BGC ปิดดีล M&A เข้าลงทุนธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์ม เตรียมรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/66 

157

บมจ.บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส หรือ BGC ปิดดีล M&A ใช้งบลงทุน 580 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 100% ใน “ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง” ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์ม เพื่อขยายธุรกิจ Flexible Packagingตามแผนยุทธศาสตร์มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Total Packaging Solutions) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว จากแผนขยายพอร์ตบรรจุภัณฑ์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น คาดเริ่มรับรู้รายได้และผลกำไรเข้ามายังบริษัทฯ ตั้งแต่ไตรมาส 2 นี้ 

ศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้วและแพคเกจจิ้งรายใหญ่ในไทยและภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ (บอร์ด) ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัท บีจีซี แพคเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดโดยบริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นทั้ง 100% ในบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด (Prime) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์มในประเทศไทย เพื่อขยายการลงทุนในธุรกิจ Flexible Packaging โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 

การเข้าซื้อหุ้น Prime ดังกล่าว จะใช้งบลงทุน 580 ล้านบาท จากการกู้ยืมสถาบันการเงิน คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้และผลกำไรเข้ามายังบริษัทฯ ตั้งแต่ไตรมาส 2/2566 เป็นต้นไป ส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยผลการดำเนินงานของ Prime ปี 2564 มีรายได้รวม 407.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 42.1 ล้านบาท 

การเข้าลงทุนครั้งนี้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ ที่มุ่งเพิ่มศักยภาพสู่เป้าหมายเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Total Packaging Solutions) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว โดยมองโอกาสขยายการลงทุนจากบรรจุภัณฑ์แก้วที่เป็นพอร์ตรายได้หลักไปยังธุรกิจแพคเกจจิ้งอื่นๆ เช่น บรรจุภัณฑ์กระดาษ, บรรจุภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น และเป็นจังหวะการลงทุนที่สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว เพื่อตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเติบโต  

ทั้งนี้ การเข้าลงทุนใน Prime จะเสริมศักยภาพด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (Flexible) ของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตและตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์แก้วซึ่งเป็นรายได้หลัก รวมถึงบรรจุภัณฑ์กระดาษ ถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ฟิล์มพลาสติก ฝาพลาสติก ขวด PET และหลอดพรีฟอร์ม 

“การลงทุนในธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ สามารถนำเสนอบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายและครบวงจรแก่ลูกค้า โดยมีทั้งบรรจุภัณฑ์ ฉลาก ฝาและกล่อง ช่วยเพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าและยอดคำสั่งซื้อต่อราย ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจแพคเกจจิ้งอื่นๆ” ศิลปรัตน์ กล่าว