“ออปโป้” เดินเกมรุกเต็มตัว ขออยู่ที่ 2 ตลาดสมาร์ทโฟนยาว

1623

ตลาดสมาร์ทโฟนในวันนี้ จะบอกได้ว่าถึงจุดที่เริ่มตีบตันก็คงจะไม่ผิดนัก  เทคโนโลยีสมาร์ทโฟนที่ยังหาความแปลกใหม่ที่เรียกเสียง “ว้าว” ของ 2 แบรนด์ใหญ่เจ้าตลาด  ซัมซุง และแอปเปิ้ล  ไม่ได้ ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าในปีนี้ จำนวนยูนิตการขายสมาร์ทโฟนของเมืองไทยจะตกลงไปอีก

ในปีที่ผ่านมาตลาดสมาร์ทโฟนหดตัวลงติดต่อเป็นปีที่ 3 ถึงราว 9%  จำนวนยอดขายที่เคยจำหน่ายได้ตลอดปี 2559 กว่า 14.7 ล้านเครื่อง ลดลงเหลือราว 14 ล้านเครื่องในปี 2560 แต่จะมีด้านบวกบ้างก็คือมูลค่าตลาดที่กลับเติบโตขึ้นราว 4%  จากพฤติกรรมการเปลี่ยนมือถือที่คนส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ราคาแพงขึ้นเป็นส่วนใหญ่

สภาพตลาดที่ผู้บริโภคต้องการสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่สภาพเศรษฐกิจยังไม่สดใสนัก ทำให้โอกาสในการขายของกองทัพสมาร์ทโฟนจากประเทศจีน สดใสขึ้น

วันนี้ส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนหัวแถวมีการปรับเปลี่ยนโดยตลอด  นอกจากเจ้าตลาดที่มีสมาร์ทโฟน ฟีเจอร์โฟนรองรับทั่วทุกตลาดอย่างซัมซุง ซึ่งเป็นเจ้าตลาดมายาวนานแล้ว  ในตำแหน่งอันดับ 2 ที่เคยเป็นของค่ายแอปเปิ้ลมายาวนาน  การเปิดตัวไอโฟนรุ่นหลังๆ ที่หาความแปลกใหม่เรียกเสียงฮือฮาไม่ได้มารุ่นแล้ว รุ่นเล่า ทำให้แบรนด์จีนที่เริ่มได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น ทั้งหัวเว่ย วีโว่ และออปโป้

จุดเด่นสำคัญของสมาร์ทโฟนแบรนด์จีน คือ การให้ความสำคัญกับศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้า เพื่อสร้างเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นเอง ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนราคาสมาร์ทโฟนได้

ออปโป้ ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์จีนที่มีโอกาสแวะเวียนทำยอดขายสมาร์ทโฟนขึ้นไปแตะอันดับ 2 ในตลาดเมืองไทย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ยังไม่มีแบรนด์ใดผูกขาดได้  ระหว่างแบรนด์จีน 2-3 แบรนด์ และไอโฟน ขึ้นอยู่กับช่วงไตรมาสนั้นใครจะมีโปรดักส์ใหม่ออกมาสู่ตลาด

ความสำเร็จของออปโป้  ที่สามารถขึ้นเป็นอันดับ 2   ในประเทศไทย และเป็นอันดับ 4  ของโลก ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวแบรนด์มาได้เพียง 10 ปี ก็มาจากศูนย์วิจัยออปโป้ที่มีอยู่ถึง 6 แห่งทั่วโลก ทั้งในประเทศตนเองอย่าง ปักกิ้ง, เซี่ยงไฮ้, ตงกวน และเซินเจิ้น  ยังมีที่ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ที่มีการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา และสถาบันนวัตกรรมในประเทศนั้นๆ  สร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมา

เหมือนดังเช่น  OPPO F7 สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล F Series ที่ออปโป้เปิดตัวเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟนไทย ที่มีการนำเทคโนโลยีจากศูนย์วิจัยออปโป้ที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง สแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ในการนำเทคโนโลยี AI(artificial intelligence) มาใช้กับการทำงานของสมาร์ทโฟนออปโป้ F7  นี้

ชานนท์ จิรายุกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด กล่าวว่า  ออปโป้ F Series ถือเป็นสมาร์ทโฟนยอดนิยมในหมู่ลูกค้าชาวไทย ด้วยความโดดเด่นด้านกล้องคุณภาพสูงและดีไซน์โดนใจ  ปีนี้ออปโป้ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมาจนถึง F7  ที่จะพลิกตลาดสมาร์ทโฟน กับออปโป้ F7 ด้วยการเป็นสุดยอดของการเซลฟี่ที่ถูกใจคนรุ่นใหม่ ด้วยเทคโนโลยี AI Beauty 2.0 มาพร้อมกล้องหน้า 25 MP ช่วยให้เซลฟี่ง่ายและได้ภาพที่เป็นธรรมชาติ

โดยระบบ AI Beauty 2.0 เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด สามารถแยกแยะความแตกต่างทั้งสีผิวและเพศของผู้ที่ปรากฎในภาพ รวมทั้งประมวลผลและปรับแต่งภาพในโหมด Beauty ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งนักพัฒนาของออปโป้ต้องศึกษาและสร้างจุดบนใบหน้าถึง 296 จุด รูปทรงและเค้าโครงของใบหน้า 25 โซน ทำให้ใบหน้าสมมาตรและมิติมากขึ้น นอกจากนี้ ออปโป้ยังทำงานกับช่างภาพและเมกอัพอาร์ติสท์เพื่อพัฒนาระบบต่างๆ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรูปได้อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง

นอกจากนี้ ออปโป้ F7 ยังมีกล้องหน้าความละเอียด 25 MP ที่ถือว่าละเอียดมากที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนอินเตอร์แบรนด์ ทำให้ถ่ายภาพเซลฟี่ได้คมชัด หน้าจอ Super Full Screen 6.23 นิ้ว โดยใช้ดีไซน์แบบ Notch Screen ที่ใหญ่เต็มขอบ ให้ภาพคมชัดระดับ full HD+ สามารถเล่นเกมหรือฟังเพลงได้อย่างต่อเนื่องไม่ตัดเมื่อมีสายเรียกเข้า  ระบบสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่อง (Facial Unlock)  และระบบ Color OS  บนAndroid 8.1 Oreo รุ่นล่าสุด นอกจากนี้ ยังมีดีไซน์บางเฉียบทันสมัยสะท้อนความเหนือระดับของเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี (Mirror Back Design) OPPO F7 (RAM 4GB+ ROM 64GB) มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Solar Red, Moonlight Silver และ Diamond Black

โดย OPPO F7 ราคาเปิดตัวเพียง 10,990 บาท เริ่มจำหน่ายวันแรกวันที่ 25 เมษายนนี้ ส่วน OPPO F7 128GB (RAM 6GB+ 128GB) มี 2 สีด้วยกัน คือ Solar Red, Diamond Black จะเริ่มจำหน่ายวันแรกในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ (รอประกาศราคาอย่างเป็นทางการ) ซึ่งลูกค้าจะได้รับการประกันหน้าจอ 1 ปี และประกันตัวเครื่องถึง 24 เดือน ทั้งสองรุ่น  และเพื่อสนับสนุนการเปิดตัว ออปโป้ได้ ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บันด์” ดาราสาวสุดฮ็อตมาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุดที่จะสื่อถึงความสามารถด้านการถ่ายภาพเซลฟี่ และสะท้อนการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสนุกสนาน มีสีสันได้อย่างเต็มที่

ชานนท์กล่าวเสริมว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ แม้ปีนี้คาดว่าตลาดจะหดตัวลงอีกไม่ต่ำกว่า 5% แต่ก็มั่นใจว่าความต้องการสมาร์ทโฟนที่มีเทคโนโลยีใหม่ของผู้บริโภคชาวไทย ก็ยังจะทำให้มูลค่าตลาดสูงขึ้นราว 5% ทะลุหลักแสนล้านบาทต่อปีเช่นเดียวกัน

ในส่วนของออปโป้จะมุ่งรักษาความเป็นผู้นำอันดับ 2 ในตลาดสมาร์ทโฟนของไทย ด้วยกลยุทธ์หลัก มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ด้วยการรักษาภาพลักษณ์ในฐานะแบรนด์รุ่นใหม่และโดดเด่นเรื่องแฟชั่น  การมีผลิตภัณฑ์ที่ดีจากการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง ทำให้มีสมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติการใช้งานที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ ในระดับราคาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เอื้อถึง

นอกจากนี้ ออปโป้ยังพร้อมทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท พัฒนาศักยภาพการบริการเพื่อสร้างการบริการที่ดีที่สุด มีบริการหลังการขายที่มีคุณภาพสามารถซ่อมได้เร็วโดยใช้เวลาแค่เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น และสามารถเข้าทั่วทุกพื้นที่ด้วยศูนย์บริการกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันในส่วนของสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ ซีรีส์ Find ที่ออปโป้ไม่มีสินค้าออกมาราว 5 ปี โดยมีรุ่นสุดท้ายคือ Find 7  ในปีนี้บริษัทแม่มีแผนในการรุกตลาดยุโรปเป็นครั้งแรก ก็คาดว่าจะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนแฟลกซิพ ออปโป้ ซีรีส์ Find รุ่นใหม่ออกมาสู่ตลาดอีกครั้งแน่นอน พร้อมการเปิดตัวสมาร์ทโฟน ซีรีส์ R รุ่นใหม่ สนับสนุนให้ออปโป้ครองตำแหน่งอันดับ 2 ในตลาดไปได้ยาวยาว