L&E กางแผนปี 67 คาดยอดขายโต 10% มองครึ่งปีหลังสัญญาณดี

517
อนันต์  กิตติวิทยากุล

“บมจ.ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ หรือ L&E” ฉายภาพรวมธุรกิจโค้งแรกของปีทรงตัว ตามการชะลอตัวของจีดีพี คาดการณ์ครึ่งปีหลังสัญญาณดี หลังโครงการและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐรวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ ขณะที่ตลาดต่างประเทศงานโครงการขนาดใหญ่ทยอยเปิดประมูล ดันธุรกิจปี 67 กลับมาเทิร์นอะราวด์ ตั้งเป้ายอดขายเติบโตได้ 10% ตามแผน อีกทั้ง ปัจจัยสนับสนุนงานจากในมือแน่นอยู่ที่ 1,200 ลบ.ทยอยรับรู้ต่อเนื่อง และงานที่ติดตามอยู่ค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่เป็นงานโครงการมากถึง 70% เข้ามาเติมแบ็กล็อก 

อนันต์  กิตติวิทยากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ L&E เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2567 คาดว่าจะเติบโตในระดับ 10% โดยแนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาสแรกของปีและครึ่งปีแรก 2567 คาดการณ์รายได้จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2566 สาเหตุหลัก ๆ ตลาดในประเทศมาจากงานโครงการ งานภาครัฐ งานขายส่ง/ขายปลีก ค่อยๆ ฟื้นตัว โดยขยายตัวตามประมาณการอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 2-3% ไม่เติบโตก้าวกระโดดตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า เนื่องจากการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคการส่งออกและภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ อย่างไรก็ดี บริษัทฯ คาดการณ์ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นหลังจากโครงการและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐรวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ สนับสนุนโอกาสในการรับงานต่อเนื่อง

ขณะที่ตลาดต่างประเทศ งานโครงการใหญ่ๆ ที่ติดตาม อาทิ โครงการมิกซ์ยูส ในประเทศอินโดนิเซีย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในประเทศออสเตรเลีย มีแนวโน้มที่จะได้งานสูงมาก  และสินค้าที่ผลิตจำนวนมากๆ เพื่อส่งออกไปยังตลาดในภูมิภาคอาเซียน จะเริ่มส่งผลอย่างจริงจังในครึ่งปีหลัง  สนับสนุนภาพรวมทั้งปีคาดการณ์รายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

ปัจจุบัน บริษัทฯ ยังมีปริมาณงานขนาดใหญ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีงานที่ L&E อยู่ระหว่างติดตามอีกจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นงานโครงการถึง 70% อาทิ โครงการ Cloud 11, Summit Tower, งานเปลี่ยนโคมไฟถนน LED โคมไฟ LED และหลอดไฟ LED สำหรับโครงการภาครัฐ, งานศูนย์ราชการ กระทรวงมหาดไทย, ตึก AIA รัชดา 2 และจ๊อดแฟร์ อาคาร 2 เข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงงานในมือที่ได้มา เช่น งานโครงการ One Bangkok ในส่วน Retail, Smart poles เป็นต้น โครงการ Forestias โครงการ Dusit Central Park, APAC Tower, ศูนย์การแพทย์คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น มาเสริมงานในมือ (Backlog) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 1,200 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ปีนี้ต่อเนื่อง

โดยบริษัทฯ ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตธุรกิจที่เกี่ยวกับ IoT (โดยยอดขาย IoT ในปี 2566 เติบโตมากกว่า 100% จากปี 2565) โดยสินค้า IoT ที่เกี่ยวกับแสงสว่าง รวมทั้งระบบควบคุมแสงสว่างอาคาร จากประสบการณ์โครงการที่ L&E สั่งสมมาในงานโครงการใหญ่ๆ เช่น One Bangkok, Park Silom, Bytedance HQ , Data Center KTB, อาคารจอดรถ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เป็นต้น  และมีแผนต่อยอดพัฒนาเป็น IoT Solution เพื่อตอบสนองกับเป้าหมายของภาครัฐในการพัฒนาความเป็น smart city 

รวมถึง การกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจที่เป็นโอกาสเพิ่มเติม ได้แก่ ธุรกิจ Entertainment ด้วยเป้าหมายการเป็น Smart Rental เน้นการให้บริการสตูดิโอถ่ายทำ Virtual Production ตอบสนองความต้องการที่สูงขึ้นจากลูกค้าในประเทศ ต่างประเทศ รวมทั้งร่วมผลิต content ทั้งใน TV และ Digital Platform สำหรับส่วนงาน Agriculture และ Biological & Wellness บริษัทฯเพิ่มการให้บริการครบวงจร และทำการตลาดสินค้าในกลุ่ม Wellness รับเทรนด์ด้านสุขภาพที่กำลังเติบโต

“L&E มีปัจจัยสนับสนุนงานจากในมือที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง และมีงานที่ติดตามอยู่ค่อนข้างสูง พร้อมกับมุ่งเน้นช่องทางการขายโดยเน้นสินค้านวัตกรรมในงานภาครัฐมากขึ้น และแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต่อยอดสู่ IoT Solution ด้านการส่งออก อย่างไรก็ดี ล่าสุดพบแหล่งวัตถุดิบ supply chain ลดต้นทุนการผลิต พร้อมส่งออกไปสหรัฐฯ สนับสนุนตลาดต่างประเทศของเรายังมีทิศทางสดใส เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก” อนันต์ กล่าว