THREL เผยผลงานไตรมาส3/66 กำไรสุทธิ 30 ลบ. เบี้ยรับโตเฉียดพันล้าน

579
นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

THREL โชว์ผลงานไตรมาส 3/2566 พลิกมีกำไรต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน 30 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยต่อรับโตต่อเนื่องเฉียด 1,000 ล้านบาท หนุนรายได้สุทธิโตทะลุ 870 ล้านบาท ตามกลุ่มงานประกันสุขภาพที่ขยายตัวดี ขณะที่ Combined Ratio อยู่ที่ระดับ 98% ผลคุมเข้มคุณภาพงานปิดความเสี่ยงเงินเฟ้อขาขึ้น ส่งซิกเดินหน้าผนึกความร่วมมือพันธมิตรขยายฐานลูกค้าในประเทศ พร้อมลุยตลาดกลุ่มอาเซียน มั่นใจโค้งสุดท้ายของปีเติบโตสดใส หนุนภาพรวมทั้งปี 2566 เบี้ยรับรวมเติบโตทะลุเป้า

นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2566 ว่า บริษัทฯพลิกมีกำไรต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนจำนวน 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรจากการรับประกันภัยจำนวน 15 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามเบี้ยประกันภัยต่อรับที่เติบโตกว่า 25% แตะ 981 ล้านบาท

โดยเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเติบโต 15% แตะ 871 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มงานประกันสุขภาพ ทั้งแบบรายบุคคลและแบบรายกลุ่ม เติบโตดีต่อเนื่องตามภาพรวมอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังมีรายได้จากการลงทุนสุทธิงวดไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 21 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับสภาพตลาดเงินตลาดทุนที่ค่อนข้างผันผวน ส่งผลให้ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯมีกำไรสุทธิสะสมจำนวน 48 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตแตะ 2,647 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเติบโตอยู่ที่ 2,370 ล้านบาท

สำหรับค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมเพิ่มขึ้นราว 15% อยู่ที่ 857 ล้านบาท จากค่าสินไหมทดแทน (เคลม) ที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 628 ล้านบาท ตามการเติบโตของเบี้ยประกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับการคุมเข้มคุณภาพการรับงาน เพื่อรักษาศักยภาพการเติบโต ควบคู่ไปกับขีดความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มขยับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยงวดไตรมาส 3/2566 บริษัทฯยังคงรักษาอัตรา Combined Ratio (COR) ให้อยู่ในระดับที่ยังยอมรับได้ราว 98%   

นายสุทธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดบริษัทฯเร่งเดินหน้าผนึกความร่วมมือพันธมิตรขยายฐานลูกค้าภายในประเทศ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ ตอบสนองความต้องการลูกค้าแบบเฉพาะรายบุคคลได้อย่างลงตัวมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เบื้องต้นมั่นใจช่วงโค้งสุดท้ายของปีเติบโตสดใสต่อเนื่อง หนุนภาพรวมเบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตกว่า 10% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้าที่ 4–5%