“เจดีฟู้ด”จัดโรดโชว์ออนไลน์ โชว์วิสัยทัศน์การเติบโตตามเทรนด์อุตสาหกรรมอาหารโลก ก่อนขาย IPO ไตรมาส 2 นี้

334
รัตนา เอี้ยประเสริฐศักดิ์

“บมจ.เจดีฟู้ด” หรือ JDF จัดโรดโชว์ออนไลน์ แสดงวิสัยทัศน์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสและอาหารแปรรูป ซึ่งผลิตและจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศนำเสนอข้อมูลสรุปข้อมูลบริษัทและการเสนอขายหุ้น IPO เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน โดยมี “บจก. แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์” ที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมนำเสนอข้อมูล ชูศักยภาพการเติบโตของ JDF ที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารโลกและแผนการลงทุนในอนาคต

รัตนา เอี้ยประเสริฐศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ JDF เปิดเผยว่า บริษัทได้นำเสนอข้อมูลธุรกิจในงานโรดโชว์ออนไลน์ ในวันที่ 14 มีนาคม 2565  เพื่อให้นักลงทุนได้รับทราบเกี่ยวกับรายละเอียดการดำเนินธุรกิจ จุดแข็ง และโอกาสการเติบโตของบริษัทในอนาคต ก่อนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร / อาหารและเครื่องดื่ม ภายในไตรมาส 2 นี้

JDF เป็นผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสและอาหารแปรรูป ซึ่งผลิตและจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัท ผงเขย่าปรุงรสและไส้เบเกอรี่ ตรา ‘โอเค’ ผลิตภัณฑ์เครื่องแกงปรุงรสและอาหารไทยกึ่งสำเร็จรูป ตรา ‘กินดี’ หรือ ‘Kindee’  มะพร้าวอบกรอบ ตรา ‘Crispconut’ และซุปกึ่งสำเร็จรูปไม่ใส่ผงชูรสทุกชนิด ตรา ‘GOOD EATS’ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหารกว่า 30 ปี โดยการระดมทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสและอาหารแปรรูประดับประเทศ

ทั้งนี้ JDF อยู่ระหว่างเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ขยายช่องทางตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม CLMV ประเทศจีนตอนใต้และประเทศอินเดีย ลงทุนในการวิจัยพัฒนาและเครื่องจักรของกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอัตราการเติบโตสูง รวมไปถึงลงทุนในระบบเทคโนโลยีสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิตและเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตและยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งใช้ชำระคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

การเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ แม้สถานการณ์โควิดกระทบภาพรวมคำสั่งซื้อและการส่งออกของลูกค้าบริษัทฯ แต่เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารอยู่ในเทรนด์การเติบโตของโลก ประกอบกับฐานลูกค้าของ JDF เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอาหาร ทำให้ความต้องการเครื่องปรุงรสและอาหารแปรรูปยังคงอยู่ในระดับสูง และมองว่า JDF จะเป็นหุ้นคุณภาพสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาบริษัทซึ่งมีปัจจัยส่งเสริมการเติบโต

เอกจักร บัวหภักดี

ด้าน เอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ JDF กล่าวว่า ปัจจัยที่ส่งเสริมศักยภาพการเติบโต ทั้งประสบการณ์และเชี่ยวชาญของผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้บริหารที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมอาหารมากกว่า 30 ปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของลูกค้าในธุรกิจอาหาร ร้านอาหารยักษ์ใหญ่ รวมไปถึง SMEs ด้วยกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนสูตรอาหารให้ตรงความต้องการและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งได้พัฒนามาแล้วกว่า 300 ราย หรือกว่า 2,000 รายการ

โดยในปีที่ผ่านมา JDF มีการสร้างโรงงานแห่งใหม่และได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพในระดับสากล สามารถรองรับโอกาสการเติบโตในยุคหลัง COVID-19 และก้าวสู่การเป็นผู้นำการพัฒนาและผลิตเครื่องปรุงรสและอาหารแปรรูปให้ลูกค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ รวมถึง การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สามารถเพิ่มโอกาสการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาบริษัทที่มีปัจจัยส่งเสริมการเติบโตอย่างมั่นคง ตอกย้ำ JDF เป็นบริษัทที่สามารถเติบโตได้อย่างน่าจับตามอง