บลจ.วรรณ ผนึกเคจีไอ – เมืองไทยประกันชีวิต สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของกองทุน รับโอกาส 3 เด้ง ทั้งผลตอบแทนการลงทุน การประกันสุขภาพ และลดหย่อนภาษี

491

บลจ.วรรณ ชู กลยุทธ์ Active Asset Allocation ผ่านกองทุนล่าสุด ONE-ULTRAPLUS รับโอกาส 3 เด้ง เน้นลงทุนสินทรัพย์ที่หลากหลาย เพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นต่างประเทศ เพื่อรับผลตอบแทนงาม พร้อมรับสิทธิความคุ้มครองประกันชีวิตและประกันสุขภาพจากบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และสิทธิลดหย่อนภาษีผ่านกองทุน ONE-ULTRAPLUS-ASSF เปิดเสนอขายตั้งแต่วันนี้ – 19 ธ.ค. นี้ 

หนึ่งในเทรนด์การลงทุนของวันนี้ คือบรรดากองทุนที่มีกองทุนใหม่ๆ ออกมาแทบทุกวัน แต่ก็แทบทุกกองทุนมักเสนอผลตอบแทนในรูปของมูลค่าตัวเงิน ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทนจากการลงทุน หรือผลตอบแทนจากเงินปันผล 

แต่ไม่ใช่กับกองทุนจาก บลจ.วรรณ ที่นำเสนอกองทุนที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าเงิน ย้อนกลับไปเมื่อราว 10 ปีก่อน กองทุน One-Ultra ที่เปิดตัวในเวลานั้น มีการนำเสนอการลงทุนควบคู่ไปกับความคุ้มครองในการประกันสุขภาพจากเอไอเอ สร้างความแตกต่างที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในเวลานั้น  มาปีนี้ แนวคิดการเปิดกองทุนควบคู่กับการประกันสุขภาพถูกกลับมานำเสนออีกครั้ง โดยมีกลุ่มเคจีไอ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ บลจ.วรรณ  โดย เคจีไอ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์(ประเทศไทย) ได้ร่วมมือกันสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการกองทุนที่ผนวกเอาทั้งผลตอบแทนจากการลงทุน  การประกันสุขภาพ และสิทธิการลดหย่อนภาษี เข้ามาอยู่ด้วยกันในกองทุนเดียว 

พจน์ หะริณสุต

พจน์  หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า  ขณะนี้บริษัทเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด วรรณ อัลตร้า อินคัม พลัสฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดไม่จ่ายเงินปันผล สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-ULTRAPLUS-RA) และ กองทุนเปิดวรรณ อัลตร้า อินคัม พลัส ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม แบบไม่จ่ายเงินปันผล (ONE-ULTRAPLUS-ASSF)  ระหว่างวันที่ 6-19 ธันวาคมนี้  ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้  และ/หรือเงินฝาก ทั้งในประเทศหรือ/และต่างประเทศ โดยกองทุน ONE-ULTRAPLUS-RA และ ONE-ULTRAPLUS-ASSF ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล โดยผู้ถือหน่วยลงทุนในกองทุนทั้ง 2 กองทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) ซึ่งสิทธิการคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยของผู้ถือหน่วยลงทุน 

“ONE-ULTRAPLUS-RA และ ONE-ULTRAPLUS-ASSF มีการบริหารพอร์ตที่มีสัดส่วนการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น 0-100% โดยพอร์ตการลงทุนในกองทุนทั้ง 2 จะมีการบริหารเชิงรุกมากขึ้น ผลจากการศึกษาย้อนหลังทางสถิติ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า พอร์ตการลงทุนที่มีสินทรัพย์ทางเลือกจะสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยได้ที่ 8-9% ต่อปี ดังนั้นพอร์ตการลงทุนของ ONE-ULTRAPLUS ที่เน้นกระจายการลงทุนตราสารทุน ตราสารหนี้และสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะหุ้นต่างประเทศประมาณ 60% หุ้นในประเทศประมาณ 10% ตราสารหนี้ไทยประมาณ 20% และสินทรัพย์ทางเลือกประมาณ 10% ซึ่งมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 6-8%ต่อปี (หลังหักค่าใช้จ่าย) พจน์กล่าว 

 นอกจากนี้  ความโดดเด่นเพิ่มเติมของ ONE-ULTRAPLUS ที่แตกต่างจากกองทุนอื่นในอุตสาหกรรมของประเทศไทย คือ กองทุน ONE-ULTRAPLUS ได้มีการจดทะเบียนกองทุนเป็นประเภท Super Saving Fund (SSF) เพิ่มเติม คือ ONE-ULTRAPLUS-ASSF  เพื่อรับสิทธิลดหย่อนทางภาษี ซึ่งผู้ลงทุนที่ลงทุนในกองทุน ONE-ULTRAPLUS-ASSF จะได้รับสิทธิประโยชน์ถึง 3 ข้อ ได้แก่ ข้อแรก  เปิดโอกาสรับผลตอบแทนตามเป้าหมายเฉลี่ยราว 6-8% ในปีแรก  ข้อ 2. ผู้ลงทุนที่ถือครองหน่วยลงทุนตั้งแต่ 4,500 หน่วยขึ้นไป รับความคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประกันชีวิตและสิทธิประโยชน์ประกันสุขภาพ โดยเบี้ยประกันภัยจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ส่วนในด้านการชำระค่าเบี้ยประกันทางบลจ.วรรณจะเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ยประกันภัยทั้งหมด ซึ่งผู้ลงทุนไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และ ข้อ 3. ได้รับสิทธิลดหย่อนทางภาษีตามหลักเกณฑ์ กองทุนลดหย่อนภาษี SSF

พจน์ กล่าวต่อว่า กองทุน ONE-ULTRAPLUS-RA และ ONE-ULTRAPLUS-ASSF   นับว่าเป็นความร่วมมือกันครั้งแรกของ บลจ.วรรณ และ เมืองไทยประกันชีวิต   โดยได้บริษัท เคจีไอ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทในเครือของบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทแม่ของวรรณ เป็นผู้คัดเลือกบริษัทประกันชีวิตที่ดีให้แก่บลจ.วรรณ นับเป็นกองทุนแรกของประเทศไทยซึ่งยกระดับนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่อีกขั้นที่นำผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองสุขภาพและชีวิตผนวกเข้ากับเรื่องของการลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อมอบโอกาสได้รับผลตอบแทนพร้อมเพิ่มมูลค่าการลงทุนด้วยสิทธิลดหย่อนทางภาษีรวมเป็นหนึ่งกองทุน

“บลจ.วรรณ มีความเชื่อมั่นว่า ลักษณะผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนในยุคนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสร้างหลักประกัน ภายใต้แนวคิดเงินก้อนเดียว คือ ชีวิต สุขภาพ ความมั่งคั่ง เราไม่มีธนาคารเป็นแบ็กอัพ จึงต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ถือเป็นการสร้างความแตกต่างของอุตสาหกรรมกองทุนรวมและเพิ่มมูลค่าการลงทุนที่ดี” พจน์ กล่าว  

พุฒิพัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

 ด้าน พุฒิพัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานประกันกลุ่ม บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า ความคุ้มครองจากเมืองไทยประกันชีวิตที่มอบให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนภายใต้กองทุน ONE-ULTRAPLUS ครอบคลุมการประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพ โดยแบ่งออกเป็น 5 แผน  ประกอบด้วย แผนที่ 1 สำหรับหน่วยลงทุนตั้งแต่ 4,500 หน่วยแต่ไม่ถึง 45,000 หน่วย  แผนที่ 2 หน่วยลงทุนตั้งแต่ 45,000 หน่วย แต่ไม่ถึง 145,000 หน่วย แผนที่ 3 หน่วยลงทุนตั้งแต่ 145,000 หน่วย แต่ไม่ถึง 450,000 หน่วย แผนที่ 4 หน่วยลงทุนตั้งแต่ 450,000 หน่วย แต่ไม่ถึง 900,000 หน่วย และแผนที่ 5 หน่วยลงทุนตั้งแต่ 900,000 หน่วยขึ้นไป 

โดยให้ความคุ้มครองทั้งกรณีการเสียชีวิต  และการรักษาแบบผู้ป่วยใน  (IPD)  ทั้งค่าห้องผู้ป่วยปกติ  ค่าห้องผู้ป่วยหนัก (I.C.U.)  ค่าแพทย์  ค่าตรวจ ค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น รวมทั้งการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) (เงื่อนไขเป็นไปตามแผนความคุ้มครองที่ บลจ.วรรณ และ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตกำหนด) ผู้มีสิทธิได้รับความคุ้มครองประกันชีวิตและสุขภาพดังกล่าว จะต้องเป็นบุคคลธรรมดา มีอายุระหว่าง 15-75 ปี  มีสุขภาพแข็งแรง โดยความคุ้มครองจะเริ่มต้นทุกวันที่ 1 ของแต่ละไตรมาส หรือ   1 มกราคม หรือ 1 เมษายน หรือ 1 กรกฎาคม หรือ 1 ตุลาคมของทุกปี  และระยะเวลาของความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่ม (ระยะเวลากรมธรรม์มีผลบังคับ 1 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม –    31 ธันวาคม 2567 เงื่อนไขเป็นไปตามแผนความคุ้มครองที่ บลจ.วรรณ และ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตกำหนด) 

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ยังได้เตรียมนวัตกรรมการบริการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยไว้ให้บริการอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น MTL Click  Application ที่รวบรวมทุกบริการของเมืองไทยประกันชีวิต ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ ทั้งการเช็กกรมธรรม์เพื่อดูผลประโยชน์และความคุ้มครอง การปรึกษาหมอออนไลน์ การยื่นเคลมหรือติดตามผลการเคลมสินไหม  รวมถึงบริการ MTL Health Buddy  ดูแลครบเครื่อง เรื่องสุขภาพ ผู้ช่วยด้านสุขภาพครบวงจร สามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญ แพทย์เฉพาะทาง ค้นหาแพทย์ที่เหมาะกับโรค การทำนัดหมายติดต่อเข้ารับการรักษา ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพียงโทร. 0 2290 2424 กด 3 และ MTL Fit  Application ตัวช่วยด้านการออกกำลังกายที่จะทำให้คุณรู้จักสุขภาพของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการคำนวณ Health Score และทำกิจกรรม Weekly Goal เช่น การนับก้าวเดิน การนับจำนวนนาทีที่ออกกำลังกาย รวมถึง Challenge ต่างๆ เพื่อเพิ่มความสนุกและได้ประโยชน์จากการออกกำลังกาย พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมจากการออกกำลังกายสอดรับกับเทรนด์สุขภาพในปัจจุบันอีกด้วย

คำเตือน :

ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

– ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และควรศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม ดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน

– กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงด้านการเมือง เศรษฐกิจสังคม ภาวะตลาด สภาพคล่อง อัตราแลกเปลี่ยน กฎหมาย และ/หรือข้อจำกัดของประเทศที่กองทุนเข้าไปลงทุน ซึ่งอาจจะส่งผลต่อมูลค่าหน่วยลงทุน และ/หรือสภาพคล่องของกองทุน

– ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

หมายเหตุ : 

– เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ 

– การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ บมจ.เมืองไทยประกนชีวิต 

– บริการ MTL Health Buddy บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เป็นเพียงผู้แนะนำการบริการให้กับลูกค้าเท่านั้น/การบริการนี้สำหรับคำแนะนำให้การรักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยที่ไม่ฉุกเฉิน หรือไม่เร่งด่วน เท่านั้น /เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชวิต และโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการกำหนด- ระยะเวลาของความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันชีวิตและสุขภาพกลุ่ม ในโครงการนี้จะมีผลตลอดระยะเวลาถือครองหน่วยลงทุนตามเงื่อนไขกองทุนที่ บลจ.วรรณ กำหนด