“BIS” วางแผนขายไอพีโอ 94 ล้านหุ้น ไตรมาส 2 หลัง ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง โชว์กำไรโตสวนทางอุตสาหกรรม

274
น.สพ.ธนวัฒน์ คงเจริญสมบัติ

บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS ผู้นำธุรกิจ วัคซีน ยาและเวชภัณฑ์สัตว์แบบครบวงจร เปิดงบปี 2564 สวยงาม ทั้งรายได้และกำไรเติบโตสวนทางอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจาก วิกฤติโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF)  ล่าสุดกลต. นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว เมย์แบงก์ ที่ปรึกษาชูศักยภาพแกร่งเชี่ยวชาญด้านยา และวัคซีนสัตว์แบบครบวงจร พร้อมขยายตลาดปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง ทั้งในไทยและอาเซียน

นายสัตวแพทย์ ธนวัฒน์ คงเจริญสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทไบโอซายน์ เป็นบริษัทยาและเวชภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงของคนไทย ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากบริษัทผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ระดับนานาชาติจำนวนมากอย่างต่อเนื่องกว่า 18 ปี อีกทั้งบริษัทฯ เป็นเจ้าของแบรนด์เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์หลากหลายแบรนด์ โดยมีโรงงานผลิตสินค้าเป็นของตนเองที่ได้มาตรฐานสากล บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพสัตว์ครบวงจร  คือ 1.ผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health Product) 2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินสำหรับสัตว์ (Nutrition Product) 3. ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์ (Diagnostic Product)  4. ผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ (Complete Feed Product) 5. ผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient Product) 6. ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยบริษัทฯ มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่จำนวนมากที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารของไทยซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการส่งออกอาหารสูงติดอันดับโลก เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในครัวของโลก โดยกระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่ามูลค่าการส่งออกอาหารจะสูงกว่า 1,000,000 ล้านบาทในปี 2564 และมีปริมาณการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคในประเทศและส่งออกมากกว่า 21 ล้านตันต่อปี

“BIS มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง แม้ในปี 2564 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมปศุสัตว์ประสบปัญหา โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF อย่างรุนแรง ทำให้มีสุกรตายจำนวนมาก จนกระทบต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดย  BIS มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 1,987 ล้านบาท และ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 69 ล้านบาท จากปี 2563 ที่มีรายได้รวม 1,784 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท โดยมีรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ ชุดตรวจโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF และ ชุดตรวจโควิด -19 แบบ RT PCR เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 กลุ่ม เป็นนวัตกรรมที่ BIS ได้พัฒนาขึ้นร่วมกับพันธมิตรด้านการวิจัย-พัฒนา โดยเริ่มวางตลาดเมื่อปีที่ผ่านมา และ สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างสูง และ คาดว่าในปีนี้กลุ่มชุดตรวจโรคน่าจะมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ เพราะสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF) ยังทรงตัวอยู่ จึงมีความต้องการสินค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health Product) และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินสำหรับสัตว์ (Nutrition Product) ซึ่งเป็น 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ อย่างมากเช่นกัน”

ด้าน ประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของบริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) ในการนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เปิดเผยว่า ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับ 1 ไฟลิ่งของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่า BIS จะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในไตรมาส 2/65 โดยจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 94,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 29.94 มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท/หุ้น ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ส่วนหนึ่งนำไปเพื่อต่อยอดธุรกิจด้วยการขยายโรงงานการผลิตสินค้าและการลงทุนเพิ่มเติมในเครื่องจักร เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับปศุสัตว์ และเพื่อต่อยอดการผลิตวัคซีนในเชิงพาณิชย์  ส่วนที่เหลือจะใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจ และ ความสัมพันธ์ที่ดียิ่งกับลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจจำนวนมากทั้งบริษัทระดับนานาชาติและบริษัทไทย และอยู่ในอุตสาหกรรมด้าน ยา วัคซีน และ เวชภัณฑ์สัตว์ ซึ่งเป็นเสมือน จิ๊กซอว์ ที่สำคัญในอุตสาหกรรมอาหารของไทยที่มีความสำคัญและมีมูลค่าสูง จึงมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องไปกับอุตสาหกรรมอาหาร อีกทั้งบริษัทฯมีการกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารองค์กรธุรกิจระดับสูง อดีตผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ และนักวิชาการด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ  BIS จึงเป็นบริษัทฯ ที่มีการบริหารแบบมืออาชีพ มีความคล่องตัวสูง มีธรรมาภิบาลที่ดี”

กลุ่มไบโอซายน์ (BIS) มีเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่ง ในผู้นำอุตสาหกรรมไบโอเทค ซึ่งเป็นหนึ่ง ในอุตสาหกรรม New S Curve ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาวัคซีนสัตว์ จำหน่ายวัคซีนและเวชภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร ให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย และมีมูลค่าตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานชีวอนามัยที่สูงและเข้มงวดยิ่งขึ้น ในสภาวะที่โลกเผชิญกับโรคระบาดทั้งในสัตว์และในคน ธุรกิจจำหน่ายยา วัคซีนและเวชภัณฑ์ของ บริษัทฯ จึงมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารมากขึ้นตามลำดับ