สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรโลก (WUWM) เลือกไทย จัดประชุมประจำปี วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2567 เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

106

สมาคมการค้าตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรโลก หรือ World Union of Wholesale Markets : WUWM ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้ค้าส่งผลผลิตทางการเกษตรและอาหารสด ที่มีองค์กรสมาชิกอยู่ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก จับมือกับสมาคมการค้า ตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย หรือ TAWMA และตลาดไท ตลาดกลางสินค้าเกษตรครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เตรียมจัดการประชุมประจำปีของ WUWM ซึ่งเป็นงานประชุมสำคัญระดับโลกของวงการค้าส่งผลผลิตทางการเกษตรและอาหารสด โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ที่ประเทศไทย วันที่ 15-17 พฤษภาคม 2567 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก 

ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายกสมาคมการค้า ตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรไทย และผู้ถือหุ้นใหญ่ ตลาดไท กล่าวว่า “งานประชุมประจำปีของ WUWM ถือเป็นงานประชุมที่มีความสำคัญระดับโลก ที่มีผู้คนในแวดวงค้าส่งผลผลิตทางการเกษตรและอาหารสด ชั้นนำจากทั่วโลก เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งเป็นประจำทุกปี สำหรับในปีนี้ ประเทศไทยได้รับเกียรติ เลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุม WUWM ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้ชื่องานว่า ‘WUWM Bangkok 2024’ โดยมีผู้คนในแวดวงตลาดค้าส่งผลผลิตทางการเกษตรและอาหารสดจากทั่วโลกยืนยันเข้าร่วมงานแล้ว จำนวนกว่า 300 คน ซึ่งคณะผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงาน ยังมีกำหนดการเดินทางไปเยี่ยมชมตลาดไท ในฐานะตลาดกลางสินค้าเกษตรครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เพื่อชมตลาดต่างๆ ภายในตลาดไท โครงสร้างพื้นฐาน การดำเนินการ และความทันสมัย ในกระบวนการต่างๆ ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย และตลาดไท ที่จะแสดงศักยภาพในด้านต่างๆ และความครบครัน ตลอดจนความพร้อมที่จะรองรับความต้องการของโลกในอนาคต ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางค้าส่งสินค้าเกษตรของภูมิภาค”‘WUWM Bangkok 2024’ จัดขึ้นในธีม Wholesale markets at the forefront of food supply chain innovation: How can technologies make markets more relevant, more efficient, and more diversified?” โดยได้รับเกียรติจาก นายฉู ตงหยู (Mr. Qu Dongyu) ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กล่าวปาฐกถาเปิดงาน ทั้งนี้ หัวข้อต่างๆ โดยรวมของการประชุม ได้แก่ Asia and its relevancy to the World, Digital Transformation of Wholesale Markets, Close Supply Chain Gap with Southeast Asia, and Challenges of Sustainability