ดันน์ฮับบี้ ชี้ชัยชนะการตลาด ต้องเข้าใจผู้บริโภคทุกมิติ

1184

เป้าหมายในการเข้าถึงผู้บริโภคของแบรนด์ในยุคนี้  ถือว่ามีประสิทธิภาพมากกว่ายุคที่แบรนด์กับผู้บริโภคสื่อสารกันทางเดียว ผ่านสื่อออฟไลน์เมื่อกว่า 20 ปีก่อน  เพราะวันนี้การสื่อสาร 2 ทางด้วยสื่อออนไลน์ ทำให้แบรนด์สามารถทราบถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ดีกว่าการคาดเดาจากการทำกลุ่มสำรวจ

แต่ก็ต้องเป็นผู้ที่มีข้อมูล Big Data ที่จะนำมาวิเคราะห์หาความต้องการของผู้บริโภค จึงจะชิงความได้เปรียบนี้

AIA Health Happy

ดันน์ฮัมบี้ ประเทศไทย บริษัทที่ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชั้นนำระดับโลก ที่ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยมาครบ 10 ปี มีข้อมูลจากผู้บริโภคที่จับจ่ายใช้สอยในโมเดิร์นเทรดที่อยู่ในเครือข่ายราว 58 ล้านรายการต่อสัปดาห์ จากลูกค้า 6.3 ล้านคนต่อสัปดาห์ เป็นบิ๊กดาต้า ที่ใช้ในการวิจัยเจาะจงผู้ซื้อจริง (targeted research)

ดันน์ฮัมบี้มีส่วนร่วมในการสร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์สินค้าชั้นนำมากกว่า 250 แบรนด์ ใน 120 หมวดหมู่ โดยการใช้จุดแข็งในการเชื่อมโยงข้อมูลรอบด้าน ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้จ่ายจริงและทัศนคติของผู้บริโภค ด้วยความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและธุรกิจค้าปลีกอย่างถ่องแท้ รวมถึงประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึก ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่มีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ Machine Based Learning และ Predictive Model เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและประเภทของผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยแบรนด์สามารถนำผลลัพธ์มาใช้ในการตัดสินใจวางแผนกลยุทธ์การตลาดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของแบรนด์

ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ประธานกรรมการฝ่ายมีเดีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ จำกัด กล่าวว่า  ด้วยข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มของดันน์ฮัมบี้ สามารถเข้าใจลูกค้าของแบรนด์นั้นๆ ได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้าน ซึ่งเราทำให้แบรนด์สามารถเข้าใจผู้บริโภคได้มากกว่ามุมมองที่เคยเข้าใจ โดยการเจาะลึกพฤติกรรมการใช้จ่ายและทัศนคติ ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ และด้วยความเข้าใจเชิงลึกและการประเมินผลโดยใช้ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางนี้เอง เราจึงสามารถช่วยแบรนด์และผู้ค้าปลีกในการเลือกสินค้าที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค และสร้างประสบการณ์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนได้อย่างครบวงจร ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าที่ดีให้กับผู้บริโภคชาวไทย

“พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภค การวิเคราะห์ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ดันน์ฮัมบี้ มีตัวช่วยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน คือ ความสามารถในการผลักดันสินค้าและบริการที่เหมาะกับผู้บริโภค และอำนวยความสะดวกให้กับประสบการณ์ซื้อสินค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย ความเชื่อบางประการของการทำการตลาดกลายเป็นสิ่งที่ต้องกลับมาคิดทบทวนใหม่อีกครั้ง อาทิ การเติบโตของแบรนด์มาจากลูกค้าใหม่เท่านั้น หรือ การตลาดรวมเท่านั้นที่สามารถช่วยเรื่องการเติบโตได้”

โดยธีรเดช เผยถึงเทรนด์ของผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านข้อมูลการทำธุรกรรมกว่า 600 ล้านครั้ง ของลูกค้ากว่า 3 ล้านคนทั่วโลก ในเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ที่จะเป็นประโยชน์กับแบรนด์ในการวางแผนการตลาด

ข้อมูลพบว่า 20 % ที่เป็นลูกค้าระดับ Brand Loyalty ของฐานลูกค้าทั้งหมดของแบรนด์นั้นๆ มีส่วนช่วยในยอดขายของแบรนด์ดังกล่าวกว่า 80% โดยไม่จำกัดหมวดหมู่ หรือขนาดธุรกิจ  ซึ่งหากแบรนด์ไม่ทำการตลาดใดๆ เลย แบรนด์จะสามารถรักษาลูกค้ากลุ่มนี้ได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เมื่อเทียบปีต่อปี

การเติบโตของแบรนด์ไม่ได้มากจากลูกค้าใหม่เหมือนที่หลายคนคิด เพราะ 73 % ของการเติบโตของยอดขายมาจากกลุ่มลูกค้าที่มีความจงรักภักดีในแบรนด์ และ 20% ของฐานลูกค้ากลุ่มนี้ที่มียอดสูงสุด ช่วยสร้างรายได้มากถึง 50 %ในบางแบรนด์

และผลลัพธ์ที่ได้จากการทำแคมเปญมากกว่า 100 แคมเปญ สามารถสร้างลูกค้าที่จงรักภักดีกับแบรนด์เพิ่มขึ้น 9 % และป้องกันไม่ให้ลูกค้ากว่า 6 % ย้ายไปแบรนด์อื่น ปัจจัยที่ทำให้แคมเปญประสบความสำเร็จนั้นมาจากการที่ข้อมูลสามารถตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าได้อย่างแท้จริง

ดันน์ฮัมบี้ มีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลกลุ่มผู้บริโภคสินค้าแบบค้าปลีกได้มากกว่า 70%  ในประเทศไทย ซึ่งช่วยให้บริษัทเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย ด้วยข้อมูลนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถระบุว่า ลูกค้านั้นๆ เป็นใคร ซื้ออะไร ทำไมจึงซื้อ และเส้นทางที่พวกเขาใช้ในการซื้อสินค้าดังกล่าวคือทางไหน

“ถึงเวลาแล้วที่นักการตลาดจะต้องต่อยอดและเชื่อมต่อความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งในแง่ของภาพกว้างและเชิงลึก เริ่มตั้งแต่ที่บ้านจนถึง ณ จุดขาย การใช้สมาร์ทดาต้าและข้อมูลเชิงลึกของดันน์ฮัมบี้ ได้ทำความเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยข้อมูลถูกใช้เพื่อการเลือกสินค้าที่ถูกต้องถึง 40% ใช้ในการวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 30% และอีก 30% ใช้ในการวางแผนทำโปรโมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา เราได้ช่วยแบรนด์และร้านค้าปลีก ที่มีมูลค่ามากกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ในการปรับปรุงประสบการณ์ให้ดียิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภคกว่า10 ล้านคนในประเทศไทย”

ขณะเดียวกัน ดันน์ฮัมบี้ ยังมีโซลูชั่น คอนเน็คมีเดีย ซึ่งสามารถวัดผลสื่อโฆษณาในร้านค้าปลีกได้อย่างแม่นยำ ผ่านเครื่องการวัดผลอย่าง การมองเห็น ต้นทุนต่อการแสดงผลพันครั้ง (CPM) รายละเอียดของลูกค้า (Shopper Profile) และ ผลตอบแทนที่แบรนด์จะได้รับกลับคืนมาจากลูกค้า (Return on Customer) ซึ่งในปี 2561 ที่ผ่านมา ดันน์ฮัมบี้ได้ทำการวัดผลไปแล้วกว่า 280 แคมเปญ มี Return on Customer จากการลงสื่อโดยเฉลี่ย 3.5 เท่า ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้กับแบรนด์เฉลี่ย 10 % ต่อแคมเปญ และมีผู้บริโภคเห็นสื่อของดันน์ฮัมบี้ ณ จุดขายแล้วกว่า 2.11 พันล้านครั้ง นอกจากนี้ ดันน์ฮัมบี้ ยังได้เปิดตัวโซลูชั่นวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ การกำหนดการเข้าถึงผ่านโปรแกรมการจัดการอัตโนมัติ ซึ่งเชื่อมต่อกับผู้บริโภคผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซด์ของแบรนด์ในประเทศไทยและทวีปเอเชีย

“ดันน์ฮัมบี้ เชื่อว่า สินค้าค้าปลีกกว่า 99 % ในประเทศไทยยังคงเลือกช่องทางออฟไลน์เป็นช่องทางในการขายหลัก ดังนั้นเราจึงเห็นโอกาสสำคัญในการเจาะทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อการสื่อสารที่ตรงเป้าหมาย ด้วย คอนเน็คมีเดีย ดันน์ฮัมบี้สามารถวางแผนการตลาดให้กับสินค้านั้นๆ ได้ครบถ้วนทุกช่องทางการจับจ่ายสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการและสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์สินค้าตั้งแต่ที่บ้านจนถึงจุดขาย” ธีรเดช กล่าว

โตเกียวมารีนประกันภัย