“บริหารความมั่งคั่ง” SCB เสนอการลงทุนของเศรษฐีที่ไม่มีข้อจำกัด

1816

การประกาศกลยุทธ์ในการรับมือกับกระแสดิจิทัลของ อาทิตย์ นันทวิทยา  กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เมื่อต้นปี ด้วยแนวคิด “Going Upside Down” หรือแปลเป็นไทยแบบน่ารักๆ ว่า “กลับหัวตีลังกา”  ผลักดันให้องค์กรเคลื่อนฝ่าคลื่นดิจิทัลไปข้างหน้า  1 ใน 5 กลยุทธ์สำคัญ คือการมองหาธุรกิจรูปแบบใหม่ หรือ New Business Model ที่ธนาคารยังไม่เคยมีให้บริการ

และบริการที่องค์กร 110 ปี ของคนไทยแห่งนี้มองหา ก็คือการจับมือกับไพรเวท แบงกิ้ง อายุ 128 ปีจากสวิสเซอร์แลนด์ “จูเลียส แบร์(Julius Baer)  นำบริการ “บริหารความมั่งคั่ง” (Wealth Management)  มาเปิดให้บริการในประเทศไทย และถือเป็นครั้งแรกในเอเชีย

การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ก่อให้เกิดเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้น ดึงดูดให้สถาบันการเงินจากฝั่งโลกตะวันตกให้ความสนใจจะเข้ามาทำธุรกิจ   โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ธุรกิจธนาคารเริ่มถูกคุกคามจากดิจิทัล ทำให้ธุรกิจหลายส่วนของธนาคารทั่วโลกต้องปิดตัวลง แต่ Wealth Management ยังเป็นธุรกิจทื่ยืนอยู่ได้

อาทิตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการให้บริการลูกค้ามั่งคั่งมีแต่การลงทุนในประเทศ ลูกค้ามีความต้องการออกไปลงทุนในต่างประเทศ แต่ก็ไม่มีความมั่นใจ  โดยปัจจุบัน คนในกลุ่มมั่งคั่งในประเทศไทย มีอยู่ราว 30,000 ราย มีมูลค่าประมาณ 9,500 ล้านบาท และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราสูง ร้อยละ 12.7 ในปี 2559 เพิ่มเป็นร้อยละ 13.3 ในปี 2560

แต่ในเมืองไทยกลับไม่มีบริการที่เหมาะสมรองรับ

ดิวความร่วมมือระหว่างไทยพาณิชย์กับจูเลียส แบร์  เริ่มมาตั้งแต่ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งด้านการบริหารความมั่งคั่งและการมีฐานลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง(HNWIs)ของธนาคารด้วยการผสานความเชี่ยวชาญและบริการบริหารความมั่งคั่งระดับโลกอย่างครบวงจรของจูเลียส แบร์

โดยความร่วมมือในครั้งนี้อาทิตย์มั่นใจว่า จะพลิกโฉมระบบนิเวศของธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งของไทยที่มี  ให้พร้อมรุกโอกาสการลงทุนแบบไร้พรมแดน นอกจากนี้ ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ไทยพาณิชย์ และเพิ่มความมั่นใจของลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง (HNWIs) ในปัจจุบันและอนาคตของธนาคาร ได้ว่าจะได้รับบริการด้านการบริหารความมั่งคั่งแบบครบวงจรอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ผ่านการลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ยังมีโอกาสอีกมาก

“ในส่วนของลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง (HNWIs) ก็จะมีโอกาสได้รับข้อมูลเชิงลึกจากจูเลียส แบร์ ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย บริการด้านการลงทุนต่างๆ ตลอดจนบริการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนและการลงทุนจากทีมงานมืออาชีพระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญสูง ทำให้สามารถบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถลงทุนในต่างประเทศได้เต็มที่ตามที่กฎหมายอำนวยผ่านบริการต่างๆ เราเชื่อมั่นว่าบริการจากบริษัทร่วมทุนนี้จะเปิดมิติใหม่ในตลาดบริการบริหารความมั่งคั่งและไพรเวทแบงกิ้งของไทย รวมทั้งสร้างคุณค่าสูงสุดให้แก่ผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง (HNWIs)”

โดยเป้าหมาย คือกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง (HNWIs) ของธนาคาร รวมถึงนักลงทุนต่างชาติที่ทำงานและพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย  ด้วยการลงทุนเริ่มต้น 100 ล้านบาท  เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในการลงทุนที่ดีขึ้นจากบริการที่ครบวงจรและการให้คำปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่งของบริษัทร่วมทุนดังกล่าวที่จะก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1,800 ล้านบาท ไทยพาณิชย์ ถือหุ้น 60%  จูเลียส แบร์ถือหุ้น 40% และจะเพิ่มสัดส่วนไปเป็น 49% ในอนาคต

ทั้งนี้ อาทิตย์ คาดว่า จะต้องใช้เวลา 7-9 เดือนในการก่อตั้งบริษัทร่วมทุน แต่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ทีมงานทั้งจากไทยพาณิชย์และจูเลียส แบร์ จะพร้อมเปิดให้บริการ Wealth Management  กับลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์   และคาดว่าบริการนี้จะสามารถเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ของธุรกิจไพรเวทแบงกิ้งของเราเป็น 2 เท่า ภายใน 3 – 5 ปีตามที่วางแผนไว้ โดยแผนการขยายธุรกิจของธนาคารต่อจากนี้ ก็จะเป็นการมองหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเช่น จูเลียส แบร์ นี้

ด้านเบอร์นฮาร์ด โฮดเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จูเลียส แบร์ กรุ๊ป กล่าวว่า  ตนเห็นว่าตลาดผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง(HNWIs) ในประเทศไทยมีความน่าสนใจมากขึ้น และลูกค้าเหล่านี้ต่างก็มองหาโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศและขยายพอร์ตการลงทุนใหม่ๆ การผสานกำลังระหว่างผู้นำธนาคารพาณิชย์ของไทยและผู้เชี่ยวชาญจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ประสบความสำเร็จด้านการบริหารความมั่งคั่งมานานจะช่วยให้เราสามารถนำเสนอโซลูชั่นทางการเงินและการลงทุนให้แก่ลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งระดับสูง (HNWIs) ในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“การร่วมทุนกับธนาคารไทยพาณิชย์ในครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมทุนกับธนาคารเป็นครั้งแรกของจูเลียส แบร์ และไทยพาณิชย์จะเป็น Exclusive เพียงธนาคารเดียวในภูมิภาคนี้  เราไม่ได้ต้องการเข้ามาลงทุนเพียงแค่ระยะสั้น แต่มองว่าประเทศไทยคือบ้านที่ 2 ของเรา ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์ถือเป็นธนาคารที่มีความกว้างขวางในตลาดภูมิภาคนี้ ก็จะช่วยในการทำตลาดให้กับจูเลียส แบร์ที่มีเทคโนโลยี และโนว์ฮาว มีช่องทางการลงทุนทั่วโลก และมีชุดการลงทุนที่ดีที่สุดเฉพาะคน”

จูเลียส แบร์ ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2433 ปัจจุบันเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดำเนินธุรกิจบริการด้านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารความมั่งคั่งใน 25 ประเทศทั่วโลก  โดยเมื่อสิ้นปี 2560 สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทมีมูลค่ารวม 388,000 ล้านสวิสฟรังก์ บริษัทให้บริการโดยให้คำปรึกษาที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า โดยไม่จำกัดเฉพาะการพิจารณาการลงทุนในผลิตภัณฑ์ด้านการเงินการธนาคารที่บริษัทเป็นเจ้าของเท่านั้น