ไทยประกันชีวิตปรับยุทธศาสตร์ มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน

197
ไชย ไชยวรรณ

ไทยประกันชีวิตเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ ประกาศวิสัยทัศน์ “มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน” ผ่าน 6 คุณค่าหลัก รองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรในทุกด้าน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

 ไชย  ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของไทยประกันชีวิตตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีวิวัฒนาการองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับบริบทของการดำเนินธุรกิจ และปัจจัยแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในปี 2560 บริษัทฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นทุกคำตอบของชีวิต หรือ Life Solutions ด้วยการดำเนินธุรกิจในลักษณะ People Business คือให้ความสำคัญและดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ทุกภาคส่วน ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี ชีวิตที่มั่งคั่งมั่นคง และชีวิตที่ดีมีสุข

และในฐานะบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทยที่ดูแลคนไทยมาจะครบ 80 ปี ในปี 2565  ไทยประกันชีวิตจึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ “มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน (To be an Insurance Company of Sustainability)” พร้อมสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี รวมถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และเป็นทิศทางในการดำเนินธุรกิจในอีก 10 ปีข้างหน้า

สำหรับ Roadmap ของวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ปี  2565-2570 เป็นช่วง Transforming Tomorrow การเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ดีกว่า โดยบริษัทฯ มุ่งปรับกระบวนทัศน์ในการดำเนินธุรกิจทุกด้านเพื่อสร้างความพร้อมขององค์กร และปี 2570-2575 เป็นช่วง  Sustainable Tomorrow คือการก้าวสู่อนาคตที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์สำคัญที่จะทำให้ไทยประกันชีวิตเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน จะถูกขับเคลื่อนบน 6 คุณค่าสำคัญ คือ สร้างคุณค่าในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเป็นบริษัทฯ ที่ลูกค้าชื่นชม (Admired) สร้างคุณค่าคนในองค์กร เป็นองค์กรที่มีความห่วงใยพนักงาน (Caring) สร้างคุณค่าให้กับพันธมิตรหรือคู่ค้า โดยต้องเป็นบริษัทที่คู่ค้าเลือก (Preferred)

สร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้น ด้วยการเป็นองค์กรที่ให้ผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Return) สร้างคุณค่าให้กับสังคม โดยเป็นองค์กรที่รับผิดชอบและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม (Responsible Corporate Citizen) และสร้างคุณค่าให้กับหน่วยงานที่กำกับดูแล คือมุ่งดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม รอบคอบ โปร่งใส ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

วิสัยทัศน์ใหม่ดังกล่าวมาจากการประยุกต์รากฐานที่แข็งแกร่งของไทยประกันชีวิตตลอดระยะเวลา 80 ปี ปรับให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การดำเนินธุรกิจของไทยประกันชีวิตนับจากนี้ จึงเป็นมากกว่าการประกันชีวิต โดยต้องเป็นทุกคำตอบด้านการเงินส่วนบุคคลและการประกันชีวิต (Life & Financial Solutions Provider) ในทุกช่วงชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของลูกค้า เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในรูปแบบเฉพาะบุคคล ผ่านการส่งมอบสุขภาพที่ดี  ชีวิตที่ดี และความมั่นคงมั่งคั่งในบั้นปลายชีวิต

“การทำธุรกิจจากนี้ไปไม่ใช่เพียงแค่การมองเรื่อง Customer Centric หรือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง แต่ต้องเข้าถึง Customer at Heart คือดูแลลูกค้าด้วยหัวใจ ด้วยการสร้างจิตวิญญาณแห่งการบริการ หรือ Heart Made  เสมือนการดูแลคนในครอบครัว และนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพิ่มขีดความสามารถให้กับตัวแทนฯ ในการดูแลและบริการลูกค้า หรือ Heart Tech เพื่อตอบสนองความต้องการแบบปัจเจกบุคคล ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตรงใจ”ไชยกล่าว

ขณะเดียวกันเป้าหมายของแบรนด์ไทยประกันชีวิต หรือ Brand Purpose ยังคง “มุ่งสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับความชื่นชม (Admired) และเป็นแรงบันดาลใจ (Inspired) ให้กับทุกคนในสังคม” เพื่อช่วยให้ภาพลักษณ์และทิศทางของแบรนด์สอดคล้อง และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งขององค์กรและสังคม

ไชยกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญอีกประการในการมุ่งสู่บริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน คือการสืบทอดและสืบสานวัฒนธรรมไทยประกันชีวิต ให้องค์กรและบุคลากรขับเคลื่อนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บนแก่นของความไว้ใจ ความใส่ใจ และความผูกพันซึ่งกันและกัน ผ่านการกำหนดค่านิยมหลัก (Core Values) เพื่อปรับเปลี่ยน Mindset  ของคนในองค์กร ทั้งพนักงานสำนักงานใหญ่ สาขา และฝ่ายขาย โดยสร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบ Data Driven, Agility และมี Innovation เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมการทำงานบนพื้นฐานความร่วมมือร่วมใจ และความผูกพัน ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพบนพื้นฐานความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม