“ธนพิริยะ” ยักษ์ร้านค้าปลีกท้องถิ่นยังโตดี ปี 66 ทำรายได้ 2,613 ลบ. จ่ายปันผลอีก 0.045 บ./หุ้น

428
เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ

ธนพิริยะ (TNP) ยักษ์ใหญ่ซุปเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น โชว์ผลงานปี 2566 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 2,613 ล้านบาท โตขึ้น 7.40% ปัจจัยบวกจากยอดขายของสาขาที่เพิ่มขึ้น ด้านกำไรสุทธิ อยู่ที่ 156 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 5.91% พร้อมกางแผนปี 2567 เดินหน้าโตต่อเนื่อง ลุยกลยุทธ์หลักเพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้าในโซนภาคเหนือตอนบน เล็งแผนเปิดเพิ่มอีก 6 สาขา หนุนปี 67 มี 51 สาขา พร้อมตั้งเป้าเติบโตอยู่ที่ 10-15 % ด้านบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มเติมอีก อัตราหุ้นละ 0.045 บาท กำหนดจ่าย 24 พฤษภาคมนี้

เภสัชกรหญิงอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในจังหวัดเชียงราย เผยผลการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจำนวน 2,613.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 180.01 ล้านบาท หรือ 7.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยบวกจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายการเปิดสาขาใหม่ จำนวน 4 สาขา สนับสนุนให้ ณ สิ้นปี 2566 บริษัทมีทั้งสิ้น 45 สาขา โดยเป็นกลยุทธ์หลักที่บริษัทเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ในการขยายสาขาเพื่อให้ครอบคลุมในพื้นที่ชุมชน สร้างการเข้าถึงของผู้บริโภค อีกทั้งการมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอยู่เสมอ ด้วยราคาที่เป็นมิตรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

โดยบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น อยู่ที่ 439.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.53 ล้านบาท คิดเป็น 5.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 16.83% ซึ่งการเพิ่มขึ้นเกิดจากภาพรวมยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้น และแม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น เนื่องจากสาขาที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทฯ ก็สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนให้มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 155.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.51 ล้านบาท คิดเป็น 4.37% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 5.91%

สำหรับในปี 2567 TNP มีแผนขยายเพิ่มอีก 6 สาขา สนับสนุนให้ TNP มีสาขาทั้งสิ้น 51 สาขา สร้างการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน ธนพิริยะ มีสาขาที่ครอบคลุมโซนภาคเหนือตอนบนแบ่งเป็น จ.เชียงราย 35 สาขา จ.เชียงใหม่ 4 สาขา และ จ.พะเยา 6 สาขา และสาขาล่าสุด คือสาขาที่ 45 สาขาเวียงป่าเป้า 2 ที่ได้เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว

อีกทั้งในไตรมาส 1 ปี 2567 ได้มีนโยบายจากทางภาครัฐ Easy e-receipt มาตรการลดหย่อนภาษีประจำปี 2567 ที่กรมสรรพากรกำหนดให้บุคคลธรรมดาสามารถนำใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-receipt/E-tax invoice) ของการซื้อสินค้า และบริการจากร้านค้าที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีใน ปี 2567 ได้สูงสุด 50,000 บาท ในการซื้อสินค้าระหว่างวันที่ 1 มกราคม จนถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งธนพิริยะได้เปิดให้บริการเพื่อรองรับมาตรการดังกล่าวทุกสาขา

เภสัชกรหญิงอมร กล่าวเสริมอีกว่า “โดยปี 2567 นี้ ทิศทางอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัว การท่องเที่ยวคึกคัก เศรษฐกิจเดินหน้า ผู้บริโภคมีกำลังซื้อต่อบิลที่มากขึ้น อีกทั้งนโยบายของภาครัฐที่เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งกลยุทธ์การขยายสาขาช่วยสร้างการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ โฟกัสในทำเลศักยภาพโซนภาคเหนือตอนบน ซึ่งเราได้ศึกษาและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโตอยู่ที่ 10-15%” 

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายปันผลจากผลประกอบการประจำปี 2566 ให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวน 800,000,000 หุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.085 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 68,000,000 บาท ซึ่งเมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้วในอัตราหุ้นละ 0.04 บาท จึงคงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายจากผลดำเนินงานงวด 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2566  อีกในอัตราหุ้นละ 0.045 บาท รวมเป็นเงิน 36,000,000 บาท โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Recode Date) ในวันที่ 8 มีนาคม 2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ซึ่งต้องรออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 เมษายน 2567