XSpring AM ประสบความสำเร็จกอง Private Real Estate Fund ขายเกลี้ยง

245

●         XSpring AM ฉลองความสำเร็จหลังเปิดกองทุนส่วนบุคคล XSpring AM Private Real Estate Fund กองใหม่ ในช่วงเดือน พ.ค. ผลตอบรับดีเยี่ยม รับจังหวะนักลงทุนมองหาการลงทุนทางเลือกใหม่ แสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่าในช่วงตลาดหุ้นซบเซา ผลตอบแทนสูง ใช้ระยะการลงทุนประมาณ 1 ถึง 3 ปี*

         ผลงานกองแรกที่เริ่มตั้งแต่ ปี 2566 การันตีความสำเร็จ สร้างเม็ดเงินในการระดมทุนกว่า 1,500 ล้านบาท กระจายการลงทุนใน บริษัทร่วมทุนชั้นนำ นักลงทุนชื่นมื่นรับผลตอบแทนเฉลี่ย 10 – 15%**

●         มองภาพรวมจังหวะการลงทุนอสังหาฯ ช่วงนี้ได้เปรียบ สร้างโอกาสการต่อรองในช่วงตลาดยังไม่สดใส เพื่อรอรับผลตอบแทนที่เติบโตในช่วงตลาดฟื้นตัวในอีก 2 – 3 ปี

ยศกร ฟอลเล็ต

ยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด หรือ XSpring AM เปิดเผยว่า จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด 19 ถึงแม้ว่าหลายปีที่ผ่านมา อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นแต่ก็ยังเป็นอัตราการเติบโตที่ช้า ส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและมองหาการลงทุนทางเลือกใหม่ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ ในปีที่ผ่านมา XSpring AM จึงได้ออกแบบกองทุนเพื่อเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนในยุคปัจจุบันด้วยการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ที่ลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด เริ่มจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (XSpring AM Private Real Estate Fund)โดยจะเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพ และคาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่นักลงทุน ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการ XSpring AM Private Real Estate Fund  ไปแล้วพบว่าได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี และมีความต้องการเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน XSpring AM ได้มีกองทุนส่วนบุคคลที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้ว 9 กองทุน กระจายการลงทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 9 แห่ง คิดเป็นมูลค่าการระดมทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 2567) 

สำหรับการลงทุนในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์นั้น เป็นการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้เป็นการลงทุนผ่านตลาดรอง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แต่เป็นการลงทุนโดยตรงกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 2 ล้านบาท ทำให้นักลงทุนสามารถร่วมเป็นผู้ลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสูง ทั้งแนวราบ และแนวสูงได้แล้ว นอกจากนี้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ได้รับผลกระทบจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่หวือหวาเห็นได้ชัดจากภาพรวมความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศที่ในไตรมาสที่หนึ่ง ปรับลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของไตรมาสก่อน (QoQ) และลดลงถึง 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์ระดับราคา 1 – 3 ล้านบาท ที่ครองตลาดสัดส่วน 30% ของประเทศ สวนทางกับดัชนีราคาบ้านที่ปรับตัวขึ้นเพิ่มขึ้นราว 1% สะท้อนให้เห็นว่าอสังหาริมทรัพย์กลุ่มที่มีราคาหลัก 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังมีความต้องการอย่างแข็งแกร่ง เพราะมีอัตราการเติบโตของราคาสูงกว่าปกติ ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ XSpring AM ลงทุน 

โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา XSpring AM ได้จัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล XSpring AM Private Real Estate Fundพบว่าได้รับการตอบรับจากนักลงทุนตามคาด เนื่องจากกองทุนนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนที่มองหาการลงทุนทางเลือก และหาโอกาสสร้างผลตอบแทนการลงทุนในโครงการไม่ต่ำกว่า 10%**  โดยกองทุนส่วนบุคคลใหม่นี้จะมีอายุสัญญาจัดตั้ง 1 – 3 ปี ซึ่งมองว่าเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยน่าจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในครึ่งปีหลังจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ และผลการลงทุนเหล่านี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดในอีก 1 – 3 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะเริ่มเข้าสู่ขาลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หากพิจารณาจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งก่อนหน้าในเดือนเมษายน 2567 ที่ประชุมมีมติ 2 เสียง จาก 7 เสียง ที่เห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้ว หากในการประชุมครั้งถัดไปในเดือนมิถุนายนเป็นไปตามที่หลายคนคาดหวัง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่จะได้รับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น  ซึ่งคาดว่าหากอัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มปรับลดลงในครึ่งหลังของปีนี้น่าจะทรงตัวในระดับต่ำไปอีก 2- 3 ปี และอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น คือปัจจัยด้านกฎหมายการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มีการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาถือครองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกำลังซื้อจากภายนอกที่มุ่งเป้าเข้ามาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

*ความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

**ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต