BLC โชว์ฟอร์มแกร่ง ไตรมาส 1/2567 กวาดรายได้ 365.1 ล้านบาท พุ่งขึ้น 8.3%

146

‘บมจ. บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค หรือ BLC’ ประกาศผลงานไตรมาส 1/2567 ทำรายได้จากการขายและให้บริการรวม 365.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 41.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% และ 36.0% จากปีก่อนตามลำดับ ชี้ยาแผนปัจจุบัน และสมุนไพรนวัตกรรมผลตอบรับดี ชูกลยุทธ์สร้าง Brand Awareness เข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายต่อเนื่อง การผลักดันยาสามัญใหม่ในพอร์ตโฟลิโอเข้าสู่โรงพยาบาล และวางจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ ยาสามัญใหม่ และยานวัตกรรมสมุนไพร รวมทั้งการจับมือกับกลุ่มพันธมิตรขยายสู่ตลาดอาเซียน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายรายได้เติบโต 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2569

ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 (มกราคม – มีนาคม) บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 365.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3%  และมีกำไรสุทธิ 41.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยความสำเร็จมาจากการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ การเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายสู่โมเดิร์นเทรด อีคอมเมิร์ซและออนไลน์ การสื่อสารการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า สร้าง Brand Awareness เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์พอร์ตโฟลิโอ รวมทั้งทำการตลาดเชิงรุก ผ่านการจัดโปรโมชันและการออกบูธสินค้า ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ มีกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีอย่างหลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. กลุ่มยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญและยาสามัญใหม่ (Generic Drugs and New Generic Drugs) มีรายได้ 274.7 ล้านบาท คิดเป็น 75.2% จากรายได้รวม 2. กลุ่มเครื่องสำอาง (Cosmeceutical) มีรายได้ 42.4 ล้านบาท คิดเป็น 11.6% จากรายได้รวม 3. กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร(Herbal Medicines) มีรายได้ 28.4 ล้านบาท คิดเป็น 7.8% จากรายได้รวม 4. กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food Supplements) มีรายได้ 11.2 ล้านบาท คิดเป็น 3.1% จากรายได้รวม 5. ผลิตภัณฑ์ยาสัตว์และอาหารเสริมสำหรับสัตว์ (Animal Medicines and Supplements) มีรายได้ 3.5 ล้านบาท คิดเป็น 1% จากรายได้รวม และรายได้อื่นๆ (Others) 4.9 ล้านบาท คิดเป็น 1.3% จากรายได้รวม

ทั้งนี้ บริษัทฯ วางเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 200 ล้านบาท และมีรายได้เติบโตสู่ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 ผ่าน 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) การสร้าง Brand Awareness เพื่อสร้างการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคลุม 2) ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์ Clenascar สู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด และขยายจุดวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรนวัตกรรมแบรนด์ Plaivana ในร้านสะดวกซื้อ รองรับดีมานด์ที่กำลังขยายตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ Kachalis เริ่มจำหน่ายผ่านช่องทางร้านขายยาเป็นหลักในไตรมาส 2 ปีนี้ที่ได้รับผลตอบรับดีมาก จึงขยายสู่ช่องทางออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

3) ผลักดันยาสามัญใหม่ดูแลเส้นผมเข้าสู่ระบบโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด 4) วางจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญใหม่เกี่ยวกับยาต้านไวรัส ในช่วงไตรมาส 2/67 โดยเน้นการจัดจำหน่ายผ่านกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาลเป็นหลัก รวมทั้ง เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่ม KACHAA ผลิตจากสมุนไพรนวัตกรรมกระชายดำ 5) ความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ โดยบริษัทฯ เตรียมลงนามความร่วมมือเพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นวัตกรรม อาทิ โพรไบโอทิกส์ และผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาทิ พริก และกระชายดำ เป็นต้น เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายต่างประเทศ รวมทั้งร่วมมือด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่อุตสาหกรรมยาในประเทศ และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน