INETREIT เดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 1 เพิ่มศักยภาพกองทรัสต์ ชูจุดเด่นลงทุนในกรรมสิทธิ์โครงการ ‘INET-IDC3 เฟส 2’ 

1189

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต (INETREIT) กองทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนตรงในทรัพย์สินประเภทศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center) ทั้งหมด เดินหน้าเพิ่มทุนครั้งที่ 1 เตรียมเข้าลงทุนเพิ่มเติมในโครงการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลไอเน็ตแห่งที่ 3 “โครงการ INET-IDC3 เฟส 2” เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน รับความต้องการใช้คลาวด์ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องและเมกะเทรนด์ยุคดิจิทัล ชูจุดเด่นเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่ไม่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการลงทุน (Freehold)

สุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเมนท์ จํากัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า จากรายงานการวิจัยทางการตลาดแบบอิสระ จัดทำโดย บริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์แนชั่นนัล จำกัด ภาพรวมธุรกิจศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center) และการให้บริการคลาวด์แก่ลูกค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Public Cloud) ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดรวม 2.07 พันล้านเหรียญสหรัฐ และ 919.7 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2565 ตามลำดับ ซึ่งคาดว่าในปี 2566 – 2570 มูลค่าตลาดรวมธุรกิจ Data Center ในประเทศไทยจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 4.8% ต่อปี และมูลค่าตลาดรวมบริการคลาวด์ทุกประเภทในไทย จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 19.5% ต่อปี โดยปัจจัยหลักมาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีไร้สาย การเชื่อมต่อและการเข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย การทำงานระยะไกล อาทิ การเชื่อมต่อไร้สายในระบบ Edge (Edge Connection), การวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytic) การรับส่งข้อมูลผ่านระบบภาพและเสียงสตรีมมิ่ง (Audio Visual Streaming) ฯลฯ ส่งผลให้ความต้องการใช้ระบบเชื่อมต่อต่าง ๆ เติบโตอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างเมืองอัจฉริยะ การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขึ้น การขยายพื้นที่ให้บริการ 5G

ทั้งนี้ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และผู้เช่ากลับ เป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีแบบครบวงจรชั้นนำในประเทศไทย มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมากกว่า 27 ปี และเป็นผู้ให้บริการคลาวด์สัญชาติไทยที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ที่ 12.74% จากรายงานบทวิเคราะห์ด้านการเงินการลงทุนโดยบริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่นส์ อินเตอร์แนชั่นนัล จำกัด โดยในช่วงที่ผ่านมา INET ได้ขยายการลงทุนโครงการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลไอเน็ต (INET Data Center) เพื่อรองรับศักยภาพการเติบโตจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และตอบสนองความต้องการการจัดเก็บข้อมูลในระบบคลาวด์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ INET-IDC 3 ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสระบุรี เป็นศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลแห่งล่าสุดของ INET ที่มีความทันสมัยระดับโลก มีเสถียรภาพและความปลอดภัยสูง ได้รับมาตรฐาน และความมั่นใจด้วยบริการคุณภาพระดับมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013, ISO/IEC 20000-1:2018 และ ISO 22301:2019 ด้วย Service Level Agreement (SLA) IDC Infrastructure Uptime 99.90%

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT ก่อตั้งเมื่อปี 2564 ถือเป็นกองทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนตรงในทรัพย์สินประเภทศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center) ทั้งหมด ปัจจุบันมีทรัพย์สินหลัก ได้แก่ โครงการ INET-IDC3 เฟส 1 จังหวัดสระบุรี โดยเป็นการลงทุนในสิทธิการเช่าและมีระยะเวลาการเช่าคงเหลือประมาณ 22 ปี (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2588) โดย INETREIT ได้ปล่อยเช่าทรัพย์สินดังกล่าวแก่ INET เพียงรายเดียวและมีข้อตกลงปรับค่าเช่าขึ้นทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ที่อัตราร้อยละ 2 ต่อปี

ในปัจจุบัน จากแนวโน้มการเติบโตของตลาด Data center และ Cloud ที่กล่าวมาข้างต้น รวมถึง INET มีทิศทางในการเติบโตตามตลาด ซึ่ง INETREIT เล็งเห็นว่าทรัพย์สินของโครงการ INET-IDC3 เฟส 2 มีความพร้อมที่ให้กองทรัสต์เข้าลงทุน โดย INET-IDC3 เฟส 2 ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับเฟส 1 ซึ่งในครั้งนี้กองทรัสต์จะมีการลงทุนในกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ดังนี้

  1. ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ INET-IDC3 เฟส 2
  2. ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารควบคุมสถานีไฟฟ้าย่อย
  3. ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ INET-IDC 3 ทั้งหมด
  4. อาคารและส่วนควบของอาคาร และงานระบบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของโครงการ INET-IDC 3 เฟส 2 รวมพื้นที่ประมาณ 3,900 ตารางเมตร
  5. ตู้ Rack พร้อมอุปกรณ์การเชื่อมต่ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ใช้ในโครงการ INET-IDC 3 เฟส 2 จำนวน 246 rack

ภายหลังการเพิ่มทุน จะทำให้กองทรัสต์มีสัดส่วนการลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) 58% และลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) 42% และอายุการเช่าคงเหลือเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกองทรัสต์จากเดิม 22 ปี เป็น 54 ปี โดย INETREIT จะปล่อยเช่าทรัพย์สินที่กองทรัสต์จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมแก่ INET เพียงรายเดียวเป็นระยะเวลา 30 ปี และมีข้อตกลงปรับขึ้นค่าเช่าทุกปีในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ส่งผลให้กองทรัสต์มีรายได้ที่มั่นคงและเติบโต ไปพร้อมกับยุคแห่งดิจิทัล

เผดิมภพ สงเคราะห์ รักษาการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า

จุดเด่นการลงทุนเพิ่มเติมของ INETREIT คือ

1) กองทรัสต์จะลงทุนในกรรมสิทธิ์ จึงสามารถสร้างรายได้แก่กองทรัสต์โดยไม่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาลงทุน (Freehold)

2) ทรัพย์สินที่กองทรัสต์เข้าลงทุนเพิ่มเติมมีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล และเป็นอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าสูงขึ้น

3) ทรัพย์สินของกองทรัสต์จัดอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

4) กองทรัสต์มีโอกาสเติบโตจากการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมในอนาคตและมีสิทธิในการปฏิเสธก่อน (Right of First Refusal) ในทรัพย์ที่ใช้ดำเนินธุรกิจศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center) ของ INET รวมถึงสิทธิในการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม (Right to Invest) ในตู้ Rack เพิ่มเติมภายในโครงการ INET-IDC 3 เฟส 2

5) INET ซึ่งเป็นผู้เช่าหลักมีความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการและมีประสบการณ์ในธุรกิจศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center) มาเป็นเวลานาน

6)กองทรัสต์ถูกบริหารจัดการโดยทีมผู้บริหารที่มากด้วยประสบการณ์และมีเครือข่ายที่ครอบคลุมสำหรับธุรกิจศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center) นอกจากนี้ การลงทุนกับกองทรัสต์ในปัจจุบันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และเป็นโอกาสดีที่จะลงทุนในกองทรัสต์เพื่อรับผลตอบแทนจากเงินปันผล

ทั้งนี้ กองทรัสต์ INETREIT ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filling) สำหรับการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 ของ INETREIT จำนวนไม่เกิน 220 ล้านหน่วย เพื่อลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมมูลค่าไม่เกิน 3,200 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาแบบคำขออนุญาตเสนอขายหน่วยทรัสต์จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เพื่อเตรียมเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนต่อไป

คำเตือน​

  1. ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน​
  2. การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจลงทุน​
  3. ผลการดำเนินงานในอดีตของโครงการ ไม่สามารถยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคตได้​
  4. โปรดศึกษารายละเอียดความเสี่ยงเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวน​