LPN ปั้น LPP รุกธุรกิจบริหารโครงการ วางเป้า 3 ปีเข้าตลาดฯ – 5 ปีรายได้แตะ 2.3 พัน ลบ.

433

ถึงเวลานี้ หลายๆ ธุรกิจคงไม่อยากหยุดนิ่งรอให้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จบลง หรือให้ความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียสงบลงแน่ เพราะตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เกียร์เดินหน้าของทุกบริษัทแทบไม่ได้ถูกใช้ แม้จะหยอดน้ำมันเตรียมพร้อม แต่สถานการณ์ก็กลับมารุนแรงทุกที มาถึงเวลานี้ หลายๆ ประเทศเริ่มใช้ชีวิตอยู่กับโควิด ไม่มีการล็อกดาวน์ประเทศ น่านฟ้าเปิดให้เดินทางไปมากันได้ ผู้บริหาร นักการตลาดต่างก็เห็นโอกาสที่เศรษฐกิจจะกลับมาเดินหน้าอีกครั้งอยู่ไม่ไกล

 กลุ่มบริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ หรือ LPN หนึ่งในผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็เช่นกันที่มองเห็นโอกาสการกลับมาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกาศเดินหน้าภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี นำบริษัทลูก  แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ หรือ LPP รุกธุรกิจการให้บริการบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร (Property & Facility Management Service Provider)  

LPP ได้ศึกษาแนวโน้มของตลาดการให้บริการบริหารจัดการอาคารทั่วประเทศพบว่า จะมีมูลค่าตลาดรวมไม่น้อยกว่า 40,000 ล้านบาทในปี 2565 รวมถึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 และการลงทุนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในการพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัย อาคารสำนักงานและอาคารในเชิงพาณิชย์ เฉลี่ยปีละ 300,000  400,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะขับเคลื่อนให้ความต้องการผู้เชี่ยวชาญในการบริหารจัดการอาคารมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย  

สุรวุฒิ สุขเจริญสิน

สุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) บริษัทบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ ในเครือบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางและแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ของบริษัทว่า บริษัทตั้งเป้าหมายสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจให้บริการบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร(Property & Facility Management Service Provider) ตั้งเป้ารายได้รวมที่ 2,300 ล้านบาท ในปี 2569 โดยเติบโตจาก 857 ล้านบาทในปี 2564  ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่สูงกว่า 200% คิดเป็นเติบโตเฉลี่ยปีละ 22% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของตลาดธุรกิจบริการที่เติบโตเฉลี่ยกว่า 10% ในแต่ละปี 

“ภายใต้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ก้าวเข้าสู่ New S-Curve จึงเป็นโอกาสของ LPP  ในฐานะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในธุรกิจการบริหารจัดการอาคารมาถึง 30 ปี  จะสามารถเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้  โดยการเติบโตนี้จะมาจากการรุกและขยายตลาด การขยายธุรกิจและขอบเขตการให้บริการที่ครบวงจร พร้อมทั้งสร้างธุรกิจใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภค ทั้งงานด้านวิศวกรรม งานซ่อมบำรุงอาคาร บริการงานสวน บริการกำจัดแมลง การบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมไปถึงการวางโครงสร้างบริหารโครงการในรูปแบบของ Franchise เป็นต้น ในส่วนงานระบบรักษาความปลอดภัยนั้น LPP ได้เปิด บริษัท รักษาความปลอดภัย แอลเอสเอส โซลูชั่นส์ จำกัด (LSS) ซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพนอกเหนือจากการใช้พนักงานรักษาความปลอดภัย”

สุรวุฒิ กล่าวถึงโครงสร้างใหม่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 ปีว่า ได้มีการจัดสัดส่วนโครงสร้างธุรกิจในส่วนของการบริหารจัดการโครงการใหม่ จากที่เคยมุ่งเน้นบริหารโครงการให้กับ LPN เป็นหลัก ขยายสู่การบริหารจัดการอาคารให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายอื่น ๆ ให้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน  โดยขยายจากสัดส่วนเดิมที่ 28% เป็น 45%  นอกจากนี้ LPP ยังจะขยายฐานจากการบริหารโครงการพักอาศัยเป็นหลัก ไปสู่การบริหารอาคารในเชิงพาณิชย์ทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ศูนย์การค้า หน่วยงานราชการ  โรงพยาบาล และอื่นๆ  ให้มากขึ้นอีกด้วย รวมถึงการขยายสัดส่วนรายได้จากงานบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่งานบริหารโครงการ และการขยายธุรกิจใหม่ๆ  อาทิ งานวิศวกรรม งานซ่อมบำรุงอาคาร งานบริการด้านระบบรักษาปลอดภัย การบริการทำความสะอาด บริการงานสวน  บริการกำจัดแมลง และอื่นๆ  ให้เติบโตจากสัดส่วนเดิมที่ 30% เป็น  50% ในปี 2569

ด้านการให้บริการ หนึ่งในหัวข้อที่ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้บริการต่างๆ ให้ความสำคัญมากจากการศึกษาวิจัยของบริษัท คือ  ความปลอดภัยและบริการ  24 ชั่วโมง  LPP จึงได้ปรับงานบริการในส่วนต่างๆ  โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย  มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (Emergency Operations  Center : EOC) ที่รวบรวมภาพวงจรปิดจากทุกโครงการไว้ด้วยกันพร้อมมีซอฟแวร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ  มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ที่คอยเฝ้าสังเกตการณ์  พร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง และหากเกิดเหตุด่วนหรือความผิดปกติใดๆ จะสามารถประสานงานกับโครงการได้ทันที  และพร้อมประสานงานกับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานช่วยเหลือฉุกเฉิน  ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้บริการในโครงการต่างๆ สบายใจ

 สุรวุฒิกล่าวต่อว่า ไม่เพียงแต่การอำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภค แต่ LPP ยังมีบริการพิเศษในการเพิ่มความสะดวกสบาย และช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการภายใต้การบริหารจัดการของ LPP  ด้วยบริการบนแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ในชุมชน (Community Commerce) ภายใต้ชื่อ “Living24 Store” ให้เป็นช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าและบริการเพื่อการอยู่อาศัยที่ครบครันในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด และสะดวกในการจับจ่ายตลอด 24  ชั่วโมง  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่เน้นความสะดวกสบายคล่องตัว อันถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของการบริหารจัดการโครงการ   

โดย LPP ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจหลายราย ในการนำเสนอสินค้าและมอบส่วนลดราคาพิเศษสำหรับจำหน่ายบน Living24 Store ได้แก่ น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ น้ำผลไม้ทิปโก้ เครื่องใช้ไฟฟ้า Samsung, Electrolux, Jenniferoom, LESASHA, @HOME, Lucky Misu, Bear, SMOOTHSKIN ของใช้ในบ้าน  LocknLock, FN Outlet, PRALYN, Jason, EVANI, Hafele,  บริการจัดเก็บของส่วนตัวนอกบ้าน/คอนโด I-Storego เป็นต้นโดยลูกค้าสามารถเข้าใช้งานทั้งผ่านเว็บไซต์ www.living24.store  ตลอด24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทางไลน์เพียงแอดไลน์ @Living24Store 

ทั้งนี้  เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา  บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้มีมติให้ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด มีการบริหารงานที่เป็นอิสระ โดยยังคงฐานะเป็นบริษัทในกลุ่ม แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์  แต่สามารถกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีอิสระ 

ปี 2567 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ 

อภิชาติ เกษมกุลศิริ

อภิชาติ เกษมกุลศิริ  หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัท บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจบริการเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และจากประสบการณ์กว่า 30 ปี ของ LPP ที่ส่งมอบคุณค่างานบริการให้กับโครงการภายในเครือ LPN  ถึงเวลาแล้วที่  LPP จะต่อยอดศักยภาพทางธุรกิจบริการไปยังการให้บริการแก่ลูกค้าภายนอกองค์กร 

ทั้งนี้  โครงสร้างทางการเงินของกลุ่มธุรกิจบริการของ LPN เป็นธุรกิจบริการที่ไม่ต้องมีสินทรัพย์จึงไม่มีหนี้สิน ส่งผลให้มีความสามารถในการขยายธุรกิจได้อย่างคล่องตัว ทั้งจากการขยายธุรกิจด้วยการลงทุนเพิ่ม และการขยายธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ การร่วมทุน การควบรวมกิจการ ฯลฯ 

“LPN เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจดังกล่าว จึงปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจโดยการปรับโครงสร้างทางธุรกิจของ LPP ให้ครอบคลุมทุกงานบริการ  และวางแผนส่งบริษัท LPP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ   โดยคาดว่า  เมื่อ LPP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) อยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้าหลังจากการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ  ซึ่งจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าวคาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นของLPN  โดยคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ LPN เพิ่มขึ้นจากประมาณ 7,000 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็นประมาณ 10,000 ล้านบาท อภิชาติ กล่าว 

30 ปีแห่งความสำเร็จที่บอกต่อ สู่การขยายฐานเติบโตในอนาคต 

สมศรี เตชะไกรศรี

 สมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า จากประสบการณ์การบริหารจัดการอาคารมานานกว่า 30 ปี  บริษัทได้สั่งสมประสบการณ์และพัฒนาต่อยอดการบริหารจัดการอาคารมาอย่างต่อเนื่อง   ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 200 โครงการ  160,000 ครอบครัว และผู้พักอาศัยจำนวนกว่า 300,000 คน   ไม่รวมงานบริการด้านอื่นๆ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน 

ในช่วงที่เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19บริษัทได้เผชิญกับความท้ายทายในการบริหารจัดการการอยู่ร่วมกันให้เป็นไปอย่างราบรื่นปลอดภัย โดยสามารถดูแลผู้ติดเชื้อที่อยู่อาศัยในโครงการได้ด้วย   ทำให้บริษัทได้พัฒนางานบริการเพื่อดูแลผู้พักอาศัยในอาคารภายใต้แนวคิด “Cause We CARE” ซึ่งประกอบด้วย

Caution: การวางแผนการจัดการทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว 

Assistance: การประสานงานช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยให้ได้รับความสะดวก ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย

Rescue: การช่วยเหลือฉุกเฉินจากทีมสนับสนุนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

Empathy: การร่วมสร้างวัฒนธรรม ร่วมใจ ห่วงใย แบ่งปัน 

สมศรี กล่าวว่า ภายใต้แนวคิดในการบริหารจัดการดังกล่าวทำให้บริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด และเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถต่อยอดและขยายธุรกิจออกไปนอกเหนือจากการบริหารจัดการอาคารให้กับ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ได้ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้บริษัทยังเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องโดยมีสถาบันฝึกอบรมที่เป็นของตนเองมากว่า 10 ปี  โดยนอกจากมุ่งเน้นให้สามารถปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพแล้ว ยังต้องมีจริยธรรมควบคู่ไปด้วย เพื่อการส่งมอบการดูแลที่ดีสู่ลูกค้าของเรา

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา LPP ได้เรียนรู้จากการทำงาน พัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง สั่งสมประสบการณ์ผ่านวิกฤตต่าง ๆ ทำให้เรามั่นใจว่า ด้วยความเชี่ยวชาญ ความสามารถและความพร้อมของเรา เราจะสามารถบริหารจัดการอาคารได้ในทุกรูปแบบและสถานการณ์ โดยมุ่งเน้นที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้อยู่อาศัยทั้งในโครงการพักอาศัยและโครงการเชิงพาณิชย์ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน ภายใต้แนวคิด Smooth Your Living สมศรี กล่าว