วิริยะประกันภัยโชว์ภาพผู้นำ InsureTech นำ Data-Driven Innovation ยกระดับการบริการ

396

วิริยะประกันภัยโชว์ความแข็งแกร่งรับมือ เจอ-จ่าย-จบ ด้วยเงินกองทุนที่สูงกว่ามาตรฐาน คปภ.ถึง 170% พร้อมประกาศเกมรุกปีเสือ ด้วยกลยุทธ์ Data-Driven Innovation นำนวัตกรรมสร้างความล้ำ ความเร็ว และความสะดวกให้กับทุกส่วนของ Ecosystem  

อมร ทองธิว

อมร ทองธิว กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าธุรกิจประกันวินาศภัยทั้งระบบต่างเจอโจทย์ที่ยากที่สุด เพราะต้องเผชิญกับอุบัติภัยใหม่ ไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แต่ด้วยประสบการณ์ในการบริหารจัดการของวิริยะประกันภัย และการพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวทันอยู่ตลอดเวลา ทำให้วิริยะประกันภัยสามารถบริหารจัดการและก้าวผ่านโจทย์ที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างเข้มแข็งและมั่นคง

“วิริยะประกันได้เรียนรู้ และต่อยอดเกิดเป็นนวัตกรรมเคลมสินไหมใหม่ๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เพื่อให้บริการผู้เอาประกันภัย อาทิ  VClaim on VCall  ซึ่งเป็นบริการนัดหมายและทำเคลมประกันรถยนต์ผ่านมือถือ รองรับหลักการ Social Distancing ระหว่างผู้ให้กับผู้รับบริการ  V Surveyor Applicationบันทึกงานได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับหลักการ Work from Anywhere ของพนักงานเคลม และระบบการเคลมสินไหนสุขภาพที่สามารถทำได้ทุกศูนย์ ทุกสาขา ใน 76  จังหวัดทั่วประเทศ”

นวัตกรรมการบริการเคลมสินไหนเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนธุรกิจตามแผนที่วิริยะประกันได้กำหนดแผนการพัฒนาเทคโนโลยีใน 5 ปี โดยมีสาระสำคัญคือการปรับสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีสาระสนเทศ เพื่อให้แพลตฟอร์มต่างๆ ที่ได้จัดทำขึ้นมาก่อนหน้านี้และที่จะเกิดขึ้นเกิดการเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียว และเพื่อเชื่อมต่อทุกคนทำงาน รวมทั้งคู่ค้าและลูกค้า ด้วยข้อมูลชุดเดียวกันแบบเรียลไทม์

“ปัจจุบันวิริยะประกันภัยได้นำ InsureTech เข้ามาใช้ในทุกๆ ส่วนงานเรียบร้อยแล้ว  ตั้งแต่งานด้านรับประกันภัย งานด้านบริการสินไหมทดแทน  งานหลักบ้านการปฏิบัติการภายในของบริษัทฯ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในทุกภาคส่วนนี้ ทำให้เราสามารถตอบรับความต้องการของผู้เอาประกันได้อย่างทันท่วงที  แต่พนักงานของเราก็ต้องปรับปรุงการทำงาน และทำ Digi type การทำงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เรานำมา สุดท้ายจะนำไปสู่งานบริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเราก็ยังคงมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะนำมาช่วยพัฒนางานบริการของเราให้ดียิ่งๆขึ้นไป”

ขณะที่การบริหารจัดการการจ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยโควิด เจอ จ่าย จบ ที่มีจำนวนของผู้เอาประกันภัย มาเปิดเคลมประกันภัยโควิดมีปริมาณมาก และยื่นกันอย่างพร้อมเพรียงในคราวเดียวกันหรือช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยกัน บริษัทฯ  ได้เปิดให้ยื่นได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทุกที่ทั่วไทย และมีระบบเทคโนโลยีเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลให้ภาวะกระจุกตัวในการทำเคลมได้ถูกกระจายไปยังแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็ว ตามกลยุทธ์ การยึดหลักลูกค้าเป็นศูนย์กลางให้บริการครบวงจรด้วยความยืดหยุ่น 

ด้วยวิธีการปรับตัว และการดำเนินธุรกิจที่ยึดเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำให้วิริยะประกันภัยได้รับความไว้วางใจจากผู้เอาประกันภัย และยังคงเป็นผู้นำที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจประกันวินาศภัยมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 30 โดยในปี 2564 วิริยะประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้นประมาณ 38,800 ล้านบาท มีอัตราเติบโต 1.56%  แยกเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Motor) 33,400 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 5,400 ล้านบาท และยังคงมีกำไรสุทธิประมาณ 500 ล้านบาท 

อมร กล่าวต่อว่า  ในปี 2565 แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น แต่วิริยะประกันภัยได้มีการประเมินความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา และจากการประมาณการในสถานการณ์การระบาดที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ วิริยะประกันภัยก็มีสินทรัพย์สภาพคล่องและเงินกองทุน เพียงพอที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนในกรมธรรม์ประกันภัยโควิดทุกฉบับ ที่บริษัทฯ ได้ให้ความคุ้มครองไว้ ด้วยปรัชญาในการทำธุรกิจของเรา นั่นก็คือ ความเป็นธรรม คือ นโยบาย โดย ณ สิ้นปี 2564 วิริยะประกันภัยมีสินทรัพย์รวม 77,500 ล้านบาท และมีอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องสูงถึง 600.51% มีเงินกองทุนประมาณ 41,400 ล้านบาท ในขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามกฎหมาย อยู่ในระดับสูงเกินกว่ามาตรฐานที่สำนักงานคปภ. กำหนดไว้ถึง 170%

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2565  อมร กล่าวว่า เหตุการณ์วิกฤตโควิดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างมากและยังส่งผลกระทบไปถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะหดตัว กำลังซื้อลดลง วิริยะประกันภัยจึงเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองผู้เอาประกันภัยให้ทันต่อสถานการณ์ โดยการนำ Data-Driven Innovation มาใช้

“วิริยะประกันภัย เป็นบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 1 ของตลาด ก่อตั้งมากว่า 75 ปี มีลูกค้าประมาณ 8 ล้านกรมธรรม์ เราจึงสามารถนำข้อมูลมากมายที่เก็บสะสมมาตลอด เพื่อคำนวณและประมาณการหาความคุ้มครองที่เหมาะสมกับผู้เอาประกันภัยกลุ่มต่าง ๆ ได้เสมอ ด้วยเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสม พร้อมให้ความคุ้มครองด้วยความเป็นธรรมตลอดอายุกรมธรรม์ แม้ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ของเราครอบคลุมความคุ้มครองทั้งชีวอนามัยของคน ทรัพย์สิน และความรับผิด รวมถึงผู้บริโภคสามารถนำมาใช้บริหารความเสี่ยงมากกว่า 60 ผลิตภัณฑ์ จนกล่าวได้ว่า วิริยะประกันภัยเคียงข้างคุณได้ทุกความเสี่ยงภัย”

ด้านประกันภัยรถยนต์ วิริยะประกันภัย ได้พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ตรงต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหลากหลายผลิตภัณฑ์ด้วยกัน อาทิ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 (2+, 3+) ระยะสั้น ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองแบบไม่เต็มปีได้, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 รวมความคุ้มครองความเสียหายต่อรถ กรณีรถชนรถฝ่ายถูก เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการทำประกันภัย ป.3 เป็นหลัก แต่ไม่ต้องการมีปัญหาในการจัดซ่อมรถ และติดตามเรียกร้องจากคู่กรณีหากถูกชน  โดยบริษัทฯ จะเป็นคนดูแลการจัดซ่อมรถให้ลูกค้า และสวมสิทธิ์ไปเรียกร้องจากคู่กรณีเอง, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 (2+) ซ่อมห้าง เพื่อตอบสนองลูกค้าในช่วงโควิด ที่ยังเป็นรถใหม่ อายุไม่เกิน 5 ปี แต่ต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันจากประกันภัยประเภท 1 ทำประกันแบบ 2+ แทน และผลิตภัณฑ์เพื่อสนองรับความต้องการผู้คนในแต่ละภูมิภาคได้เป็นการเฉพาะ แตกต่างทั้งเงื่อนไขความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัย นอกจากนี้ภายในปีนี้ บริษัทฯ มีแผนจะออกผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ ซึ่งคิดราคาเบี้ยตามพฤติกรรมการขับขี่หรือตามลักษณะการใช้รถ เพิ่มมาอีก 1-2 ผลิตภัณฑ์

ด้านประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor)  โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพนั้น ในปี 2565 นี้ บริษัทฯ จะออกผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการรายบุคคล หรือ Personalization ผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองเฉพาะตัวและตรงข้อเท็จจริงของแต่ละบุคคล

“จากกลยุทธ์ “เข้าใจ เข้าถึง เคียงข้างคุณทุกความเสี่ยงภัย” ของเราในปี 2565 ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ เรามั่นใจว่าเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายในการ สร้างความพึงพอใจ สร้างความผูกพันและทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าสามารถพึ่งพาบริษัทฯเพื่อเป็นหลักในการจัดการความเสี่ยงของตนเองได้แม้ว่าจะเผชิญวิกฤตในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน อันจะนำมาซึ่งความไว้ใจจากผู้เอาประกันภัยที่จะสนับสนุนให้วิริยะประกันภัยเติบโตอย่างยั่งยืนไปตลอดปีนี้ “ อมร กล่าว

สยม โรหิตเสถียร

ด้าน สยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการความสำเร็จในการให้บริการสินไหมทดแทนว่า ในช่วง 2 ปีที่อยู่ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 หลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไป ทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภค ความคาดหวังของผู้เอาประกัน  เมื่อผู้คนต้องมี Social Distancing  ในปีที่ผ่านมาวิริยะประกันภัยได้ขยายศูนย์บริการสินไหมทดแทนออกไปมากมาย ทั้งในศูนย์การค้า ปั๊มน้ำมัน อาคารพาณิชย์ตามย่านชุมชน และย่านการจราจรหนาแน่นที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ ตลอดไปถึงการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้อย่างเช่น การบริการเคลมออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือของลูกค้าเพียงเครื่องเดียว ด้วยระบบ VDO CALL ( VClaim on VCall) อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ซึ่งปัจจุบันมีเคลมเฉพาะในกรุงเทพฯ กว่า 7,000 เรื่องต่อเดือน

อย่างไรก็ตามหัวใจสำคัญที่สุดของบริการสินไหมที่สร้างชื่อเสียงให้กับเรา คือ พนักงานสำรวจอุบัติเหตุ หรือพนักงานเคลมนั่นเอง ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำนำสมัยเพียงใด หัวใจของงานบริการก็ยังคงต้องพึ่งบุคลากรเป็นหลักสำคัญ  โดยเฉพาะงานบริการสินไหม ณ จุดเกิดเหตุบนท้องถนน ซึ่งเป็นสถานการณ์ยามคับขันที่ผู้เอาประกันภัยต้องการความมั่นใจในการดูแลของพนักงาน  วิริยะประกันภัยให้ความสำคัญกับการให้ความแนะนำกับผู้เอาประกัน และการช่วยเหลือคู่กรณีในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือ กำหนดระยะเวลาการซ่อมรถที่ชัดเจน กรณีที่มีผู้บาดเจ็บก็สามารถเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลคู่สัญญาของวิริยะประกันภัยที่มีครอบคลุมทั่วประเทศ

“วิริยะประกันภัยจึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกระบวนการสรรหา และพัฒนาพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุ เราพิถีพิถันในทุกขั้นตอน  ตั้งแต่กำหนดคุณสมบัติ การทดสอบ การคัดเลือก การฝึกฝนอบรมหลักสูตร ทั้งหลักสูตร พ.ร.บ.จราจร ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรที่ถ่ายทอดและพัฒนาจากประสบการณ์โดยตรงของพนักงานเคลมรุ่นพี่ ๆ ที่สั่งสมมายาวนาน รวมถึงมาตรฐานศูนย์ซ่อมให้มีมาตรฐาน และสถานพยาบาล”

สยมกล่าวต่อไปอีกว่า ในเรื่องของการใช้ Big Data มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสินไหมทดแทนนั้น  วิริยะประกันภัยได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และได้สรรหานวัตกรรมและโมเดลที่ทันสมัยในการบริหารจัดการข้อมูลมาเพื่อยกระดับความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง มีการเชื่อมโยงโครงสร้างธุรกิจด้วยข้อมูล รวมถึงสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานทุกฝ่าย ทุกระดับ สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ เพื่อประกอบการตัดสินใจในทุกขั้นตอนของการทำงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ ไปด้วยกัน

“วิริยะประกันภัยมีข้อมูลมากมายเนื่องจากเราให้บริการลูกค้ากว่าล้านกรมธรรม์ต่อปี ข้อมูลการทำประกันภัยของลูกค้าที่สะสมมาต่อเนื่องกันหลายปี จึงมีจำนวนมากมายมหาศาล โดยเฉพาะสถิติข้อมูลการเกิดเหตุ ลักษณะการเกิดเหตุ ช่วงเวลาเกิดเหตุ พื้นที่เกิดเหตุ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราบริหารจัดการงานสินไหมของบริษัทฯ ให้มีความแม่นยำ ลดระยะเวลาและขั้นตอนการทำงาน เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยได้รับบริการที่สะดวกรวดเร็ว  อีกทั้งยังได้นำข้อมูลลักษณะการเกิดเหตุไปใช้ประโยชน์ทางสังคมผ่านหลากหลายโครงการ เพื่อรณรงค์ช่วยลดและบรรเทาความรุนแรงของอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนจัดทำโครงการกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ต่าง ๆ กับหน่วยงานราชการและองค์กรสาธารณะต่าง ๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก เป็นต้น”

สยมยังได้เปิดเผยถึงศักยภาพและความพร้อมรองรับการรับประกันภัยที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เห็นคนไทยให้ความสำคัญตื่นตัวกับการใช้รถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง ลดปริมาณฝุ่นควัน และไอเสียในอากาศ ปัจจุบันวิริยะประกันภัยรับประกันรถยนต์ EV อยู่แล้ว แต่ด้วยสัดส่วนการใช้รถ EV ของไทยยังมีจำนวนน้อย โดยข้อมูลรถยนต์ EV จดทะเบียนเดือน ก.พ. 65 เฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง มีจำนวน 5,400 คัน วิริยะประกันภัยรับประกันไว้ประมาณ 700 คัน (13%)  แต่ด้วยแนวโน้มความนิยมและกระแสการตอบรับรถยนต์ EV ของผู้ใช้คนไทยเริ่มเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายค่ายดังที่ทยอยเปิดตัวอีกนับสิบแบรนด์ วิริยะประกันภัยซึ่งเตรียมความพร้อมรองรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้ามาร่วม 4 ปี ตั้งแต่วิวัฒนาการมาจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด โดยร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายชั้นนำ ในการเติมเต็มการให้บริการผู้ใช้รถยนต์ EV อย่างครบวงจร ด้วยการวางแผนจัดโครงสร้างเบี้ยประกัน จัดระบบสินไหมการซ่อม การจัดบริการอะไหล่ เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามั่นใจในการขับขี่ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสิ่งแวดล้อมสะอาดด้วยพลังงานไฟฟ้า

ดลเดช สัจจวีระกุล

สำหรับแนวทางการพัฒนาช่องทางการขายของวิริยะประกันภัย ดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โควิด-19. ทำให้ชีวิตเปลี่ยน แต่การมุ่งมั่นที่จะดูแลลูกค้าของวิริยะประกันภัยไม่เคยเปลี่ยน วิริยะประกันภัยมีการพัฒนาระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ ทั้งในด้านแอปพลิเคชั่น เครื่องมือ  รวมถึงพนักงาน เพื่อให้สามารถดูแลและบริการลูกค้าให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว และรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของลูกค้า ซึ่งวันนี้มีกว่า 8 ล้านกรมธรรม์ มีเคลมที่ต้องดูแลหลักล้านเคลมต่อปี  เป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมประกันภัย ด้วยฐานข้อมูลนี้ทำให้วิริยะประกันภัยสามารถขับเคลื่อนทำการตลาดแบบเฉพาะตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน

ด้านตัวแทนและนายหน้าประกันภัยที่เป็นช่องทางการขายที่สำคัญของบริษัทฯ ที่มีอยู่เกือบ 10,000 คน สร้างยอดขายเบี้ยประกันภัยกว่า 50% ของรายได้รวมบริษัท มีการส่งเสริมการพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ตัวแทนและนายหน้า สามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคของข้อมูลข่าวสารและการเข้าสู่สังคมดิจิทัล และสามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการนำสื่อสังคมออนไลน์เข้ามาใช้สนับสนุนงานขาย การประชาสัมพันธ์ การให้ความรู้ด้านประกันภัยแก่ลูกค้า และประชาชนทั่วไป

“ปัจจุบันบริษัทฯ ได้สร้างเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อสนับสนุบการทำงานและเชื่อมการทำงานร่วมกับตัวแทนและนายหน้าอย่างมากมาย อาทิ Facebook ตัวแทนสัมพันธ์ และ Line ตัวแทนสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนงานขายของตัวแทน/นายหน้า  การสร้าง Facebook Group ห้องสมุดตัวแทนสัมพันธ์ เป็นที่รวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับงานขาย เพื่อให้สามารถดาวน์โหลดไปใช้ได้ทันที เช่น โบว์ชัวร์ แผ่นพับ แบนเนอร์ ผลิตรายการ “รู้ไปด้วยกัน” ผ่าน Facebook Live เพื่อให้ความรู้ในเรื่องผลิตภัณฑ์ประกันภัย Update ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงสาระความรู้ที่จะเป็นประโยชน์กับตัวแทน/นายหน้าของบริษัท  การจัดตั้งห้องสนทนาบน LINE Open Chat เพื่อให้เกิดชุมชนตัวแทน/นายหน้าของบริษัทฯ ในการสอบถามข้อสงสัย แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างบริษัทฯ กับตัวแทน/นายหน้า และระหว่างตัวแทน/นายหน้าด้วยกันเอง ฯลฯ”

“ในปี 2565 นี้ เพื่อให้การให้บริการประกันภัยครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างแท้จริง บริษัทฯ จึงเปิดโอกาสให้คนใหม่ ๆ ได้เข้ามาสู่การเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยที่มีคุณภาพ ส่งเสริมให้ร่วมธุรกิจกับบริษัทฯ ในทุกพื้นที่ ซึ่งนับตั้งแต่วันนี้ จำนวนตัวแทนและนายหน้าจะมีครอบคลุมทุกจังหวัดทุกอำเภอ และอาจจะครอบคลุมทุกตำบลทั่วประเทศ” ดลเดชกล่าว

ดลเดช เปิดเผยถึง ส่วนช่องทางการขายทั้งแบบออนไลน์และแบบออฟไลน์อื่น ๆ  ว่า บริษัทฯ มีให้บริการอย่างครบครัน เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าตามวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นจุดบริการในห้างสรรพสินค้า เพื่อรองรับวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองใหญ่  www.Viriyah.com  และ Platform ออนไลน์ต่าง ๆ สำหรับผู้ที่มีวิถีชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์ การทำให้การชำระเบี้ยประกันภัยง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และรวดเร็วขึ้น  สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้หลากหลายช่องทาง อาทิ ผ่าน QR Code ผ่านบัตรเครดิต รวมถึงแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินต่างๆ

ฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์

ด้านการประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์หรือ Non-Motor  ฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)  ได้เปิดเผยว่า ถึงแม้บริษัทจะเจอภาวะวิกฤตโควิดที่หนักหน่วงในช่วงปีที่ผ่านมา แต่ผลการดำเนินงานของ Non- Motor ในปี 2564 ยังคงเติบโตได้ถึง 12.17% ด้วยเบี้ยประกันภัย 5,400 ล้านบาท และบริษัทฯยังคงสามารถขยายอัตราส่วนประกันภัย Non-Motorเพิ่มเป็น 13.98% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในการขยายสัดส่วน Non-Motor ให้ได้ถึง 20%

“เป้าหมายหลักปี 2565 ของ Non-Motor ก็จะยังคงเพิ่มสัดส่วนประกันภัย Non-Motor เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราวางไว้ โดยมุ่งเน้น พัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ ด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงรายบุคคล รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ โดยด้านประกันภัยสุขภาพในปี 2564  เติบโตขึ้น 102% ในส่วนของเบี้ยประกันภัยรับรวม 851 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ Market Share เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.7% ซึ่งเติบโตจากปี 2563 ที่มี Market Share อยู่ที่ 3.3%”

ฐวิกาญจน์ กล่าวถึงแผนงานในปี 2565  ว่า วิริยะประกันภัยจะไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการ โดยมีการพัฒนาระบบ Core System   เพื่อรองรับการเติบโตของประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพัฒนาระบบ CRM ร่วมกับการใช้ Data-Driven เข้ามาช่วย เพื่อให้เราตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาช่องทางการขายทุกช่องทาง ทั้งช่องทางตัวแทนนายหน้า ผู้ค้าหลัก รวมถึงการขายผ่านโทรศัพท์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงวิริยะประกันภัยได้ง่ายขึ้น

และด้วยสถานการณ์โควิด-19 เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ลูกค้ามีความใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น สอดคล้องกับ Mission ของวิริยะประกันภัยที่พร้อมจะอยู่เคียงข้าง และสนับสนุนให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน ผ่านบริการ Health Advisory เป็นบริการให้คำปรึกษา คำแนะนำการดูแลสุขภาพทั้งก่อน ระหว่า และหลังการรักษาพยาบาล  รวมถึงมีการเปิดตัวแคมเปญ

Get Healthy เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าของเราได้ให้ความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งมุ่งเน้นให้คำแนะนำการปรับพฤติกรรมการบริโภค ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดของนักโภชนาการและบุคลากรทางการแพทย์  ซึ่งจากการดำเนินงานมาตั้งแต่ต้นปีได้รับการสนองรับเกินคาด ลูกค้าได้ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก และผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจจากผู้เข้าร่วมโครงการ

นอกจากนี้ วิริยะประกันภัยยังมีโครงการ Healthy Life ได้วางแผนต่อยอดในการให้คำแนะนำด้านสุขภาพหรือประเด็นโรคที่น่าสนใจในหัวข้อต่าง ๆ  ผ่าน Doctor’s Talk  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมะเร็ง  PM 2.5  โอไมครอน และอีกหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจที่จะตามมา เช่น ออฟฟิศซินโครม  Long Covid หรือ Mental Health Issues

“ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ด้วยความตั้งใจของเราที่จะดูแลลูกค้าทุกท่านอย่างเต็มรูปแบบเพื่อประโยชน์สูงสุดของสุขภาพลูกค้าของบริษัทฯทุกคน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพัฒนาเหล่านี้จะตอบโจทย์และช่วยให้ลูกค้าของเราใช้ชีวิตด้วยความเบาใจ ไร้กังวล”  ฐวิกาญจน์ กล่าว

บริษัทฯ ยังได้ขยายการดูแลต่อไปยังสุขภาพของรถยนต์ด้วย โดยเมื่อต้นปีนี้  บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ “ประกันภัยการขยายเวลารับประกันสำหรับอะไหล่รถยนต์” หรือ “Extended Warranty” ด้วยแนวคิดที่ว่าหากประกันภัยรถยนต์คุ้มครองอุบัติเหตุ ประกันภัยนี้ก็จะคุ้มครองสุขภาพของรถคุณ ซึ่งแผนนี้ออกแบบให้คุ้มครองต่อเนื่องได้ทันทีเมื่อระยะการรับประกันจากผู้ผลิตสิ้นสุดลง ซึ่งให้ความคุ้มครองสูงสุด 14 กลุ่มอะไหล่หลักและชิ้นส่วน 278 รายการ