โอรีโอ สกัดจุดอ่อน ส่ง “OREO Thins” เจาะกลุ่ม Millennium

4520

ม้จะเป็นแบรนด์คุกกี้ที่ดังไปทั่วโลก มีมูลค่าแบรนด์อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก จนล่าสุดถูก Google นำไปใช้เรียกชื่อระบบปฏิบัติการ Android 8.0 เวอร์ชั่นต่อไป แต่สำหรับในประเทศไทย ความเป็นหนึ่งเป็นเพียงแค่ชื่อแบรนด์ แต่สำหรับยอดขายในตลาดบิสกิต “โอรีโอ” ยังคงเป็นรอง

ข้อมูลจากเอซี นีลเส็น  เผยผลสำรวจตลาดบิสกิตในประเทศไทย ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ว่า  ในตลาดบิสกิต ที่มีมูลค่าราว 1.3 หมื่นล้านบาทต่อปี ประกอบด้วยเวเฟอร์, ขนมขบเคี้ยว, แครกเกอร์ และคุกกี้  แบรนด์โอรีโอ มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ราว 5.2%  เป็นอันดับ 4  โดยแบรนด์เจ้าตลาดบิสกิตมีส่วนแบ่งอยู่ราว 8.5%             ขณะที่ตลาดคุกกี้ ที่โอริโอ จัดอยู่ในกลุ่มนี้ โอริโอ มีส่วนแบ่งราว 14% เป็นอันดับ 2 ของตลาด

ฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับว่า ที่ผ่านมา แม้มอนเดลีซ จะมีการเปิดตัวสินค้าโอรีโอในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่โอรีโอ แซนวิช 3 รสชาติ, มินิโอรีโอ ในกลุ่มขนมขบเคี้ยวขนาดเล็ก และสินค้าโอริโอ แพ็กเกตพิเศษในช่วงเทศกาล แต่กลุ่มลูกค้าของโอรีโอก็ยังอยู่ในกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ไม่สามารถขยายตลาดออกมาสู่กลุ่มอื่นที่ใหญ่ขึ้น เพราะสินค้าหลักคือ โอรีโอ แซนวิช เป็นคุกกี้ที่ถูกมองว่า ทานแล้วอิ่ม ไม่ใช่ขนมทานเล่นที่ได้รับความนิยมมากกว่า

OREO Thins คือความคาดหวังที่ฐานันท์ เรียกว่า เป็น Game Changing Lounge สกัดทุกจุดอ่อนที่โอรีโอ แซนวิชมีอยู่ ทั้งขนาดที่หนักเกินหากจะทานเล่น และรสชาติที่หวานเกิน ไม่เหมาะกับเทรนด์ของกลุ่มวัยรุ่น วันทำงาน ด้วยคุกกี้ชิ้นที่มีขนาดบางเพียง 3 มิลลิเมตร ให้ความบางเบา กรอบ ให้ความหวานกำลังดี พร้อมเนื้อครีมรสชาติยอดนิยมอย่างวานิลลา ดีไลท์ และทีรามิสุ โดยจะสามารถเข้าไปแชร์ส่วนแบ่งตลาดขนมขบเคี้ยวขนาดเล็ก ที่มีมูลค่าสูงกว่าตลาดคุกกี้ได้  โดยก่อนหน้าที่จะเข้ามาสู่ตลาดเมืองไทย OREO Thins เคยเขย่าตลาดบิสกิตเมืองจีนที่เคยตกต่ำให้กลับมาเติบโตได้ รวมถึงเข้าไปทำให้ยอดขายของโอริโอในสิงคโปร์ เติบโตจากก่อนหน้าได้ถึง 3 เท่า

ด้าน อนุรักษ์ อากาวัล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์บิสกิต บริษัท มอนเดลีซ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวOREO Thins ในครั้งนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นและไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภคในไทย เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ไม่เหมือนใคร ด้วยรสสัมผัสของคุกกี้ขนาดบางเพียง 3 มิลลิเมตร ที่ให้ความบางเบา กรอบ หวานกำลังดี พร้อมเนื้อครีมรสชาติยอดนิยมอย่างวานิลลา ดีไลท์ และรสทีรามิสุ ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ตอบโจทย์ผู้บริโภค Millennium  ที่มีช่วงอายุ 18-34 ปี ให้ได้เพลิดเพลินกับความอร่อยแนวใหม่ได้บ่อยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดของวัน

โดยมอนเดลีซได้วาง 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อนำเสนอ OREO Thins สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คำนึงถึงรูปร่าง ชอบลองสินค้าใหม่ และคำนึงถึงคุณภาพอันดับแรก ประกอบด้วย

1) การสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในผลิตภัณฑ์  จากคุกกี้ชิ้นที่มีขนาดบางเพียง 3 มิลลิเมตร ให้ความบางเบา กรอบ หวานกำลังดี พร้อมเนื้อครีมรสชาติยอดนิยมอย่างวานิลลา ดีไลท์ และทีรามิสุ ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

2) การเข้าถึงผู้บริโภคทุกช่องทาง ครอบคลุมทั้งสื่อออฟไลน์ ทั้งโฆษณาโทรทัศน์ สื่อ ณ จุดจำหน่าย และเน้นช่องทางออนไลน์ เฟซบุ๊ก และยูทูป เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายหลักอย่างใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

3) การกระตุ้นยอดขายด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อให้ผู้บริโภคเห็น OREO Thins ในร้านค้าได้อย่างง่ายดายและโดดเด่น ทั้งยังเสริมด้วยโปรโมชั่นการขายในช่วงเปิดตัวอีกด้วย เช่น โปรโมชั่นสะสมแสตมป์ และโปรโมชั่นราคาพิเศษ

ฐานันท์ วางเป้าหมายว่า OREO Thins จะทำให้โอรีโอสามารถขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ จากเดิมที่ราว 80% เป็นกลุ่มครอบครัว มาสู่กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน  ซึ่งจะทำให้ในปีหน้า โอรีโอจะมีส่วนแบ่งตลาดคุกกี้เป็นอันดับ 1 และภายในเวลา 3 ปี โอรีโอ จะเป็นแบรนด์ที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดบิสกิต ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่มีมากกว่า 10% ได้

“เราเชื่อมั่นว่า การเปิดตัว OREO Thins พร้อมกลยุทธ์การตลาดแบบ 360 องศาอย่างครบวงจรนี้ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโอรีโอในประเทศไทย และส่งผลให้ครองอันดับหนึ่งในตลาดบิสกิตกลุ่มคุกกี้ภายในปี 2561 ตามที่เราคาดหวังไว้  และเชื่อว่า  OREO Thins จะยังช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดบิสกิตโดยรวมอีกด้วย” ฐานันท์ กล่าว