ไขข้อสงสัย 6 เรื่องต้องรู้ในการทำรากฟันเทียม จาก ผศ.ทพ.ดร.อธิคม สุรินทร์ธนาสาร ผอ.การแพทย์ ศูนย์ทันตกรรมเอเดลไวซ์ เดนทัลเฮ้าส์

203
ผศ.ทพ.ดร.อธิคม สุรินทร์ธนาสาร

ฟันแท้ตามธรรมชาติ คือ ฟันที่ดีที่สุดในการใช้งาน แต่บางครั้งเราอาจต้องสูญเสียฟันแท้ไปอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ผลที่ตามมาอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้สูญเสียฟัน เช่น พูดไม่ชัด เคี้ยวอาหารลำบาก หรือเกิดความไม่มั่นใจในการยิ้ม เป็นต้น

ปัจจุบันวงการทันตกรรมมีทางเลือกหลากหลายมาช่วยทดแทนฟันที่สูญเสียไป ไม่ว่าจะเป็นฟันปลอมแบบถอดได้, การทำสะพานฟัน ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แต่หนึ่งในนวัตกรรมที่ดีที่สุดในเวลานี้ คือ การทำรากฟันเทียม 

สำหรับการทำรากฟันเทียม คือ นวัตกรรมทันตกรรมทดแทนฟันด้วยวิธีการฝังรากฟันเทียมลงในกระดูกขากรรไกรภายใต้เหงือก ซึ่งทำจากโลหะไททาเนียมที่มีรูปร่างคล้ายกับรากฟันแท้ เพื่อช่วยทดแทนรากฟันแท้ที่สูญเสียไป โดยการใส่ฟันด้วยรากฟันเทียมสามารถทำได้โดยไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง เมื่อรากเทียมเกาะติดแน่นกับกระดูกแล้ว ทันตแพทย์จะทำครอบฟันต่อขึ้นมาจากราก วิธีนี้ถือเป็นการใส่ฟันที่ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติที่สุด เป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดของการทำฟันปลอมแบบอื่นๆ ที่ผ่านมา 

แม้การทำรากฟันเทียมจะเป็นนวัตกรรมที่ดีและทันสมัย แต่ทั้งนี้ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยังลังเล สงสัย และมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการทำรากฟันเทียม ซึ่งจากความเชี่ยวชาญของ ผศ.ทพ.ดร.อธิคม สุรินทร์ธนาสาร ผอ.การแพทย์ ศูนย์ทันตกรรมเอเดลไวซ์ เดนทัลเฮ้าส์, อาจารย์ประจำสาขาทันตกรรมรากเทียม คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อดีตกรรมการสมาคมทันตกรรมรากเทียมแห่งประเทศไทย ได้มาไขความเข้าใจผิดและความกังวลเกี่ยวกับการทำรากฟันเทียม จากประสบการณ์ที่ผ่านเคสมานานนับสิบปี

1. การทำรากฟันเทียมดูน่ากลัว : ความกังวลใจยอดนิยมเกี่ยวกับการทำรากฟันเทียม คือ คนส่วนใหญ่มักมองว่าเป็นเรื่องอันตรายน่ากลัวเกินจริง เพราะมีการฝังวัสดุอื่นเข้าไปในร่างกาย ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น โดยการทำรากฟันเทียมทันตแพทย์จะมีการวางแผนก่อนการรักษามาเป็นอย่างดี 

โดยมาตรฐานการทำรากฟันเทียมของประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลกจะมีการนำเอกซเรย์ 3 มิติหรือที่เรียกว่า CT Scan มาใช้เพื่อความแม่นยำในการวินิจฉัยและกำหนดตำแหน่งในการวางรากฟันเทียม ไปจนถึงวัดขนาดรากฟันเทียมที่เหมาะสมพอดีกับช่องว่างของฟัน ทำให้ช่วยลดโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนได้ และได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดี

            ส่วนเหตุว่าทำไมถึงการเลือกใช้โลหะไทเทเนียมมาเป็นวัสดุในการทำรากฟันเทียม เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถเกาะติดกับกระดูกได้ดี มีความแข็งแรงทนทาน ที่สำคัญที่สุดเป็นวัสดุที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ (Biocompatibility) ซึ่งได้รับมาตรฐานและได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ทั่วโลก จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย

2.กลัวเจ็บจากการทำรากฟันเทียม: ผู้คนมักคิดไปเองว่าการทำรากฟันเทียมต้องเจ็บมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงระดับความเจ็บถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับถอนฟันหรือน้อยกว่าด้วยซ้ำ เพราะการถอนฟันจะเป็นแผลเปิด เหงือกกลายเป็นแผลหลุม แต่การทำรากฟันเทียมจะเป็นแผลปิด เป็นเพียงการเปิดแผลเล็กๆ เพื่อใส่รากเทียมเข้าไปและเย็บเหงือกปิดสนิท ซึ่งแผลจะเล็กกว่าการถอนฟันด้วยซ้ำ แถมระยะเวลาการทำรากฟันเทียมแบบปกติก็แค่ 30-60 นาทีเท่านั้น

นอกจากนี้ทันตแพทย์จะมีการฉีดยาชาก่อนดำเนินการ อีกทั้งก่อนการฉีดยาชาจะมีการทายาชาน้ำหรือยาชาเจลทาที่เหงือกก่อนจะฉีดยาชา ฉะนั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะแค่กดๆ ดันๆ เท่านั้น ส่วนความรู้สึกหลังทำรากฟันเทียมจะอยู่ในระดับรำคาญเท่านั้น หรือในระดับทานยาแก้ปวดก็บรรเทาหายได้ สามารถใช้ชีวิตประจำได้ปกติ

3.ใส่รากฟันเทียมจะเคี้ยวได้เหมือนฟันแท้ไหม? : การทำรากฟันเทียมเป็นนวัตกรรมที่มีการพัฒนามานานกว่า 50 ปี ในเมืองไทยมีการนำมาใช้กว่า 20 ปีแล้ว ถือว่าเป็นนวัตกรรมทันตกรรมที่มีความใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด ใช้งานได้เหมือนฟันแท้ได้มากถึง 90% ส่วนความต่าง คือ ฟันแท้สามารถขยับได้เล็กน้อยในระดับ 0.1 มิลลิเมตร ความยืดหยุ่นนี้จะกระตุ้นเส้นประสาทระหว่างการเคี้ยวอาหาร ทำให้เกิดความรู้สึกเคี้ยวมัน ต่างจากรากฟันเทียมที่ทำจากไททาเนียมเมื่อเกิดการยึดติดกับกระดูกแล้วจะไม่สามารถขยับได้ ซึ่งมีคนไข้เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้สึกถึงความต่างนี้

4.ถ้าต้องการจัดฟันสามารถทำรากฟันเทียมได้ไหม? : สามารถทำได้ โดยปกติแพทย์จะแนะนำให้จัดฟันก่อนแล้วค่อยทำรากฟันเทียมตามลำดับ เนื่องจากเมื่อมีการฝังรากฟันเทียมแล้วจะไม่สามารถเคลื่อนหรือขยับได้ ต่างจากฟันแท้ที่สามารถขยับได้ตามแรงที่ดัน จึงแนะนำให้จัดฟันก่อนเพื่อให้ฟันที่ต้องการจัดอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้วค่อยทำการฝังรากฟันเทียม แต่กรณีที่คนไข้เคยผ่านการทำรากฟันเทียมมาแล้วและต้องการจัดฟันภายหลัง สามารถทำได้หรือไม่? ก็สามารถทำได้ เพียงแต่จะไม่สามารถขยับฟันซี่ที่ทำรากฟันเทียมได้ ทำให้เกิดข้อจำกัดในการรักษาและได้ผลลัพธ์ไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับวิธีแรก

            5.การทำรากฟันเทียมแพง? : การทำรากฟันเทียมอาจมีค่าใช้จ่ายสูง นั่นเพราะวัสดุที่ใช้เป็นวัสดุผ่านการศึกษาและวิจัยมาแล้วว่าได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และทนทาน เนื่องจากรากฟันเทียมจะต้องอยู่คู่กับร่างกายของเราไปอีกนาน ประกอบกับนวัตกรรมและวัสดุเหล่านี้เป็นเทคโนโลยีนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ด้วยการแข่งขันทางการตลาดในปัจจุบัน ทำให้วัสดุในการทำรากฟันเทียมมีราคาถูกลงไปมากเมื่อเทียบจากในอดีต เรียกว่าราคาแทบจะใกล้เคียงกับการทำสะพานฟัน แต่ได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า อีกทั้งเทคโนโลยีที่ใช้ก็แพร่หลายมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันคนไข้สามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น

            6.รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานตลอดไปไหม? รากฟันเทียมทำจากโลหะไททาเนียมหรือเซรามิคจึงไม่มีทางผุเหมือนกับรากฟันตามธรรมชาติ ถ้าหมั่นดูแลรักษาให้ดี มีการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ รากฟันเทียมมีโอกาสอยู่กับร่างกายของเราไปตลอดชีวิต จึงนับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

            จากข้อเท็จจริงเหล่านี้เชื่อว่าจะคลายความสงสัยและความกังวลใจให้กับผู้ที่มีแผนจะทำรากฟันเทียมกันบ้างไม่มากก็น้อย

            ทั้งนี้ก่อนรับการรักษาควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในแต่ละเคสที่มีการรักษาแตกต่างกัน โดยสามารถขอรับคำแนะนำและคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ทันตกรรม “เอเดลไวซ์ เดนทัลเฮ้าส์” มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยทันตแพทย์ทุกท่านจะใช้เวลาในการอธิบายและให้คำแนะนำก่อนการรักษาทุกครั้ง ด้วยบริการการรักษาทันตกรรมเฉพาะทางครบทั้ง 8 สาขา ได้แก่ รากเทียม, ครอบฟัน, ฟันปลอม, จัดฟัน, ทันตกรรมสำหรับเด็ก, รักษารากฟัน, ผ่าฟันคุด และ ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม ด้วยการรักษาพิถีพิถันทุกขั้นตอนในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ

            สำหรับผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 091-441-6663, ไลน์ @edelweissdental หรือ https://www.edelweissdentalhouse.com/