คอตโต้ สบช่อง Work from Home ชวนเปลี่ยนสุขภัณฑ์รับเทรนด์ Smart & Hygiene

680

ในรอบปี 2563 คงเป็นช่วงเวลาที่คนไทยรวมถึงคนทั่วโลกอยู่ติดบ้านกันมากที่สุด เมื่อการระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายๆ องค์กรต้องนำนโยบาย Work from Home ที่เคยคิดว่าจะใช้กับเทรนด์ IoT มาปรับใช้รับมือการระบาดของโคยวิด-19 แทน  และเมื่อหลายๆ คนต้องอยู่ติดบ้าน บ้านที่คิดว่าเป็นพื้นที่แห่งความสุข เมื่อมีเวลาต้องมาใช้ชีวิตอยู่อย่างเต็มที่ หลายคนพบว่า มีเรื่องให้ปรับเปลี่ยน ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะห้องน้ำ  ซึ่งเป็นห้องที่ใช้บ่อยที่สุด แต่ดูเหมือนจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกันน้อยที่สุด 

อนุวัตร เฉลิมไชย Head of Ceramics Business ในธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า  จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ทำให้วิถีชีวิตคนเราเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนตระหนักเรื่องการป้องกันโรค และรักษาความสะอาด รักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัสอย่างยิ่ง

โดยพฤติกรรมหนึ่งที่คอตโต้ได้ติดตาม และสำรวจตลาดตั้งแต่ช่วง Work From Home ในปีที่ผ่านมา พบว่าผู้บริโภคมีความต้องการปรับปรุงบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งานรูปแบบใหม่ เช่น การใช้บ้านเป็นที่ทำงาน การเรียนหนังสือ การใช้พื้นที่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวตลอดทั้งวัน  โดยห้องน้ำเป็นพื้นที่อันดับต้นๆ ที่เจ้าของบ้านปรับเปลี่ยนให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ เหมาะกับการใช้งานร่วมกันของทุกคนในบ้าน

“โควิดทำให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไป เกิดความห่วงใยเรื่องความสะอาด ปลอดภัยเป็นลำดับต้นๆ ทำให้ผู้คนลุกขึ้นมาปรับปรุงบ้าน เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ตลอดทั้งวัน ซึ่งห้องน้ำเป็นห้องแรกๆ ที่ผู้บริโภคคิดจะเปลี่ยน”

อนุวัตร กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ คอตโต้ มีการศึกษาเทรนด์ของผู้บริโภคในเรื่องห้องน้ำ  Smart & Hygiene ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก และลดการสัมผัส เพื่อห่างไกลจากเชื้อโรค มองเห็นปัญหาของผู้บริโภคที่ต้องการใช้สุขภัณฑ์ Smart & Hygiene แต่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มีออกจำหน่ายพบว่ามีราคาที่สูงมาก ส่วนใหญ่จะรองรับตลาดพรีเมียม

คอตโต้จึงได้มีการเปิดตัวสุขภัณฑ์อัจฉริยะอัตโนมัติ (Smart Toilet) รุ่น Optimum ในระดับราคาที่เอื้อมถึง พร้อมบริการติดตั้งและรับประกันเป็นแบรนด์แรกในตลาด ต่อมามีการเสริมสุขภัณฑ์รุ่นปกติด้วยเทคโนโลยี Touchless ระบบชำระล้างไร้สัมผัส รวมทั้งได้ยกระดับความสะอาดของสุขภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีสารเคลือบผิวสุขภัณฑ์ Ultra Clean+ ที่ช่วยลดการสะสมเชื้อโรคได้ถึง 99% ภายใน 24 ชั่วโมง  ด้านผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำก็มีเทคโนโลยีระบบเซ็นเซอร์ดีไซน์สวยงามและมีประสิทธิภาพสูง การพัฒนาเทคโนโลยีที่สนองความต้องของผู้ใช้งาน ส่งผลให้ คอตโต้ครองความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งครองใจผู้บริโภค

ในปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดสุขภัณฑ์กลุ่ม Smart & Hygiene เติบโตถึง 30% เฉพาะกลุ่มสุขภัณฑ์อัจฉริยะเติบโต 300% โดยเป็นยอดเติบโตจากสุขภัณฑ์อัจฉริยะอัตโนมัติรุ่น Optimum ของคอตโต้ ถึง 90% และที่เป็นการเติบโตในช่องทางของ Omni-Channel เกือบ 200%

อนุวัตร กล่าวต่อว่า จากการติดตามเทรนด์ความเปลี่ยนแปลงสู่สุขภัณฑ์กลุ่ม Smart ของประเทศใหญ่ในเอเชีย ที่มีการใช้สุขภัณฑ์กลุ่ม Smart อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน พบว่า ญี่ปุ่นใช้เวลากว่า 30 ปี กว่าจะมีการใช้แพร่หลาย ขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ใช้เวลาเร็วกว่า เพียง 10 ปี  ขณะที่ประเทศไทยเพิ่งมีการทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงปี -2 ปีมานี้ แต่เมื่อได้สถานการณ์โควิด-19 มาช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาด ก็เชื่อว่า ประเทศไทยอาจจะใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าจีน  

กิตติพงษ์ โพธิ์ธรานนท์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามซานิทารีแวร์ จำกัด กล่าวว่า ในยุควิถีชีวิตใหม่ เทรนด์การปรับปรุงบ้านของผู้บริโภคชาวไทยในปัจจุบันจะพบว่า กลุ่มลูกค้าที่สร้างครอบครัวใหม่ อายุ 30-38 ปี หรือ กลุ่มเริ่มต้นเข้าสู่วัยทำงาน อายุ 23-29 ปี ให้ความสนใจปรับปรุงที่อยู่อาศัยสูงขึ้น มีการมองหาสิ่งอำนวยความสะดวก สะอาด ปลอดภัย เพื่อร่วมกันเป็นครอบครัวสมัยใหม่ได้อย่างมีความสุข

การคิดค้นพัฒนาสุขภัณฑ์ และก๊อกน้ำคอตโต้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาได้ครอบคลุม 5 ด้านเป็นหลัก คือ สะดวกสบาย สะอาดปลอดภัย คุ้มค่า ไว้วางใจ และสบายใจเพราะมีความสวยงาม เพื่อให้ครองใจผู้บริโภค และเราเรียกว่า “นวัตกรรมแห่งสุขอนามัย”

โดยแผนการรุกตลาดในปีนี้ คอตโต้ได้เปิดตัว แคมเปญ Smart Toilet นวัตกรรมแห่งสุขอนามัย” เพื่อสื่อสารไปถึงกลุ่มคนยุคใหม่ ที่ใช้ชีวิตในยุคสมัยของ  Smart Living กล่าวคือ เครื่องใช้ต่างๆล้วนเป็นอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยี ในราคาที่เอื้อมถึง เพื่อให้ทุกคนในบ้านได้สะดวกสบาย สะอาดปลอดภัย มีสุขอนามัยมากขึ้น 

คอตโต้จึงนำเสนอสุขภัณฑ์ Smart Toilet ที่โดดเด่นและครบครันในเรื่องของเทคโนโลยีอัตโนมัติ รุ่น “VERZO” ดีไซน์เพื่อคนไทยตามหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomic Design) ขนาดตัวใหญ่ นั่งสบาย  รูปลักษณ์สวยงาม ทันสมัย  พร้อมฝารองนั่งอัตโนมัติรองรับสรีระ  มีรีโมทสั่งการแบบอัจฉริยะที่ตอบสนองได้ไวขึ้น  และระบบชำระล้างไร้สัมผัส ก้านฉีดชำระสเตนเลสแข็งแรงทนทาน และทำความสะอาดตัวเองด้วยรังสี UV ทุกครั้งที่ใช้งาน มาพร้อมสารเคลือบ ULTRA CLEAN+ ช่วยลดการสะสมเชื้อโรคได้เอง 99% ภายใน 24 ชั่วโมง  พร้อมกับยกทัพ ก๊อกน้ำอัตโนมัติอีกหลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ห้องน้ำ Smart & Hygiene  

นอกจากนี้ สินค้ากลุ่ม Smart Toilet ยังมีสุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ อาทิ HERCULES CURVE, RIVIERA PRO, OPTIMUM, SUBMARINE, FRIGATE และก๊อกน้ำเซ็นเซอร์นวัตกรรมใหม่ที่ปรับให้ติดตั้งและใช้งานง่าย ระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่เพิ่มความเสถียรในการใช้งาน อีกทั้งชุด Kitchen Adapter Sensor เพียงแค่ติด Adapter ที่ปากก๊อกอ่างซิงค์ ก็สามารถเปลี่ยนก๊อกธรรมดาให้เป็นก๊อกเซ็นเซอร์ได้ทันที

ด้านการทำการตลาด คอตโต้ตั้งเป้ารุกตลาดคนรักบ้านทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน รวมไปถึงการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงสินค้าและบริการที่สะดวกรวดเร็ว มีบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ครอบคลุมตลอดอายุการ ใช้งาน สินค้ารับประกันถึง 3 ปี พร้อมกับจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายร่วมกับผู้แทนจำหน่ายต่างๆ”  นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายศูนย์บริการ Fixing Center ไปยังชุมชนเมืองในจังหวัดต่างๆ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเริ่มสาขาแรกในภาคใต้ที่จังหวัดกระบี่ ภายในเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ และจะขยายไปยังภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคเหนือ ครอบคลุมทั่วประเทศในเวลา 2 ปี

“วันนี้การเปลี่ยนสุขภัณฑ์ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก ด้วยบริการของ Fixing Center ที่จะเข้าไปดูแลอย่างครบวงจร ตั้งการเปลี่ยน การติดตั้ง และบริการหลังการขาย และสุขภัณฑ์ Smart ก็ไม่มีความยุ่งยากในการใช้งาน เป็นระบบอัตโนมัติตั้งแต่การใข้งาน จนถึงระบบป้องกันที่มีระบบป้องกันความชื้นที่จะทำให้ไฟช็อต รวมถึงมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ

“ในปีนี้คอตโต้มั่นใจว่าจะยังคงเติบโตต่อไป พร้อมตั้งเป้ายอดขายสุขภัณฑ์อัจฉริยะ Smart Toilet ในปี 2564 ประมาณ 450 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าตลาดรวมสุขภัณฑ์กลุ่ม Smart & Hygiene มีขนาดประมาณ 1,000 ล้านบาท เราคาดหวังว่าจะเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 20% จากปี 2563”  กิตติพงษ์กล่าว