ผู้ถือหุ้น ‘บมจ.มั่นคงเคหะการ’ไฟเขียวปรับโครงสร้างธุรกิจ เดินหน้าเข้าซื้อหุ้นและหน่วยลงทุน “คลังสินค้า” และ “โรงงานให้เช่า” 

421

‘บมจ.มั่นคงเคหะการ’ หรือ MK เดินหน้าแผนปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจ หลังได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ขายหุ้น 100% บริษัท อาร์เอ็กซ์ เวลเนส จำกัด หรือ “RXW” ให้บริการด้านสุขภาพแก่ บริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “FNS” บริษัทแม่ และให้สิทธิการเช่าที่ดิน 10 ปี พร้อมซื้อหุ้นสามัญของบริษัท บีเอฟทีแซด วังน้อย จำกัด หรือ “BFTZWN” บริษัทย่อย เพิ่มสัดส่วนถือหุ้นเป็น 100% และซื้อหน่วยทรัสต์ “PROSPECT REIT” เพิ่มเป็น 30.80% คาดจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในปี 2567 มุ่งสู่ธุรกิจ “คลังสินค้า” และ “โรงงานให้เช่า” ประกาศพาองค์กรเติบโตอย่างมั่นคง สร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน

วรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 มีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจของ MK เพื่อให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจในอนาคตที่มุ่งเน้นการเติบโตจากพอร์ตธุรกิจอาคาร “คลังสินค้า”และ “โรงงานให้เช่า” ที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญเป็นธุรกิจหลัก โดย MK จะขายหุ้นสามัญของบริษัท อาร์เอ็กซ์ เวลเนส จำกัด (RXW) ประกอบธุรกิจบริการด้านสุขภาพ จำนวน 13,799,998 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท คิดเป็นสัดส่วน 100% ของหุ้นที่ได้จำหน่ายแล้วทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 276 ล้านบาท ให้แก่บริษัท เอฟเอ็นเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (FNS) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และจำหน่ายทรัพย์สินที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการประกอบธุรกิจดังกล่าว มูลค่าประมาณ 84 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 360 ล้านบาท พร้อมสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารสำหรับธุรกิจให้บริการด้านสุขภาพ เป็นเวลา 10 ปี มูลค่าการเช่ารวมประมาณ 1,770 ล้านบาท นอกจากนี้ FNS จะต้องให้กู้ยืมเงินแก่ RXW เพื่อนำมาชำระเงินกู้และดอกเบี้ยแก่ MK

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้ซื้อหุ้นสามัญและหน่วยทรัสต์จาก FNS ประกอบด้วย 1.) หุ้นสามัญของ บริษัท บีเอฟทีแซด วังน้อย จำกัด (BFTZWN) จำนวนทั้งสิ้น 24,999 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 100 บาท ในราคาหุ้นละ 2,000.08 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 50 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 50% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด และ 2.) หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาฯ พรอสเพค โลจิสติกส์และอินดัสเทรียล (PROSPECT REIT) จำนวนทั้งสิ้น 83,212,061 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หน่วยละ 9.4697 บาท ในราคาหน่วยละ 9.3885 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 781 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 22.19% ของหน่วยทรัสต์ที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด

ทั้งนี้ ภายหลังจากการปรับโครงสร้างธุรกิจดังกล่าวจะส่งผลให้ MK มีสัดส่วนถือหุ้นใน BFTZWN ผ่านบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด จากเดิม 50% เพิ่มเป็น 100% มีอำนาจตัดสินใจและสิทธิในการบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ PROSPECT REIT จาก 8.61% เป็น 30.80% ของหน่วยทรัสต์ที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์ที่เพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้านเงินลงทุนให้กับบริษัทฯ เนื่องจากหน่วยทรัสต์ PROSPECT REIT มีสภาพคล่องในการซื้อขาย

“การได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ MK เพื่อกลับมาเติบโตอย่างมั่นคง จากนี้ไป บริษัทฯ จะเดินหน้าเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจ “คลังสินค้า” และ “โรงงานให้เช่า” ให้แข็งแกร่งพร้อมรับโอกาสภาคอุตสาหกรรมโลกขยายฐานการผลิตสู่อาเซียน สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholder) ทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าการปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจจะเสร็จสิ้นภายในปี 2567”  วรสิทธิ์ กล่าว