‘AIMIRT’ ปิดดีลควบรวมและแปลงสภาพ ‘PPF’ รับโอนทรัพย์สินกว่า 2,000 ลบ. ดันพอร์ตโฟลิโอโตขึ้นกว่า 20%

232

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท หรือ กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ได้รับโอนทรัพย์สินของกองทุนรวม ‘PPF’ สุทธิรวมกว่า 2,000 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของ ‘AIMIRT’ กับธุรกรรมครั้งสำคัญและครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของตลาดรีทในประเทศไทย ที่มีการควบรวมและแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาฯ ข้ามค่ายมารวมกับ รีทอิสระ ด้านกองทุนรวม ‘PPF’ เดินหน้าขั้นตอนปิดกองทุนและชำระบัญชี เตรียมกระจายหน่วยทรัสต์และเงินสดที่ได้รับจากกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน

อมร จุฬาลักษณานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ได้รับโอนทรัพย์สินและภาระของกองทุนรวม ‘PPF’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเพื่อแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สินและภาระของกองทุนรวม ‘PPF’ ที่ได้โอนให้แก่กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ดังกล่าว ผู้จัดการกองทรัสต์ได้ออกหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ให้แก่กองทุนรวม ‘PPF’ จำนวน 196,019,335 หน่วยทรัสต์ พร้อมเงินสดจำนวน 168,382,500 บาท ตามอัตราการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ‘PPF’ กับหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ (Swap Ratio) ที่ 1 หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ‘PPF’ ต่อ 0.8731 หน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ พร้อมเงินสดจำนวน 0.7500 บาทต่อ 1 หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ‘PPF’ ถือเป็นการปิดดีลการควบรวมและแปลงสภาพกองทุนรวม ‘PPF’ เข้ารวมกับกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ได้สำเร็จตามแผน โดยธุรกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ในฐานะรีทอิสระรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่มีนโยบายการลงทุนที่เปิดกว้าง สามารถเลือกลงทุนในทรัพย์สินศักยภาพได้อย่างเป็นกลาง และสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้นักลงทุน ซึ่งกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ได้ผ่านบทพิสูจน์มาแล้วจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เริ่มต้นจาก IPO ที่ 2,140 ล้านบาทในปี 2561 จนตอนนี้หลังจากควบรวมกองทุนรวม ‘PPF’ สำเร็จ มูลค่าทรัพย์สินรวมเติบโตขึ้นจนแตะ 13,000 ล้านบาท โดยขนาดกองทรัสต์ที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มีความแข็งแกร่งและมีศักยภาพสูงขึ้นในหลากหลายด้าน

ด้าน จรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นในการมองเห็นศักยภาพของทรัพย์สินของกองทุนรวม ‘PPF’ และการเล็งเห็นโอกาสในการประหยัดค่าธรรมเนียมและภาษีในการแปลงสภาพกองทุนรวมอสังหาฯ ที่ได้รับจากภาครัฐซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2567 นี้ ตลอดช่วงระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ผู้จัดการกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ มุ่งมั่นและพยายามในการทำให้ดีลนี้สำเร็จได้ตามแผน แม้จะมีความท้าทายในหลากหลายด้าน เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ถือหน่วยของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ รวมถึงผู้ถือหน่วยของกองทุนรวม ‘PPF’ การควบรวมทรัพย์สินของกองทุนรวม ‘PPF’ เข้ามาช่วยเสริมจุดแข็งของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะในแง่ของการกระจายตัวของพอร์ตทรัพย์สินไปในโซน EEC และการมีสัดส่วน Freehold ที่เพิ่มสูงขึ้นจาก 60% เป็น 67% ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยเสริมความมั่นคงในระยะยาวของรายได้และผลตอบแทนของกองทรัสต์ได้เป็นอย่างดี และถือเป็นอีกหนึ่ง Strategic Move ที่สำคัญในด้านการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกลุ่มปิ่นทอง ซึ่งเป็นมืออาชีพที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพย์สินต่อไป นอกจากนี้สำหรับผู้ถือหน่วยของกองทุนรวม ‘PPF’ การย้ายมาอยู่ในแพลตฟอร์มของรีทช่วยปลดล็อคข้อจำกัดในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งข้อจำกัดหนึ่งที่สำคัญ คือ โอกาสในการเติบโตผ่านการลงทุนเพิ่มในทรัพย์สินที่มีศักยภาพ ซึ่งในปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาฯ ไม่สามารถทำได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ และลดความเสี่ยงจากการลงทุนในทรัพย์สินประเภทเดียว

ธนาเดช โอภาสยานนท์ กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท เอไอเอ็ม รีท แมนเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อดีและประโยชน์ที่ได้จากสำหรับธุรกรรมการควบรวมกองทุนรวม ‘PPF’ ผ่านการแปลงสภาพกองทุนรวม ‘PPF’ เข้ามารวมกับกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากการที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากนักลงทุนทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างดี ด้วยผลโหวตอนุมัติที่เป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 100% เต็มจากผู้ถือหน่วยของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ และ 99% จากผู้ถือหน่วยของกองทุนรวม ‘PPF’ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากในการรักษาความสมดุลของผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยทั้งสองฝั่ง นอกเหนือจากข้อดีทางด้านการเติบโตและกระจายตัวของพอร์ตทรัพย์สินตามที่กล่าวมา การควบรวมทรัพย์สินของกองทุนรวม ‘PFF’ เข้ามา ยังทำให้กองทรัสต์ ‘AIMIRT’ จัดโครงสร้างเงินทุนได้ดีขึ้น และจะก่อให้เกิดเสถียรภาพในการจ่ายประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ ได้เป็นอย่างดี

โดยในขั้นตอนต่อไปกองทุนรวม ‘PPF’ จะเริ่มดำเนินการแบ่งหน่วยทรัสต์ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ พร้อมเงินสดให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ‘PPF’ ที่มีชื่อปรากฏในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน ณ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน และคาดว่าหน่วยทรัสต์ที่ออกใหม่ของกองทรัสต์ ‘AIMIRT’ จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 12 มิถุนายน 2567 และหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ‘PPF’ จะถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันเดียวกัน