3 หมัดเด็ด ซัมซุง สู่การเฉลิมฉลองแชมป์แห่งทศวรรษ

1350

ความสำเร็จของแบรนด์ซัมซุงถือเป็นบทเรียนทางการตลาดชิ้นสำคัญของโลก เพราะไม่เพียงแต่การเป็นแบรนด์จากประเทศหน้าใหม่ในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าโลกที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนแซงหน้าเจ้าตลาดเดิมทั้งแบรนด์ญี่ปุ่น และยุโรป เท่านั้น แต่ซัมซุงยังเป็นแบรนด์ที่ยืนอยู่ในฐานะผู้นำมายาวนานยากที่คู่แข่งจะตามทันอีกด้วย

ความยิ่งใหญ่ของซัมซุง ที่สามารถครองใจผู้ใช้ไม่เพียงแต่การเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสินค้าครอบคลุมครบทั้งตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (HA-Home Appliances) และเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มภาพและเสียง(AV-Audio Video) รวมไปถึงตลาดโทรคมนาคมอย่าง สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก เท่านั้น  ซัมซุงยังเป็นแบรนด์เดียวที่สามารถทำตลาดได้ทุกระดับตั้งแต่ระดับรากหญ้า ไปจนถึงระดับพรีเมียม

ทั้งหมดเกิดจากโครงสร้างการทำงานของซัมซุง ที่ประกอบไปด้วย โรงงานผลิต 36 โรงงาน , หน่วยงาน Research & Development Centers  11 แห่ง โดยใช้งบ 1 ใน 4 ของงบประมาณรวมทั้งบริษัทในทุกๆ ปี และมี Design Centers 6  แห่ง  ตั้งกระจายอยู่ทั่วโลก สร้างนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าออกสู่ตลาดทุกปี

ในประเทศไทยไม่เพียงแต่กลุ่มทีวี และสมาร์ทโฟน ที่ซัมซุงครองความเป็นผู้นำในตลาดเท่านั้น เพราะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ก็ถือเป็นอีกตลาดสำคัญที่ซัมซุงครองความเป็นผู้นำมายาวนานถึง 9 ปี  และในปีนี้ ซัมซุงก็มุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำไว้ให้ได้เป็นปีที่ 10 และน่าจะเป็นปีที่ซัมซุงจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทย

จากวิสัยทัศน์ของซัมซุง เรื่อง Internet of Things ในงาน CES 2018 ที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำถึงพันธกิจในการผลักดันความก้าวหน้าในการส่งมอบประสบการณ์ IoT (Internet of Things) แบบไร้รอยต่อ ผ่านการทำงานของดีไวซ์ต่างๆบนแพลตฟอร์มระบบคลาวด์ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคให้เลือกลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากซัมซุง ที่ไม่เพียงมีเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่จะสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้งานได้จริง

ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จึงได้วางธีมแห่งปี ไว้เป็น   2018 Samsung Digital Appliances เพื่อโชว์นวัตกรรมล่าสุด สานต่อวิสัยทัศน์ซัมซุงในฐานะผู้นำนวัตกรรมระดับโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง พร้อมประกาศ 3 กลยุทธ์สำคัญในการรุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในปีนี้

กลยุทธ์ที่ 1 การนำเสนอสินค้า Innovation Premium เข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยไฮไลท์สำคัญในสินค้าหลัก 3 ประเภท ประกอบด้วย

Twin Cooling Plus นวัตกรรมสุดล้ำในกลุ่มตู้เย็น ที่มีระบบสลับความเย็นอัจริยะ 5 แบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ปรับช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็งได้ความต้องการ และโหมดเร่งความเย็น Power Freeze / Power Cool  รักษาความสดใหม่ของผัก ผลไม้ได้ยาวนานกว่าตู้เย็นแบบเดิมๆ  โดยปีนี้ซัมซุงเตรียมเปิดตัวตู้เย็นสองประตูโฉมใหม่สไตล์เฉียบหรู 5 รุ่น ขนาดความจุ 300 ลิตร ขึ้นไป

QuickDrive นวัตกรรมที่ช่วยให้ซักผ้าได้เร็วขึ้นถึง 50% และประหยัดพลังงานขึ้นอีก 20% เมื่อเทียบกับเครื่องซักผ้าในกลุ่มเดียวกัน  นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี AI มาใช้ในเครื่องซักผ้า ผ่านแอพพลิเคชั่น Q  Rator ที่สามารถเลือกผ้าให้เหมาะสมกับการซัก  การวางแผนการซัก ตั้งเวลาซักเสร็จ รวมถึงโปรแกรมผู้ช่วยอัจฉริยะที่มอนิเตอร์การทำงานผ่านสมาร์โฟน โดย ปีนี้ซัมซุงพร้อมเปิดตัวเครื่องซักผ้าอีกกว่า 15 รุ่น

Wind-Free Cooling  นวัตกรรมเฉพาะของซัมซุง ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศ กระจายความเย็นรอบตัว ทำให้ไม่มีลมปะทะตัว  พร้อมฟิลเตอร์ตรวจจับเชื้อโรค หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ยับยั้งเชื้อไวรัสในอากาศได้ถึง 99% และระบบ Digital Inverter – 8 Pole ที่ช่วยลดการใช้พลังงานลงจากรุ่นก่อนๆ ได้ถึง 68%   ซึ่งซัมซุงเป็นรายแรกที่คิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีนี้ออกสู่ตลาด โดยปีนี้ซัมซุงเตรียมเปิดตัวเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่อีกมากกว่า 11 รุ่น

กลยุทธ์ที่ 2 Corroboration for Growth การร่วมลงทุนกับคู่ค้าเพื่อการเติบโตร่วมกัน โดยนอกเหนือจากกิจกรรมการตลาดในรูปแบบออฟไลน์ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเหมือนทุกปี ทั้งการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การจัดโปรโมชั่น แล้ว ในปีนี้ยังได้วางกลยุทธ Target Marketing ด้วยการใช้ข้อมูลจาก Big Data ที่มาจากลูกค้าซัมซุงที่มีอยู่ทั้งหมด มาประมวลหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าตัวจริง เพื่อวางแผนการเจาะลูกค้าเป็นรายบุคคล รวมถึงมีการปรับโฉมร้านค้าตัวแทนจำหน่ายราว 200  ร้านในปีนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้สินค้าให้เห็นถึงประโยชน์ ความสะดวกสบาย สร้างความเข้าใจกับลูกค้าให้มากขึ้น

กลยุทธ์ที่ 3  One Samsung  การเป็นแบรนด์ที่มีการผลิตทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟท์แวร์ ทำให้วิสัยทัศน์เรื่อง Internet of Things ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะในอดีตเครื่องปรับอากาศซัมซุงถือเป็นแบรนด์แรกๆ ที่มีการทำงานเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต สามารถสั่งเปิดเครื่องผ่านสัญญาณไวไฟ ก่อนจะถึงบ้าน  ทำให้วันนี้ Smart Home จากผลิตภัณฑ์ทุกตัวของซัมซุง ไม่ได้เป็นเรื่องยาก ทุกผลิตภัณฑ์จะถูกนำมา Convergence กัน เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานสูงสุด

โดยประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้  ซัมซุงก็มีแผนที่จะเปิดตัวเทคโนโลยีแฟมิลี่ ฮับ (Family Hub) ที่เป็นผู้ช่วยอันชาญฉลาดของครอบครัว ในการเชื่อมต่อตู้เย็นกับร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อสั่งสินค้าได้โดยตรง อีกทั้งยังช่วยวางแผนมื้ออาหาร หรือแนะนำเมนูอาหารจากสิ่งที่มีในตู้เย็น  เป็นต้น

เสาวณีย์ สิราริยกุล ผู้อำนวยการธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้เราเน้นการทำตลาดแบบเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น วางกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าระดับบน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ดีไซน์สวยทันสมัย ส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ใช้งาน ในขณะเดียวกันก็ยังคงไม่ทิ้งตลาดกลุ่มแมส

ซึ่งซัมซุงมีแผนที่จะเน้นทำตลาดผ่านความร่วมมือกับคู่ค้ารีเทลทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ตลอดปี โดยตั้งเป้าว่าจะผลักดันให้ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของซัมซุงเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 3 เท่าตัว

“ปัจจุบันตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของไทยมีมูลค่า 52,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4 ภายในปีนี้ เรามั่นใจว่ากลยุทธ์สร้างความแตกต่างด้วยเทคโนโลยี จะช่วยสร้างดีมานด์ให้เกิดในกลุ่มลูกค้าเดิมที่ใช้ซัมซุงอยู่แล้วเปลี่ยนมาใช้สินค้ารุ่นที่ใหม่ขึ้น รวมทั้งเปลี่ยนลูกค้าของแบรนด์อื่นให้หันมาเลือกใช้แบรนด์ซัมซุงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มงบการตลาดขึ้นกว่าร้อยละ 10 จากปีที่แล้ว พร้อมจัด 2 แคมเปญส่งเสริมการขายอย่างยิ่งใหญ่ในปีนี้ ได้แก่ แคมเปญ Summer นำเสนอโปรโมชั่นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านต้อนรับช่วงหน้าร้อนและแคมเปญ 8 Wonders เน้นทำตลาดผ่านโปรโมชั่นสุดคุ้มช่วงปลายปี” เสาวณีย์ กล่าว

                และไทยซัมซุง ก็พร้อมที่จะเฉลิมฉลอง 1 ทศวรรษแห่งการเป็นผู้นำในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ในปีนี้