WPH ทำกำไรปี 64 ออลไทม์ไฮ 818% บอร์ดสั่งจ่ายปันผลอัตรา 0.10 บ./หุ้น

357
เชน เหล่าสุนทร

บมจ.โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง (WPH) สุดเจ๋ง!โชว์กำไรสุทธิปี 64 แตะ 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  818% พลิกจากปีก่อนที่ขาดทุน 33 ล้านบาท และทำสถิติรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผลจากรับรู้รายได้ผู้ใช้บริการทั้งใน และต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งมีรายได้เพิ่มจากการตรวจรักษาโควิด-19 อีกทั้งมีบริษัทย่อยที่เพิ่งเปิดใหม่ ช่วยหนุนกำไรให้โตแรงขึ้น ขณะที่บอร์ดสั่งจ่ายปันผลเป็นเงินสดงวดปี 64 อัตรา 0.10 บ./หุ้น ฟาก “เชน เหล่าสุนทร” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุปี 65 ตั้งเป้ารายได้ทำนิวไฮต่อเนื่อง ลุ้นสัดส่วนรายได้ลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นแตะ 10% ขณะที่ศูนย์ Wellness สัญญาณดี ดันอนาคตโตก้าวกระโดด 

เชน เหล่าสุนทร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง จำกัด (มหาชน) หรือ WPH เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานปี 2564 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 818% จากปีก่อนมีขาดทุน 33 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับกำไรที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์  ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมเท่ากับ 705 ล้านบาท ทำให้รายได้ขึ้นมาสู่ระดับพันล้านเป็นปีแรก

สาเหตุที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ป่วย ทั้งในและต่างประเทศเข้ามาใช้บริการจำนวนมากขึ้น มีรายได้จากการตรวจรักษาจากโรคโควิด-19 โดยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น ได้รับประโยชน์จากการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 การช่วยรับรักษาคนไข้โควิด-19 และการจัดทำฮอสพิเทล รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับคนในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐ ซึ่งช่วงหลังพบว่าคนไข้มีความกล้าเดินทาง และเข้ามารับรักษาโรคประจำตัวในโรงพยาบาลมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ยังได้แรงหนุนจากผลกำไรของบริษัทย่อยที่เติบโตแบบก้าวกระโดดอีกด้วย

 ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันประจำปี 2564 ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท  รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 60 ล้านบาท โดยกำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่จะมีชื่อปรากฏ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 11 มี.ค.2565 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 25 พ.ค.2565

“สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี2565 ตั้งเป้าหมายรวมจะเติบโตประมาณ 5 -10% จากฐานที่สูงของปี 2564 ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,226 ล้านบาทเนื่องจากคาดว่าสัดส่วนรายได้ของลูกค้าต่างชาติมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้แตะระดับ 10% หลังจากเริ่มทยอยกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น ซึ่งในช่วงต้นปีนี้เริ่มเห็นสัญญาณที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งผู้ป่วยโควิด -19 กลับเพิ่มสูงขึ้นจากที่บริษัทคาดการณ์ไว้ โดยคาดว่าไตรมาส 1/65 รายได้จะสามารถเติบโตได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ ”  เชนกล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทฯจะรับรู้รายได้เพิ่มเติมในส่วนของการรักษาเฉพาะทาง และรายได้ที่มาจาก ตึกอาคาร Wellness ซึ่งเป็นศูนย์สุขภาพครบวงจร ที่รองรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยโดยเฉพาะ เช่นการทำฟัน การทำกายภาพ เสริมความงามและตรวจสุขภาพ ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ามารับบริการไม่ต้องมาปะปนกับผู้ป่วย โดยมีผู้เข้ามาใช้บริการมากกว่า 100 คน/วัน ซึ่งสูงกว่าที่บริษัทฯคาดการณ์ไว้