“AMA” เผยกำไร-รายได้ปี’60 ทุบสถิติเดิม ลุยขยายกองเรือรับตลาดปาล์มน้ำมันโลกโต

2346

นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ AMA เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯ ประจำปี 2560 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการให้บริการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 1,500.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 536.20 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 55.60% เมื่อเทียบกับผลประกอบการประจำปี 2559 ที่มีรายได้รวมจากการให้บริการขนส่งสินค้าอยู่ที่ 964.45 ล้านบาท

และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 253.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.96 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 71.99% เมื่อเทียบกับผลประกอบการประจำปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 147.19 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการทำกำไรสุทธิ และรายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

นายพิศาลกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของทั้งกำไรสุทธิ และรายได้ของบริษัทฯ นั้นเป็นผลมาจากการขยายกองเรือบรรทุกน้ำมัน และสารเคมีเพิ่มจำนวน 3 ลำ และขายเรือจำนวน 1 ลำ คือเรือญาณี ทำให้ ณ สิ้นปี 2560 บริษัทฯ มีเรือทั้งสิ้นจำนวน 10 ลำ น้ำหนักบรรทุกรวม 82,981 เดทเวทตัน และการเพิ่มรถบรรทุกขนส่งน้ำมันจาก 100 คัน เป็น 150 คัน รวมถึงบริษัทฯได้ดำเนินการปรับขึ้นค่าระวางเรือให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับปี 2561 นี้บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายกองเรือเพิ่มขึ้นอีก 2 ลำ น้ำหนักบรรทุกลำละ 13,000 เดทเวทตัน ด้วยงบลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท ส่งผลให้กองเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทฯ จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 10 ลำเป็น 12 ลำ และมีน้ำหนักบรรทุกรวม เพิ่มขึ้นจาก 82,981 เดทเวทตัน เป็น 108,981 เดทเวทตัน

ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการการส่งออกปาล์มน้ำมันจากประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก คิดเป็น 85% ของผู้ส่งออกปาล์มน้ำมันทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นอยู่ที่ราว 4 ล้านตัน ภายในปี 2561 ตามความต้องการอุปโภค และบริโภคของตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทฯคาดว่ารายได้ในปี 2561 จะเติบโตต่อเนื่องที่ระดับ 30%

นายพิศาลกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากข้อมูลของ Gandling Weather ระบุว่า ตลาดของปาล์มน้ำมันโลกจะมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ ต้องเตรียมแผนที่จะเพิ่มกองเรือเพื่อรองรับความต้องการส่งออกปาล์มน้ำมันจากประเทศผู้ส่งออกหลักของโลกที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

ในขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งเป็นต้นทุนหลักจะไม่กระทบกับการดำเนินงาน เนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับขึ้นค่าระวางเรือให้เพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมัน ทำให้คาดว่าในปีหน้ารายได้ของบริษัทฯ จะเติบโตอย่างต่อเนื่องอีก 30% จากการเดินหน้าขยายกองเรืออีก 2 ลำ ทำ รวมถึงขยายธุรกิจในส่วนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง