เมกาบางนา ประกาศวิสัยทัศน์ผู้บริหารคนใหม่ เดินหน้าโครงการเมกาซิตี้ ชูกลยุทธ์ TENANT MIX พร้อมยกระดับ LOYALTY PROGRAM กับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่า

937
มาริส อโบลตินส์

ศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดตัวผู้บริหารคนใหม่ นายมาริส อโบลตินส์ นั่งแท่นตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ          บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเมกาบางนา และโครงการเมกาซิตี้  เผยทิศทางการบริหาร เดินหน้าผลักดันโครงการเมกาซิตี้  เร่งศึกษาศักยภาพในทุกมิติเพื่อพัฒนาพื้นที่ พร้อมแสวงหาความร่วมมือพันธมิตร นักลงทุน ร่วมพัฒนาโครงการมิกซ์ ยูส ที่ครบที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันนออก ชูกลยุทธ์ย้ำจุดแข็ง เมกาบางนา ด้วย TENANT MIX กับความหลากหลายและครบครันของร้านค้าที่ตอบสนองกับทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคน ในทุกๆวัน ตอกย้ำการเป็น YOUR EVERYDAY MEETING PLACE  ดึงแบรนด์ดัง ร้านอินเทรนด์ สร้างแม็กเน็ต เติมเต็มความต้องการลูกค้าเดิม เพิ่มทราฟฟิกลูกค้าใหม่ ยกระดับ LOYALTY PROGRAM  สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์  รีวอร์ดส ด้วย THE ULTIMATE EXPERIENCE มอบสิทธิพิเศษและประสบการณ์ที่มากกว่า เข้าถึงอินไซต์ตรงกับความต้องการของทุกเจนเนอเรชั่น เผยงบการตลาดปี 2567 รวมกว่า 200 ล้าน ประเดิมฉลองครบรอบ 12 ปี จัดงาน 12th  ANNIVERSARY 365 MEGA MOMENTS สานต่อกลยุทธ์ COLLABORATED EXPERIENCE จับมือศิลปินนักวาดภาพชื่อดัง JIRAYU KOO – จิรายุ คู ออกแบบผลงานศิลปะสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ต่อยอดปั้น INSTALLATION ART และบรรยากาศการตกแต่งศูนย์การค้าที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งความสุข พร้อมมอบสิทธิพิเศษ กิจกรรม และของสมนาคุณ แทนคำขอบคุณ ตั้งแต่วันที่  1 พฤษภาคม 2567 – 31 พฤษภาคม 2567  

บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าเมกาบางนา และโครงการเมกาซิตี้ ประกาศแต่งตั้ง มาริส อโบลตินส์ เป็น กรรมการผู้จัดการ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่จะมาร่วมกันขับเคลื่อนและต่อยอดการเป็น YOUR EVERYDAY MEETING PLACEของศูนย์การค้าเมกาบางนา สำหรับ  มาริส อโบลตินส์ เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมค้าปลีกมานานกว่า 15 ปี มีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การบริหารพื้นที่ค้าปลีกและการวางกลยุทธ์ด้านการขยายธุรกิจ โดยผ่านการทำงานกับเชนห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในกลุ่มประเทศยุโรป รับผิดชอบครอบคลุมทั้งด้านงานพัฒนาศูนย์การค้า การก่อสร้าง การบริหารร้านค้า ผู้เช่าและพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ รวมไปถึงมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับ IKEA ในยุโรปหลายประเทศ  ซึ่งจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญดังกล่าวเชื่อมั่นว่าสามารถขับเคลื่อนเมกาบางนาได้ในทุกมิติ   

“เมกาบางนา เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคอาเซียน การได้เข้ามาร่วมงานกับเมกาบางนาครั้งนี้ นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะนำประสบการณ์จากการทำงานในธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์กว่า 15 ปี มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด โดยยังคงตอกย้ำการเป็น YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ของเมกาบางนา ที่ได้ดำเนินงานมาตลอดระยะ 12 ปี รวมทั้งยังมีเป้าหมายในการรักษาลูกค้าเดิมควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ให้มากขึ้น ด้วยการสร้างประสบการณ์และการมอบข้อเสนอที่มีความแตกต่าง แปลกใหม่และเข้าถึงความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายของเราได้อย่างแท้จริง เพื่อให้เราเป็นมากกว่าแหล่งช้อปปิ้งแต่เป็นการใช้ชีวิตสำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกครอบครัว”

สำหรับโครงการเมกาซิตี้ นั้น มองว่ายังสามารถพัฒนาได้อีกมาก โดยหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการเมกาซิตี้ คือ การดึงสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนท์ชื่อดังที่เปิดมาแล้ว 70แห่งทั่วโลก อย่าง TOPGOLF มาเปิดให้บริการเป็นสาขาแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนส่วนต่อขยายของเมกาบางนา การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม อาคารสำนักงาน รวมถึงการพัฒนาพื้นที่รีเทลเพิ่มเติม ซึ่งจากจุดแข็งของทำเลย่านบางนา-ตราดที่ยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมถึงการลงทุนจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ จะทำให้ย่านบางนา-ตราด ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง การมีโครงการมิกซ์ ยูส ขนาดใหญ่อย่างโครงการเมกาซิตี้ จะสามารถรองรับความต้องการทั้งด้านที่อยู่อาศัยและการบริโภคได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ปัจจุบัน โครงการฯ อยู่ระหว่างการขยายระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งได้มีแนวทางการพัฒนาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อผลักดันให้โครงการเมกาซิตี้ เป็นโครงการมิกซ์ ยูส ที่สมบูรณ์แบบของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

มาริส ได้กล่าวถึงกลยุทธ์แนวทางการบริหารศูนย์การค้าเมกาบางนา เพิ่มเติมโดยเฉพาะจุดแข็งในด้าน TENANT MIX ว่า เมกาบางนา ซึ่งเปิดให้บริการในปี 2555 ปัจจุบันมีผู้เข้ามาใช้บริการรวมแล้วกว่า 550 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคอาเซียนได้อย่างชัดเจน โดยในขณะนี้เมกาบางนาที่มีพื้นที่ขายรวมกว่า 240,000 ตารางเมตร มีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) 100% โดยผู้เช่าหลักที่เป็นแม็กเน็ตสำคัญ ได้แก่ IKEA, CENTRAL @ MEGABANGNA, HOMEPRO,  BIG C Extra, MEGA CINEPLEX และมีร้านค้า ร้านอาหาร ศูนย์บริการต่างๆ รวมทั้งหมดกว่า 900 ร้านค้า ซึ่งมองว่าเมกาบางนา ยังมีศักยภาพในด้านการขยายพื้นที่ให้กับแบรนด์สินค้าต่างๆ ที่ต้องการมาเปิดสาขาเพื่อรองรับกำลังซื้อในย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดึงแบรนด์ที่ตอบโจทย์กับลูกค้าของเมกาบางนาเข้ามาเพิ่มเติม ทั้งเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเดิมและเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ซึ่งในปีนี้มีแบรนด์ที่เข้ามาเปิดสาขาแล้ว อาทิ NIKE FLAGSHIP STORE, H&M HOME, FAMTIME, LA MEOW BBQ & BISTRO และกำลังจะเปิดในเร็วๆ นี้ อาทิ  POP MART , LONGINES, CARE BEAR CAFÉ’, NIKO AND…, LONG JOHN’S SILVER, BHC CHICKEN, SINDOSEGI และ EASY! BUDDY เป็นต้น และมีแผนงานในการดึงร้านค้า แบรนด์ดัง ร้านค้าที่อยู่ในกระแสได้รับความนิยม ร้านอาหาร ศูนย์บริการต่างๆ ที่ครอบคลุมในทุก CATEGORY เพื่อมาเสริมศักยภาพของเมกาบางนาให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจากกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้เมกาบางนาเป็นสวรรค์ของการช้อปปิ้งและการใช้ชีวิตที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

  • ยกระดับ LOYALTY PROGRAM สมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส ด้วยแนวคิด  THE ULTIMATE EXPERIENCE กับสิทธิพิเศษและกิจกรรมที่มอบประสบการณ์  ที่เหนือกว่า

มาริส ยังได้กล่าวถึง การให้ความสำคัญกับ LOYALTY PROGRAM สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 360,000 คน โดยจากการรวบรวมข้อมูลในการเข้ามาใช้บริการและการเข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงการรับสิทธิพิเศษต่างๆ นั้น สมาชิกต่างให้ความสนใจกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยในปีนี้ ได้มีแผนงานเพื่อยกระดับสิทธิพิเศษให้กับสมาชิก ภายใต้แนวคิด THE ULTIMATE EXPERIENCE ที่จะมอบประสบการณ์และสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส ที่แตกต่างและเหนือกว่าเดิม โดยจะมุ่งเน้นการให้สิทธิพิเศษที่มากยิ่งขึ้น อาทิ ที่จอดรถพิเศษสำหรับสมาชิกฯ ส่วนลดและบัตรกำนัลที่มากกว่าเดิม รวมถึงการรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ตรงกับความต้องการ ความชอบ ไลฟ์สไตล์ ของสมาชิก โดยจะมีการเปิดตัวโปรแกรมต่างๆ ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

ในด้านการตลาดนั้น  มาริส ได้กล่าวว่า ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เราได้สร้างความพิเศษให้เกิดขึ้นในทุกๆ วันของการเข้ามาใช้บริการที่เมกาบางนา โดยการจัดแคมเปญการตลาดและกิจกรรมต่างๆ ที่จะมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลต่างๆ สำหรับปี 2567 นี้ ได้วางงบประมาณทางการตลาดไว้ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสแรกได้จัดแคมเปญทั้ง Seasonal Campaign และ Monthly Campaign มาตั้งแต่เทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ รวมถึงการจัดกิจกรรมสำหรับคอมมูนิตี้ต่างๆ เช่น Mega Pet Day และในเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นโอกาสครบรอบ 12ปี ของเมกาบางนา เราจึงตั้งใจมอบความพิเศษสำหรับลูกค้าทุกคน เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จร่วมกัน ในแคมเปญ 12th ANNIVERSARY  365 MEGA MOMENTS  โดยสานต่อกลยุทธ์COLLABORATED EXPERIENCE ด้วยการร่วมกับศิลปินนักวาดภาพชื่อดัง JIRAYU KOO (จิรายุ คู) หรือ จิรายุ คูอมรพัฒนะ ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งเราได้นำผลงานมาต่อยอดสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้า ตั้งแต่การตกแต่งบรรยากาศของศูนย์การค้า การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การจัดทำของสมนาคุณเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่น

นอกจากความร่วมมือดังกล่าวแล้ว ยังได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเมกา สไมล์  รีวอร์ดส ตลอดเดือนพฤษภาคม 2567 เมื่อใช้จ่ายภายในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไข สามารถแลกรับฟรี ของสมนาคุณจากการออกแบบของ JIRAYU KOO  ได้แก่

  • รับประทานอาหารครบ 3,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ แลกรับฟรี MEGA 12th ANNIVERSARY LANYARD  มูลค่า 159 บาท 
  • รับประทานอาหารหรือช้อปครบ 15,000 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จ แลกรับฟรี MEGA MOMENT SHOPPING SET ประกอบด้วย กระเป๋า 1 ใบ และ เข็มกลัด 1 ชิ้น มูลค่า 599 บาท 
  • รับประทานอาหารหรือช้อปครบ 30,000 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จ แลกรับฟรี MEGA DIARY BOX SET ประกอบด้วยสมุด 1 เล่ม และ สติ๊กเกอร์ 1 แผ่น  มูลค่า 999 บาท  
  • รับประทานอาหารหรือช้อปครบ 50,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ แลกรับฟรี  MEGA PUZZLE BOX SET  1 กล่อง บรรจุจิ๊กซอว์ จำนวน 1,000 ชิ้น มูลค่า 1,999 บาท 

และยังเพิ่มเติมความพิเศษเฉพาะวันที่ 5  พฤษภาคม 2567 ซึ่งตรงกับวันเปิดให้บริการเป็นวันแรกของศูนย์การค้าเมกาบางนาในปี 2555 เมื่อรับประทานอาหารหรือช้อปครบ 12,000 บาท ขึ้นไปต่อใบเสร็จ สามารถแลกรับเพิ่มคะแนนสะสมเมกา สไมล์ รีวอร์ดส 120 คะแนน และในทุกวันศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 3-6, 10-12, 17-19 และ 24-26 พฤษภาคม 2567  เมื่อรับประทานอาหารหรือช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ยังรับสิทธิ์เล่นเกมรับของรางวัลที่บูธกิจกรรม นอกจากนี้  สำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส ที่เกิดในเดือนพฤษภาคม เมื่อรับประทานอาหารหรือช้อปภายในเดือนพฤษภาคม 2567 ครบ 1,212 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับคะแนนสะสมเพิ่มทันที 12 คะแนน อีกด้วย

“ตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่ผ่านมา เมกาบางนามีแนวคิดสำคัญ คือ We Create A Better Everyday Life for the Many People ที่มุ่งทำให้เมกาบางนา เป็นพื้นที่ที่จะยกระดับการใช้ชีวิตสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกคอมมูนิตี้ ในทุกๆวัน ซึ่งได้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ทิศทางต่อไปจากนี้ เราจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาในทุกมิติ ทั้งเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ สังคม และเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้ภาคการค้าปลีกของไทยโดดเด่นและแตกต่างในระดับโลกต่อไป” มาริส กล่าว