดอภิมหาโครงการริมแม่น้ำเจ้าพระยา อย่าง ไอคอนสยาม  

 แต่ สยามพิวรรธน์ก็ยังไม่เคยเดินออกจากกรุงเทพฯไปทำธุรกิจที่จังหวัดอื่นเลย

ชฎาทิพ จูตระกูล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ กล่าวว่า แนวทางของสยามพิวรรธน์ ไม่ได้มองถึงการเร่งขยายสาขาออกไปให้มากที่สุด  แต่การจะก้าวออกไปลงทุนในต่างจังหวัด ต้องมองเห็นรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม  45 ปีของสยามพิวรรธน์ จึงไม่เคยก้าวออกจากกรุงเทพฯ

แต่วันนี้ ชฎาทิพ มองเห็นโอกาสในการเคลื่อนทัพออกสู่ต่างจังหวัดแล้ว

จากความใฝ่ฝันของบิดา พลเอกเฉลิมชัย จารุวัสตร์ และชฎาทิพ ที่เมื่อ 20 ปีก่อนได้มีโอกาสไปช้อปปิ้งที่  Woodbury Common Premium Outlet ในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ความประทับใจ จึงตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำสร้างพรีเมียม เอาท์เล็ตในเมืองไทย จนมาถึง 3 ปีที่ผ่านมา ชฎาทิพเริ่มมองเห็นโอกาส และวางแผน 5 ปี จะสร้างพรีเมียม เอาท์เล็ตให้เกิดขึ้นในเมืองไทยให้ได้

จำนวนประชากรชาวไทยที่เพิ่มขึ้นถึงราว 70 ล้านคน ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามามากกว่า 35 ล้านคนต่อปี เติบโตขึ้นปีละ 15-20% ทุกปี ทำให้ชฏาทิพ ตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อเจรจาดึงเอาบริษัทผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกรูปแบบพรีเมียม เอาท์เล็ต อันดับ 1 ของโลก “ไซม่อน(Simon)” เข้ามาลงทุนเปิดเอาท์เล็ตในประเทศไทย

ไซม่อน คือ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลก ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รายใหญ่ที่สุดของโลก ประสบการณ์ในธุรกิจกว่า 40 ปี มีมากกว่า 230 โครงการใน 12 ประเทศทั่วโลก มีรายได้รวม 2.56 ล้านล้านบาท เป็นเจ้าของพรีเมียม เอาท์เล็ตชื่อดัง อาทิ Woodbury Common Premium Outlets ในนิวยอร์ก, Desert Hills Premium Outlets ในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา, Gotemba Premium Outlets ในญี่ปุ่น, Siheung Premium Outlets ในเกาหลีใต้ และ Genting Highlands Premium Outlets ในมาเลเซีย  เป็นต้น

โดยความร่วมมือระหว่าง สยามพิวรรธน์  และไซม่อน จะร่วมกันจัดตั้ง บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 130 ล้านบาท แบ่งส่วนการลงทุนเป็น 2 ส่วนเท่ากัน โดยเตรียมเปิด เป็นลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต ด้วยพื้นที่เช่าประมาณ 50,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 150 ไร่ อยู่บริเวณกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก โดยมีกำหนดเปิดบริการในเดือนตุลาคมปีหน้า

แต่ชฎาทิพ ไม่ได้วาดแผนในการเปิดลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต ให้มีรูปแบบหมู่บ้านเหมือนกับโครงการก่อนๆ ของไซม่อน เพราะหากไม่นับการรับหน้าที่ฟื้นศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์ กลายเป็นพาราไดซ์ พาร์คในปัจจุบัน ตั้งแต่สยามพารากอน มาจึงถึงไอคอนสยาม สยามพิวรรธน์ ไม่เคยทำอะไรเล็กๆ และไม่เป็น Talk of the Town

230 โครงการก่อนของไซม่อน อาจเป็นแค่หมู่บ้าน แต่โครงการที่ 231 ที่กรุงเทพฯ แห่งนี้จะกลายเป็น  “เมือง

Customer Engagement  คือคอนเซปต์เมืองของ ชฎาทิพ  หมายถึงการสร้างโครงการเมืองแห่งอนาคตที่ยั่งยืน  เป็นเมืองตัวอย่างของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่นอกจากลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต ที่จะเป็นแม่เหล็กดึงคนแล้ว  ยังมีส่วนประกอบอื่น เช่น ศูนย์อาหาร ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ร้านค้าต่างๆ ที่มีแนวทางธุรกิจเดียวกัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุค Millennium ที่เปิดให้ทั้งชาวไทย และนักท่องท่องเข้ามาเที่ยว ช้อปปิ้ง กิน อยู่ เรียนรู้และทำกิจกรรมในเมืองแห่งนี้

โดยนอกจากการเปิดลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต ไซม่อน 150 ไร่ แห่งแรกในกรุงเทพฯ แล้ว สยามพิวรรธน์ จะทำการซื้อที่รอบข้างเพิ่มเพื่อสร้างเป็นเมืองแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  รวมถึงการขยายโครงการออกสู่ต่างจังหวัดเป็นครั้งแรกของสยามพิวรรธน์ เล็งพื้นที่อีก 2 แห่งในภาคเหนือ และภาคใต้  ตั้งเป้าเปิดให้ครบ 3 แห่งภายในเวลา 3 ปี

“ความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์กับไซม่อนในครั้งนี้ จะทำให้เราสามารถออกไปเปิดตลาดในต่างจังหวัดได้ วันนี้สยามพิวรรธน์ไม่ได้ขายสินค้า แต่เราขายประสบการณ์  สร้างโครงการที่เป็นคอมมูนิตี้ ให้คนเข้ามาใช้ชีวิต ไม่จำเป็นต้องมาซื้อของ  แต่มาเรียนรู้ ทำกิจกรรม  กิน อยู่  ซึ่งแม้ลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เล็ต จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่เราก็มองว่า ลูกค้าชาวไทยจะเป็นกลุ่มหลักที่สร้างความยั่งยืนให้กับคอมมูนิตี้นี้ ทำให้เรามีความมั่นใจที่จะก้าวออกไปลงทุนในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก”

ด้าน มาร์ค ซิลเวสทรี EXECUTIVE VICE PRESIDENT ของไซม่อน กล่าวว่า ไซม่อนมองว่า สยามพิวรรธน์ มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกในเมืองไทย มีประสบการณ์ยาวนาน และมีฐานการเงินที่แข็งแกร่ง จึงตัดสินใจร่วมลงทุน  โดยไซม่อนพรีเมียมเอาท์เล็ตแห่งแรกในประเทศไทย จะมีร้านค้าลักชัวรี่แบรนด์ และดีไซเนอร์แบรนด์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 200 ร้านค้า มอบส่วนลด 25-70%  โดยเชื่อมั่นในความสำเร็จจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีจำนวนมาก  และมองไปถึงโอกาสในการขยายให้เป็นเอาท์เล็ตที่มีพื้นที่ใหญ่ระดับแนวหน้าของไซม่อนได้ในอนาคต