‘แม็ทชิ่ง กรุ๊ป’ จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 เผยแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง มั่นใจรายได้เป็นไปตามเป้า

450

บริษัท แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ให้บริการด้านการผลิตสื่อและภาพยนตร์ครบวงจรที่ให้การสนับสนุนด้านการผลิตภาพยนตร์และโฆษณาที่มีคุณภาพทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล โดยมีการแบ่งประเภทธุรกิจของบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท เกียร์เฮด จำกัด ผู้นำธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ภาพยนตร์โฆษณา รวมถึงละคร โดยเป็นบริษัทอันดับหนึ่งใน South East Asia, บริษัท เดอะ สตูดิโอ พาร์ค (ประเทศไทย) จำกัด ให้บริการสตูดิโอ (Sound Stage) และสถานที่ถ่ายทำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังดำเนินการผลิตคอนเทนต์ (ภาพยนตร์/ละคร/ซีรีส์) และจัดกิจกรรมในพื้นที่ (Event and Exhibition) ทางบริษัทได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2567 โดยที่ประชุมได้มีมติอนุมัติตามที่คณะกรรมการบริษัทเสนอ อาทิ รับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566, รายงานผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบปี 2566, การอนุมัติงบการเงินปี 2566, การอนุมัติการกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการสำหรับปี 2567, การอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าสอบบัญชี ประจำปี 2567 และอื่น ๆ

ชยานนท์ อุลิศ

ชยานนท์ อุลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท แม็ทชิ่ง ในปี 2566 มีรายได้จากธุรกิจให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์, ธุรกิจให้บริการสตูดิโอและให้เช่าสถานที่ถ่ายทำ และธุรกิจผลิตคอนเทนต์ รวมทั้งสิ้น 450.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.65 ล้านบาท จากปี 2565 โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 31.37% สำหรับแนวโน้มธุรกิจของกลุ่มบริษัท แม็ทชิ่ง ในปี 2567 คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งภาครัฐมีนโยบายให้ความสำคัญและสนับสนุน Soft Power เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในมิติต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักและชื่นชมไปทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมภาพยนตร์-วิดีทัศน์และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลดีแก่กลุ่มบริษัท แม็ทชิ่ง และภาพรวมด้านธุรกิจของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยอีกด้วย

“นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งเน้นสร้างการเติบโตให้กลุ่มธุรกิจโดยเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายในต่างประเทศเพื่อขยายกลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย รวมทั้งเพิ่มช่องทางและโอกาสทางธุรกิจภายในประเทศ ด้วยการหาพันธมิตรทางธุรกิจ ที่จะร่วมกันพัฒนาเพื่อผลิตคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์สู่อุตสาหกรรมบันเทิง”

          ชยานนท์ กล่าวต่อว่า เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงธุรกิจในการดึงดูดภาพยนตร์จากต่างประเทศและกองถ่ายทำในประเทศให้มาใช้บริการเพิ่มขึ้น ทางบริษัทจึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงประสิทธิภาพด้านต่างๆ เช่น การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน สถานที่ให้บริการถ่ายทำ การลงทุนอุปกรณ์ที่ทันสมัย การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะทาง โดยในปี 2567 นี้ คาดว่าจะเป็นช่วงเวลาที่บริษัทสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยบริษัทยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยนโยบาย ESG ที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือ สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และการกำกับดูแล (Governance)