เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต ฝั่งตัวแทนขานรับนโยบาย Lifetime Partner 24 ตั้งเป้า 3ปี มุ่งสู่การเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดในประเทศไทย

444

เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต เดินหน้าเต็มสูบช่องทางตัวแทน ด้วยกลยุทธ์ “Phygital Agent” ลูกค้าต้องได้รับการดูแลจากตัวแทนแบบ 24/7 ใช้เครื่องมือดิจิทัลเสริม เผยภาพรวมช่องทางจำหน่ายผ่านตัวแทนปี 2564 เป็นที่น่าพอใจ มีเบี้ยรับประกันปีแรก (FYP) โตตามเป้าสูงกว่าปีที่ผ่านมากว่า 20% หลังเดินหน้า ผลักดันแนวคิด “New Generation, New Generali” เพื่อสนองตอบต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านเทคโนโลยี การดำเนินงาน และการบริการ ให้ทันสมัยอยู่เสมอเตรียมพร้อมในอีก 3 ปีข้างหน้า ปลูกฝังการเป็น ‘Lifetime Partner 24’ ตั้งเป้าเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ดีที่สุดในประเทศไทย

นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภาพรวมของช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนของเจนเนอราลี่ในปี 2564 เป็นที่น่าพอใจ เห็นได้จากอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นจากปีที่ก่อนหน้า ซึ่งช่องทางตัวแทนเองนั้นมีการขยายตัวหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตัวแทน จำนวนตัวแทนที่มีคุณภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคปัจจุบันก็ดี โดยล่าสุดเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ได้รับนโยบาย Lifetime Partner 24 : Driving Growth คือการเป็นเพื่อนผู้เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิตจากบริษัทแม่ เป็นแนวทางในการทำงานของตัวแทน ด้วยกลยุทธ์ “Phygital Agent” ลูกค้าได้รับการดูแลจากตัวแทนตลอดอายุสัญญา และต้องสะดวกยิ่งขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือด้านดิจิทัล มาดูแลลูกค้าแบบ 24/7 เพราะช่องทางตัวแทนคือหัวใจสำคัญของธุรกิจประกันชีวิต กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่จึงให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการสร้างกลยุทธ์และเครื่องมือต่างๆ ที่จะส่งเสริมให้ตัวแทนสัมฤทธิผลในการดูแลลูกค้าตามเป้าหมายการเป็น Lifetime Partner 24

นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

ด้าน นายชวลิต ทองรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายช่องทางจัดจำหน่ายผ่านตัวแทน (Chief Agency Officer) บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมานี้ เบี้ยรับประกันปีแรก (FYP) มีมูลค่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือสูงกว่าปีก่อนกว่า 20% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของการเติบโตในวงการอุตสาหกรรมประกันชีวิต อันเป็นผลมาจากการผลักดันแนวคิด “New Generation, New Generali” ควบคู่ไปกับการพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ “ตัวแทนจำหน่าย” โดยเรามีการเสริมทัพและปรับแนวทางเพื่อตอบสนองลูกค้าในวิถีปัจจุบัน ส่งเสริมศักยภาพตัวแทนด้านดิจิทัลในขณะเดียวกันก็เดินทางขยายสำนักงานตัวแทน พัฒนาตัวแทนให้มีความเชี่ยวชาญเพื่อนำเสนอแผนประกันที่ตรงกับความต้องการขอ

ลูกค้ามากที่สุดใน ปลูกฝังให้มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านเพื่อการบริการและแก้ไขปัญหาให้แก่ลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน แบ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันชีวิต (Insurance Specialist) นักออกแบบสินทรัพย์ (Asset Designer) และที่ปรึกษาความมั่งคั่ง (Wealth Advisor) โดยเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ยังมีระบบการเรียนการสอนและพัฒนาตัวแทนจำหน่ายประกันชีวิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมทั้งการการันตีการสอบผ่านกว่า 85% จึงทำให้ในปีนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมทีมตัวแทนจำหน่ายกว่า 1,000 คน ต่อมาคือ “ผลิตภัณฑ์” ที่เราออกแบบให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่แท้จริง และยังสามารถรองรับกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่ปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลา (Solutions Products for Lifetime Partners) ซึ่งผลิตภัณฑ์จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของการวางแผนการสร้างกระแสเงินสดรับตลอดชีวิต (Lifetime Cash flow) การปกป้องสินทรัพย์และส่งต่อมรดกสู่ทายาท (Wealth Protection & Transfer) การสร้างกองทุนเพื่อสุขภาพและบำนาญ (Medical & Retirement Funds) และสุดท้าย “สำนักงานตัวแทน” (Generali Agency Office) โดยในปี 2564 ที่ผ่านมานี้ทางเจนเนอราลี่ได้ขยายสำนักงานตัวแทนกว่า 13 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อให้ทันต่อการบริการลูกค้าและมอบบริการประกันชีวิตครบจบที่เดียว อีกทั้งยังเพื่อสร้างโอกาสให้คนในชุมชนมาร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายประกันชีวิต สร้างงาน สร้างอาชีพที่มั่นคง ซึ่งในปี 2565 ตั้งเป้าจะเปิดให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคให้เข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการกลยุทธ์ Phygital Agent ที่คอยบริการลูกค้าที่เดินเข้ามาที่สำนักงานหรือแม้นกระทั่งผ่านทาง Online Application”

นายชวลิต กล่าวต่อว่า “ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เจนเนอราลี่ตั้งเป้าจะเป็นผู้นำด้านการบริการผ่านช่องทางตัวแทนที่ลูกค้าไว้วางใจและดีที่สุดในประเทศไทย ด้วยการพัฒนาตัวแทนรุ่นใหม่ให้เป็นตัวแทน มีศักยภาพ มีความรู้ และสามารถนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย (Phygital Agency Force) มาปรับใช้ในการให้บริการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและครบวงจรทั้งแบบ Face-to-Face และแบบดิจิทัลออนไลน์ บนพื้นฐาน ‘Lifetime Partner 24’ เพื่อการดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิตอย่างแท้จริง”