“ดีดีพร็อพเพอร์ตี้” คาดตลาดอสังหาฯ ฟื้นตัวรับปีจอ ชี้คอนโดฯ ยังครองอันดับความนิยมสูงสุด

1316

“ดีดีพร็อพเพอร์ตี้” เว็บไซต์สื่อกลางซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของไทย ได้จัดทำรายงานภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ DDproperty Property Market Outlook 2018 เป็นครั้งแรก เพื่อรายงานภาพรวมตลาดอสังหาฯ ที่รวบรวมข้อมูลดัชนีราคา ดัชนีฝั่งอุปทาน (Supply Index) ภาพตลาดที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ ทั้งตลาดซื้อ-ขายและตลาดเช่า รวมไปถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

พร้อมทั้งนำมาวิเคราะห์ต่อยอดและคาดการณ์แนวโน้มของตลาดในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภค ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้เช่าอสังหาฯ ได้เข้าใจถึงสถานการณ์ อีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนหรือตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

“กมลภัทร แสวงกิจ” ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยดีดีพร็อพเพอร์ตี้ บอกว่า จากรายงานดังกล่าวพบว่า ในช่วงปี 2559-2560 ที่ผ่านมา ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากการเปิดตัวโครงการต่างๆ ตามแนวรถไฟฟ้าและขยายตัวออกไปยังพื้นที่รอบๆ กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ (ดีมานด์) เริ่มชะลอตัวลงในช่วงปีที่ผ่านมาหลังจากที่มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลสิ้นสุดลงในไตรมาสที่ 2 ของปี 2559 ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในภาพรวมยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ทำให้ผู้บริโภคเกิดความลังเลในการตัดสินใจซื้อ

พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าในปี 2561 นี้แนวโน้มอุปสงค์ (ดีมานด์) จะเริ่มฟื้นตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายของประชาชนที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งความคืบหน้าของบรรดาเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย รวมไปถึงโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor)

ขณะที่ฝั่งอุปทาน (ซัพพลาย)ในปี 2561 นี้น่าจะได้เห็นโครงการใหม่ๆ จากผู้ประกอบการหลายราย ในปริมาณที่มากขึ้นกว่าปี 2560 ดังนั้นตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีทิศทางที่สดขึ้น

ความต้องการคอนโดยังเพิ่มต่อเนื่อง

รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ดัชนีราคาคอนโดมิเนียมมีการเติบโตสูงสุดที่ระดับ 209 ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2560 เมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้น

โดยในปี 2561 คาดว่าผู้ประกอบการจะเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ในพื้นที่ศักยภาพใหม่ๆ รวมไปถึงพื้นที่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจทางภาคตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นต้น

ทั้งนี้ ตลอดปี 2560 ผู้ประกอบการได้เปิดตัวโครงการต่างๆ คาดว่าทั้งปีจะมีจำนวนรวมกันมากกว่า 45,000 ยูนิต นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปี 2559 โดยปริมาณอุปทานน่าจะเติบโตขึ้นในปีหน้าหากรัฐบาลออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการที่รัฐบาลมีมาตรการหรือนโยบายออกมาสามารถช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งภาคอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับอานิสงส์นั้นด้วย

ขณะที่สำหรับผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภค (Consumer Sentiment Survey) สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่คิดว่าราคาอสังหาริมทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และคิดว่าราคาจะยังคงทรงตัวต่อไปในช่วง 6 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคคาดว่า ราคาน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 5 – 10 ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยราคาของอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมน่าจะปรับตัวขึ้นสูงที่สุด

ผู้ประอบการเล็งตลาดกลุ่มผู้สูงวัย

“กมลภัทร” ยังบอกอีกว่า ในแต่ละเดือนดีดีพร็อพเพอร์ตี้ช่วยผู้บริโภคมากกว่า 3 ล้านคนค้นหาบ้านที่ “ใช่” เป็นของตัวเอง และจากฐานข้อมูลพบว่า ทำเลนอกเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ เช่น รัชดา ลาดพร้าว และพระราม 9 เป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในการตัดสินใจซื้อ  3 ประการประกอบด้วย ที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวก และราคา

ทั้งนี้ นอกจากจะได้เห็นผู้ประกอบการแข่งขันกันเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ด้วยการชูนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้การอยู่อาศัยสะดวกสบายมากขึ้นแล้วยังคาดว่าในปี 2561 ผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญกับโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือออกแบบโครงการให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกและฟังก์ชั่นต่างๆ รองรับการใช้ชีวิตของกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้นด้วย

 นับเป็นแนวทางที่สอดคล้องไปกับทิศทางของประเทศไทยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีก 7 ปีข้างหน้า