คปภ. เร่งให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัย กรณีรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ที่จังหวัดนครพนม

641

จากกรณีรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน 2ขห 4108 กรุงเทพมหานคร เสียหลักเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้า บริเวณถนนสกล-นาแก บ้านดอนโทน-บ้านท่าจำปา ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดสกลนคร ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนครพนม ในฐานะเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุได้ตรวจสอบข้อมูลการทำประกันภัย พร้อมทั้งติดตามรายงานความเสียหายอย่างเร่งด่วนผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยให้กับครอบครัวของผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม 

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จังหวัดสกลนคร ได้ลงพื้นที่ทันทีและจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน 2ขห 4108 กรุงเทพมหานคร จัดทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไว้กับบริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มคุ้มครองวันที่ 18 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 18 มีนาคม 2568 คุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาทต่อคน กรณีบาดเจ็บค่ารักษาสูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน กรณีสูญเสียอวัยวะ 200,000-500,000 บาทต่อคน กรณีทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน และกรณีเข้ารักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในจะได้รับค่าชดเชยรายวัน 200 บาทต่อวัน รวมกันไม่เกิน 20 วัน    และทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) ไว้กับบริษัท แอลเอ็มจีประกันภัย จำกัด (มหาชน) เริ่มความคุ้มครองวันที่ 18 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 18 มีนาคม 2568 โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก จำนวน 500,000 บาทต่อคน 10,000,000 บาทต่อครั้ง ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 1,000,000 บาทต่อครั้ง ความเสียหายต่อรถยนต์ 780,000 บาท รถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้ 780,000 บาท สำหรับความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลตามเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร (รย01) ผู้ขับขี่/ผู้โดยสาร 6 คน ๆ ละ  50,000 บาท และค่ารักษาพยาบาล (รย02) จำนวน 50,000 บาทต่อคน ประกันตัวผู้ขับขี่ (รย03) 200,000 บาทต่อครั้ง 

สำหรับการติดตามค่าสินไหมทดแทนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เบื้องต้นผลคดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบอุบัติเหตุที่เสียชีวิต จำนวน 5 ราย โดยเบื้องต้นจะได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัย ดังนี้

1. ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะมีสิทธิได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นค่าปลงศพ จากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จำนวน 35,000 บาท และความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลตามเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ จำนวน 50,000 บาท จากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ รวมเป็นเงิน 85,000 บาท

2. ผู้โดยสารที่เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ที่เป็นบุตรของผู้ขับขี่และเป็นมารดาของผู้ขับขี่มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) รายละ 500,000 บาท และจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 1 ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลตามเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ รายละ 50,000 บาท รวมเป็นเงินที่ทายาทจะได้รับรายละ 550,000 บาท

3. ผู้โดยสารที่เสียชีวิต อีกจำนวน 2 ราย มีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จำนวน 500,000 บาท และจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ประเภท 1 กรณีเสียชีวิต ร่างกาย อนามัยบุคคลภายนอก รายละ 500,000 บาท ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลตามเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ กรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ รายละ 50,000 บาท รวมเป็นเงินที่ทายาทจะได้รับรายละ 1,050,000 บาท

4. ผู้บาดเจ็บที่รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลนาแก สำนักงาน คปภ.จังหวัดสกลนคร ได้ประสานกับบริษัทประกันภัยเข้าไปอำนวยความสะดวกและรับรองสิทธิค่ารักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลโดยตรง โดยผู้บาดเจ็บไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาตามสิทธิแต่อย่างใด 

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) และสำนักงาน คปภ. จังหวัดสกลนคร ได้ประสานงานกับบริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อรวบรวมเอกสารและอำนวยความสะดวกเพื่อดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างรวดเร็ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอทายาทโดยธรรมจัดเตรียมเอกสารให้แก่บริษัทประกันภัย เนื่องจากทายาทผู้ประสบภัยมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้ประสานสำนักงาน คปภ. ภาค 5 (อุบลราชธานี) สำนักงาน คปภ. จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่ออำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างบูรณาการร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ผู้ประสบภัยหรือผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้มีการทำประกันภัยเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้อีกหรือไม่ หากตรวจสอบพบว่ามีการทำประกันภัยก็จะได้รับสิทธิตามสัญญาประกันภัยที่ระบุไว้ทุกประการ

สำนักงาน คปภ. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้ และพร้อมดูแลในด้านประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลาและกับทุกคน เพื่อความอุ่นใจ ควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยเฉพาะการประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) การประกันภัยรถ    ภาคสมัครใจ และการประกันภัยประเภทอื่น ๆ เพื่อให้ระบบประกันภัยช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านประกันภัย

ติดต่อสายด่วน คปภ. 1186