TKS ปี 67 สัญญาณฟื้นตัว ตั้งธงรายได้โต 14%  แจกเงินปันผลผู้ถือหุ้นอีกหุ้นละ 0.17 บาท

449

TKS ประเมินทิศทางธุรกิจปี 2567 สัญญาณเติบโตในทิศทางที่ดี ตั้งเป้ารายได้โต 14% ชี้ธุรกิจฉลากและบรรจุภัณฑ์มีโอกาสเติบโตสูง และสินค้าประเภทฉลากป้องกันการปลอมแปลง (Security Label) ยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้ดี โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมทัพ ชูกลยุทธ์ Tech Ecosystem Builder สร้างรากฐานการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว ล่าสุดผลการดำเนินงานปี 66 มีรายได้ 1,488.3 ลบ. กำไรสุทธิ 291.6 ลบ. พร้อมแจกปันผลเป็นเงินสดตอบแทนผู้หุ้น 0.17 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 19 มี.ค. 2567  และกำหนดการจ่ายเงินปันผลภายในวันที่  13 พ.ค. 2567 นี้ ประกาศซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น หรือไม่เกินร้อยละ 5.90 ของหุ้นจดทะเบียนและชำระแล้วเพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินทางการเงิน

จุติพันธุ์ มงคลสุธี

จุติพันธุ์ มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS ผู้ประกอบธุรกิจ Security Printing ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยถึงแผนธุรกิจของบริษัท คาดผลงานในปี 2567 จะเห็นการฟื้นตัวทั้งธุรกิจฉลากและบรรจุภัณฑ์ (Label & Packaging Solutions) ที่ยังมีโอกาสเติบโตมากกว่า 25% จากการขยายตลาดไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และตลาดอาเซียน รวมไปถึงการผลักดันธุรกิจฉลากป้องกันการปลอมแปลง (Security Label solution) ที่สามารถเติบโตได้ดี และเป็นโซลูชั่นที่มีโอกาสเติบโตอย่างมาก 

“ปีนี้ถือว่าเป็นปีของการฟื้นตัว คาดว่าจะเห็นรายได้เติบโตขึ้น และยังมีงานที่ส่งมอบ โดยธุรกิจแพ็กเกจจิ้งก็ถือว่ามีความแข็งแกร่ง ผลประกอบการสามารถเติบโตไปได้ ที่ผ่านมาบริษัทมีการกระจายความเสี่ยง (Diversify) ธุรกิจให้มีความหลากหลาย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็มีการพิจารณาการลงทุน M&A ต่อเนื่อง” จุติพันธุ์ กล่าว    

ขณะที่ผลประกอบการของ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX น่าจะเห็นผลประกอบการที่ดีกลับมาฟื้นตัวขึ้นในปีหน้าทั้งในส่วนของแบรนด์ Huawei ที่จะฟื้นตัวขึ้นในปีนี้ การเปิดตัว Nintendo Switch by Synnex อีกทั้งในส่วนของ Samsung S24 ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก เป็นส่วนช่วยผลักดันยอดขายให้เพิมขึ้นเช่นเดียวกัน

บริษัทฯยังเดินหน้าตามกลยุทธ์ Tech Ecosystem Builder โดยมุ่งเน้นการปรับแผนธุรกิจของบริษัทฯมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล โดยการพัฒนานวัตกรรมด้านระบบสารสนเทศ และได้ปรับโครงสร้างองค์กรในกลุ่มบริษัทฯให้เกิดผลผนึกทั้งด้านการพัฒนาตลาดและผลิตภัณฑ์ และด้านการลดต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยรวมสำหรับรักษาฐานธุรกิจเดิมควบคู่ไปกับการหาพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดปี 2566  มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 1,488.3 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน  93.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.9 โดยรายได้ที่ลดลงมาจากยอดขายงานโครงการพิเศษในกลุ่มธุรกิจการพิมพ์ป้องกันการปลอมแปลงและยอดขายธุรกิจการพิมพ์ข้อมูลลูกค้าด้วยระบบดิจิทัลที่ปรับตัวลดลง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 29.6 ลดลงจากปีก่อน ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 30.8 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบกระดาษและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

โดยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 291.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 57 จากปีก่อน เป็นผลจากการลดลงของกำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ บริษัทฯรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 154.1 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 44.3 โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจาก SYNEX ที่ลดลง 

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากผลการดำเนินงานปี 2566 ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท คิดเป็นเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 127.11 ล้านบาท  ทั้งนี้ บริษัทฯได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว ในอัตราหุ้นละ 0.08 บาท และสำหรับงวด 6 เดือนหลัง สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566 ให้จ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.17 บาท  กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 มีนาคม 2567  และกำหนดการจ่ายเงินปันผลภายในวันที่  13 พฤษภาคม 2567

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯได้อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) ครั้งที่ 2 โดยมีจำนวนหุ้นที่จะซื้อคืนไม่เกิน  30,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 5.90 ของหุ้นที่จดทะเบียนและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯภายในวงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อบริหารทางการเงินโดยเป็นการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีระยะเวลาซื้อหุ้นคืน 6 เดือน นับแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2567