ตลาดเครื่องถ่ายเอกสารเดือด เอชพี จับมือดิทโต้ ลงสนาม วางเป้าผู้นำตลาดเท่านั้น

2434

ปีนี้ตลาดเครื่องถ่ายเอกสารเมืองไทยคงได้คึกคัก เมื่อมีผู้เล่นรายใหม่ประกาศตัวเข้าสู่ตลาด แถมผู้เล่นรายนี้ไม่ใช่แบรนด์ธรรมดาๆ เพราะเป็นแบรนด์ที่พกดีกรีเจ้าตลาดพรินเตอร์มายาวนาน  นั่นคือ  “เอชพี”

เอชพี เป็นแบรนด์ที่เริ่มต้น และเดินมาอย่างแข็งแกร่งในเส้นทางสายไอที จากคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก มาสู่พรินเตอร์ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตลาดเครื่องถ่ายเอกสารเท่าไรนัก จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เอชพีอเมริกามีการเทคโอเวอร์ธุรกิจเครื่องถ่ายเอกสารของซัมซุง นำเอาเทคโนโลยีของยักษ์ใหญ่เกาหลีมาพัฒนาเป็นเครื่องถ่ายเอกสาร A3 เอชพีที่พร้อมไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ออกสู่ตลาด

โดยการทำตลาดในประเทศไทย เอชพี ให้ความมั่นใจกับเครือข่ายของบริษัท ดิทโต้(ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) ที่มีประสบการณ์ด้านการบริการให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนมายาวนาน เป็นผู้ทำตลาด

ฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า ดิทโต้ (ประเทศไทย) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเรื่องการจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูลรายใหญ่ของไทยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Premier Partner ในประเทศไทยในส่วนเครื่องถ่ายเอกสาร A3 ของบริษัท เอชพี อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด

ดิทโต้ มีฐานลูกค้าที่ใช้บริการเช่าเครื่องถ่ายเอกสารอยู่ราว 1,000 ราย ดูแลเครื่องถ่ายเอกสารราว 6-7 เครื่อง  โดยการทำตลาดให้กับเอชพีนี้  คาดว่าจะใช้พันธมิตรดีลเลอร์ในการทำตลาดราว 20 ราย ครอบคลุมการบริการได้ทั่วประเทศ สำหรับสินค้าที่ทางดิทโต้ทำตลาดร่วมกับเอชพี ประกอบด้วย

เครื่องถ่ายเอกสาร HP รุ่น M72625dn แลHP รุ่น E72630dn เป็นเครื่องถ่ายเอกสารความเร็ว 25 แผ่น และ 30 แผ่น เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่มากในประเทศไทย มีจุดเด่น รองรับภาษาไทย พร้อมด้วยหน้าจอ Interface ภาษาไทย รองรับสเปคพื้นฐานของกลุ่มตลาดธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางในประเทศไทย ที่ต้องการถ่ายเอกสาร พิมพ์งานและสแกนในเครื่องเดียว ตรงสเปคกับหน่วยงานราชการ ที่ต้องการเครื่องถ่ายเอกสารขาว-ดำความเร็ว 25 – 30 แผ่น

ขณะที่ HP รุ่น M436nda ความเร็วระดับ 23 แผ่น พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานพื้นฐานที่ครบทั้งถ่ายเอกสาร พิมพ์งาน สแกนเอกสาร สำหรับบริษัทหรือองค์กรขนาดเล็ก รวมไปถึงสาขา หน่วยงานที่มีการใช้งานระดับเริ่มต้นที่ต้องการเครื่องเพียงเครื่องเดียว สามารถสอบสนองความต้องการของพนักงานได้ครบทุกฟังก์ชั่น โดยเหมาะกับองค์กรหรือหน่วยงานที่มีผู้ใช้งานระดับ 5-10 คน ที่ต้องการใช้งานเอกสารได้ถึงขนาด A3

ฐกร กล่าวถึง กลุ่มลูกค้าเป้าหมายว่า จะเน้นกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เป็นบริษัทที่มีขนาด 100 คนลงมา รวมถึงกลุ่มหน่วยงานราชการและกลุ่มธุรกิจ SMEs ที่ใช้กระดาษราว ๆ 5,000 แผ่นต่อเดือน  ซึ่งดีลเลอร์กลุ่มเอกชนและภาครัฐบาลที่แต่งตั้ง มีจุดแข็งเพราะเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าเครื่องถ่ายเอกสารอยู่ก่อนแล้ว ประกอบกับเครื่องถ่ายเอกสารเอชพีมีจุดแข็งหลายๆ ด้านทั้งแบรนด์เอชพีเป็นที่เชื่อถือในเรื่องคุณภาพ เทคโนโลยีที่ดีกว่า ศูนย์บริการของเอชพีกระจายอยู่ทั่วประเทศ ถือเป็นมืออาชีพด้านบริการ ที่ทำให้การบริการลูกค้าสะดวกสบาย และการวางราคาสมเหตุสมผล ล้วนเป็นจุดขายสำคัญของการทำตลาด

“ในปัจจุบัน ดิทโต้มีฐานลูกค้าอยู่ทั่วประเทศ  ซึ่งเรามุ่นมั่นจะขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคให้มากขึ้น ภายใน 6 เดือน ผ่านดีลเลอร์ที่แต่งตั้ง  ส่วนตลาดกรุงเทพฯ ดิทโต้จะเป็นผู้ดูแลการทำตลาด เพราะมีความพร้อมในงานบริการ และมีแผนขยายศูนย์บริการให้มากขึ้น ทำให้เรามั่นใจว่าเราจะสามารถแข่งขันในตลาดเครื่องถ่ายเอกสารA3 ได้อย่างแน่นอน และจะเป็นผลิตภัณฑ์อีกตัวที่จะสร้างรายได้ให้บริษัทได้เป็นอย่างดี”

ฐกร กล่าวถึงตลาดรวมเครื่องถ่ายเอกสาร A3  ว่า มีการใช้งานอยู่ราว 37,000 ตัวต่อปี แบ่งสัดส่วนการใช้เครื่องสี 48% และ ขาว-ดำ 52%  มีตลาดกลุ่มใหญ่สุดคือตลาดกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางหรือ” SMB Mid-market” สำหรับเครื่อง ที่ในกลุ่มความเร็ว 20-30 แผ่นต่อนาที  โดยตลาดแนวโน้มการเติบโตปีละราว 5% จากการเปลี่ยนจากเครื่องขาว-ดำ มาใช้เครื่องสี รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายควบคุมขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะทำให้เครื่องถ่ายเอกสารมือ 2 ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แล้วมาดัดแปลงจำหน่ายในเมืองไทย ที่เคยแพร่หลาย เป็นไปได้ยาก

ฐกร วางแผนว่า ในปีนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการขยายเครือข่ายการทำตลาดให้เรียบร้อย และดิทโต้จะทำตลาดเครื่องถ่ายเอกสารเอชพีอย่างเต็มตัวในปีหน้า ด้วยจุดขายนวัตกรรมเทคโนโลยี ในราคาที่แข่งขันได้  ส่วนเป้าหมายก็ต้องกลับไปมองที่วิสัยทัศน์ของเอชพี ที่เข้าไปในตลาดใด มีเป้าหมายเดียวคือ การเป็นผู้นำในตลาด

“ภายใน 2 ปีนี้ ตลาดเครื่องถ่ายเอกสารในเมืองไทยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน” ฐกร กล่าว