“เจนเนอราลี่ กรุ๊ป” โชว์ผลประกอบการรวมปี 2021 เติบโตฝ่าวิกฤต ทำกำไรกว่า 2.3 แสนล้านบาท

314
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เผยผลประกอบการในปี 2021 สร้างกำไรจากผลการดำเนินงานกว่า 2.3 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นผลกำไรสูงสุดในประวัติการณ์ จากการเติบโตของธุรกิจด้านประกันชีวิต ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ธุรกิจโฮลดิ้ง และธุรกิจอื่นๆ รวมถึงผลการดำเนินงานอย่างยอดเยี่ยมจากธุรกิจประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด มีผลกำไรสุทธิ 1.1 แสนล้านบาท

นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้เปิดเผยในงานประชุมพนักงานประจำปี 2022 (Townhall) ครั้งที่ 1 ว่า “ในปี 2021 ถือเป็นปีที่ กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ (Generali Group) ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยสามารถสร้างกำไรจากผลการดำเนินงาน (Operating result) รวมทั้งสิ้นกว่า 2.3 แสนล้านบาท (+12.4%) ซึ่งถือเป็นผลกำไรที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ของกลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Gross Written Premium) สูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท (+6.4%) จากการเติบโตของธุรกิจด้านประกันชีวิต รวมถึงผลการดำเนินงานอย่างยอดเยี่ยมจากธุรกิจประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (P&C) ทำให้มีกระแสเงินลงทุนไหลเข้าของธุรกิจประกันชีวิต (Life Net Inflows) สูงถึง 4.9 แสนล้านบาท (+4.4%) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ประเภทประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-linked) มีผลกำไรขั้นต้นของธุรกิจใหม่ (New Business Margin) ในระดับยอดเยี่ยมที่ร้อยละ 4.52 (+0.57 p.p.) ในขณะที่อัตราส่วนรวม (Combined Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 90.8 (+1.7 p.p.) จากตัวเลขผลประกอบการที่เพิ่มสูงขึ้นจึงทำให้ กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ มีผลกำไรสุทธิ (Net Result) กว่า 1.1 แสนล้านบาท (+63.3%) และมีเงินปันผลที่เสนอต่อหุ้นมีมูลค่าที่ 41.7 บาทต่อหุ้น

พร้อมกันนี้ กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ได้เดินหน้าพัฒนาและขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อซื้อหุ้นใหญ่ในกิจการร่วมค้าของ AXA Affin เพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 100% ก้าวขึ้นเป็นบริษัทประกัน P&C อันดับ 2 ในประเทศมาเลเซีย รวมถึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการ La Médicale ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษสำหรับเจนเนอราลี่ ในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับสายผลิตภัณฑ์ด้านประกันสุขภาพและประกันทรัพย์สินเบ็ดเตล็ดในประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

ดังนั้นเพื่อตอกย้ำความสำเร็จ กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ จึงมุ่งมั่นเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2022 ภายใต้กลยุทธ์หลัก Lifetime Partner 24: Driving Growth โดยเพิ่มเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรที่สร้างผลกำไรอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ “การขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีจุดหมาย” ด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาค มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางเทคนิค เตรียมยกระดับเจนเนอราลี่ในประเทศเยอรมนี และประเทศฝรั่งเศสเปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ในการจัดการสินทรัพย์ (Asset Management) เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็นบริษัทประกันชั้นนำด้านดิจิทัล ต่อมาคือ “เพื่อนผู้เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต” ด้วยการมุ่งเน้นความเป็นเลิศในธุรกิจที่สร้างผลกำไร มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างมั่นคงเคียงข้างนักลงทุน โดยมีเป้าหมายการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กำไรต่อหุ้นราวๆ 6-8% สุดท้าย “การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต” ด้วยการเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น “Lifetime Partner ” มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชั้นนำด้านดิจิทัล ขยายการเติบโตในการจัดการสินทรัพย์ ลดความซับซ้อนรวมถึงจัดการระบบด้านไอทีแบบบูรณาการ

มร.ฟิลลิป ดอนเนท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่ม บริษัทเจนเนอราลี่ (Mr.Philippe Donnet, Generali Group CEO)

ทางด้าน มร.ฟิลลิป ดอนเนท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกลุ่ม บริษัทเจนเนอราลี่ (Mr.Philippe Donnet, Generali Group CEO) กล่าวว่า “ผลประกอบการของปี 2021 ถือเป็นผลลัพธ์ของแผนกลยุทธ์ Generali 2021 ที่ประสบความสำเร็จและบรรจุตามเป้าหมายเป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเราปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาและตอบโจทยทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน จากการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ Generlali 2021 ในช่วงที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านประกันในยุโรปและได้กลายเป็น Lifetime Partner ให้กับลูกค้า 67 ล้านคนทั่วโลก ด้วยศักยภาพของพนักงานและตัวแทนจำหน่ายทุกภาคส่วน ปัจจุบัน เจนเนอราลี่ อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดขององค์กรธุรกิจในระดับเดียวกันในแง่ของระดับเงินทุน ความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตของธุรกิจ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงให้แก่องค์กร และขยายธุรกิจบริหารสินทรัพย์ให้เติบโตยิ่งขึ้น ในปี 2022 นี้ เราได้เริ่มดำเนินการตามกลยุทธ์ใหม่ Lifetime Partner 24: Driving Growth เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นที่การเติบโตอย่างยั่งยืน ธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น และการสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น ด้วยแนวทางการปรับใช้เงินทุนที่เข้มงวดและมีระเบียบวินัย ควบคู่กับความยั่งยืนในธุรกิจอย่างสมบูรณ์ และเพิ่มการลงทุนในด้านเทคโนโลยี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในความสำเร็จของธุรกิจ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ ที่โลกกำลังเผชิญอยู่ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน”