TFG ติดโผเข้าคำนวณดัชนี SETESG สะท้อนธุรกิจยั่งยืนคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล

298
วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ

บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เข้าคำนวณดัชนี “SETESG” สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นรวมถึงนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ฟากซีอีโอ“วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ” ระบุพร้อมเดินหน้ารุกขยายสาขาร้าน “ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต” ให้ครบ 350 สาขาในปีนี้ตามเป้าหมาย มั่นใจสนับสนุนอนาคตเติบโตมั่นคง 

             วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้เป็นหลักทรัพย์ที่ใช้สำหรับคำนวณดัชนี SETESG ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 (2 มกราคม – 30 มิถุนายน 2567) โดย TFG เป็น 1 ใน 19 บริษัทที่ได้รับคัดเลือกเป็นหลักทรัพย์ในกลุ่มดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าเป็นบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG)

            โดยดัชนี SETESG เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ของบริษัทในการตัดสินใจลงทุน ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินของบริษัท 

            “TFG ได้รับเลือกให้เข้าคำนวณดัชนี SETESG สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ที่มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล และการเข้าคำนวณดัชนี SETESG ในครั้งนี้ จะทำให้ TFG เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากนักลงทุนมากยิ่งขึ้น” วินัย กล่าว

            สำหรับแผนธุรกิจในปี 2566 บริษัทฯ มีแผนเปิดสาขาร้าน “ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต” สำหรับจำหน่ายไก่และหมูสด ให้ครบจำนวน 350 สาขา จากปี 2565 มีสาขาจำนวน 220 สาขา เพื่อสนับสนุนผลการดำเนินงานให้เติบโตเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน

            อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน “ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต” ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และการขยายสาขาทำให้เป็นที่รู้จักในตลาดมากขึ้น ขณะที่ดีมานด์ของลูกค้าได้เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว และที่สำคัญธุรกิจเนื้อสัตว์โดยเฉพาะสุกร มีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จะผลักดันให้กำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน