“หมอบุญ วนาสิน” ทุ่มขยายอาณาจักร “ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” ธุรกิจดูแลสุขภาพครบวงจรทั้งใน-ต่างประเทศ

2641

บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  หรือ THG ดำเนินธุรกิจรักษาพยาบาล และรับบริหารจัดการธุรกิจโรงพยาบาล มานานกว่า 40 ปี  ปัจจุบันดําเนินกิจการโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดผ่านบริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม ที่ได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล

โดยธุรกิจที่ให้บริการแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย 1. ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ 2. ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ และ 3. อื่นๆ เช่น ธุรกิจพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อการบริหารโรงพยาบาล ฯลฯ

สำหรับธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักนั้นมีธุรกิจในเครือข่าย 5 กลุ่มคือ ธุรกิจโรงพยาบาลในประเทศ อาทิ โรงพยาบาลธนบุรี 1 โรงพยาบาลธนบุรี 2 โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี หาดใหญ่ สงขลา โรงพยาบาลอุบลรักษ์ ธนบุรี อุบลราชธานี โรงพยาบาลสิริเวช จันทบุรี

ธุรกิจศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย เช่น โรงพยาบาลศูนย์ฟื้นฟู ธนบุรี-บำรุงเมือง (โครงการในอนาคต) ธุรกิจโรงพยาบาลในต่างประเทศ เช่น Welly Hospital ประเทศจีน, Ar Yu International Hospital ประเทศเมียนมา เป็นต้น ธุรกิจรับจ้างเหมาบริการทางการแพทย์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และธุรกิจศูนย์แพทย์เฉพาะทาง อาทิ โรงพยาบาลภัทร ธนบุรี จ.ปทุมธานี โรงพยาบาลบางพลี จ. สมุทรปราการ โรงพยาบาลธนบุรี 2 กรุงเทพฯ

นพ.บุญ วนาสิน  หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หมอบุญ” ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG บอกว่า ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนาน ทำให้บริษัทฯ มีความมั่นใจในศักยภาพทางธุรกิจและความเชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ในราคาที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึงได้

และเพื่อให้บริษัทฯ มีศักยภาพในการให้บริการธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพได้อย่างครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯ จึงนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมเงินทุนขยายงานอย่างต่อเนื่องและสร้างโอกาสในการเติบโตในธุรกิจโรงพยาบาลได้ในระยะยาว

เคาะราคาขายหุ้น IPO ที่หุ้นละ 38 บาท

หมอบุญ ยังบอกอีกว่า ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมจัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน และแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน

ด้านพิมพ์ผกา นิจการุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ระบุว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของ THG ครั้งนี้ จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวนไม่เกิน 85 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 10.01 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ

ปัจจุบัน THG มีทุนจดทะเบียน 849.08 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 849.08 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยเป็นทุนที่ออกและชำระแล้ว 764.08 ล้านบาท ส่วนความคืบหน้าในการเสนอขายหุ้น IPO นั้น หลังจากที่สำรวจความต้องการจองซื้อของนักลงทุนสถาบัน พบว่า มีความต้องการจองซื้อเกินกว่าจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ 10 เท่า จึงกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่หุ้นละ 38 บาท

โดยเตรียมเปิดให้ประชาชนจองซื้อวันที่ 27-29 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 7 ธันวาคม 2560 นี้

ทั้งนี้ มีความมั่นใจต่อการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ THG เนื่องจากเป็นบริษัทฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจดูแลสุขภาพและให้บริการทางการแพทย์มานานกว่า 4 ทศวรรษ และมีแผนงานขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

นอกจากนี้ คาดว่าการดำเนินธุรกิจของ THG จะได้รับผลดีจากการที่ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการใช้บริการด้านการแพทย์เพิ่มขึ้น

ลงทุนเพิ่มใน ร.พ.ธนบุรี-ศูนย์สุขภาพ-ที่พักอาศัยผู้สูงวัย

“หมอบุญ” ยังบอกอีกว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้จะทำให้บริษัทฯ ได้เงินประมาณ 3,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศหลายโครงการ เพื่อเพิ่มศักยภาพและการเติบโตที่ยั่งยืน

โดยการลงทุนในประเทศไทยนั้น บริษัทฯ มีโครงการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในทุกแขนง รวมถึงการขยายสู่ธุรกิจใหม่ๆ ได้แก่ 1. โครงการโรงพยาบาลศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ธนบุรี (ถนนบำรุงเมือง) เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกายหรือกายภาพบำบัด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ป่วยและเพิ่มความสามารถในการรองรับผู้ป่วย ให้โรงพยาบาลธนบุรีสามารถรับผู้ป่วยใหม่เข้ารับการรักษาได้เพิ่มขึ้น คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการได้ภายในปี 2561 นี้

2. โครงการ Jin Wellbeing County บนที่ดินประมาณ 140 ไร่ ในย่านรังสิต เพื่อพัฒนาเป็นโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงวัยและให้บริการทางการแพทย์อย่างครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตของสังคมไทยที่ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ คาดว่าการก่อสร้างเฟสแรกจะแล้วเสร็จในปี 2561-2562

และ 3.โครงการการลงทุนขยายโรงพยาบาลธนบุรีและโรงพยาบาลธนบุรี 2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรับผู้ป่วย รวมถึงการให้บริการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นการลงทุนในเรื่องของระบบไอทีและการขยายการลงทุนในต่างประเทศ

รุกเปิดตลาด จีน-เมียนมา

สำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศนั้น “หมอบุญ” บอกว่า โมเดลการลงทุนแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ 1. ร่วมลงทุน และ 2. รับบริหารโรงพยาบาลเดิมที่เปิดให้บริการอยู่แล้วในแต่ละประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้มีการร่วมทุนกับนักลงทุนในประเทศจีนพัฒนาโรงพยาบาล Welly Hospital ในเมืองเวยไห่ ประเทศจีน โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 58%  ส่วนพาร์ทเนอร์ท้องถิ่น ถือหุ้น 42% แต่บริษัทฯ บริหารเองทั้งหมด 100%

โดยโรงพยาบาลแห่งนี้เปิดให้บริการเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับดีเกินที่ตั้งเป้าไว้แล้ว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เซ็นสัญญาเพื่อรับบริหารโรงพยาบาลในเมืองต่างๆ ของประเทศจีนไปแล้วอีกจำนวนหนึ่ง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากคนจีนมีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น

และการเข้าถือหุ้นใน Aryu International Healthcare Company Limited ร่วมกับ Ga Mone Pwint Company Limited พันธมิตรท้องถิ่นในประเทศเมียนมา เพื่อลงทุนพัฒนาโรงพยาบาล Ar Yu International Hospital ในเมืองย่างกุ้ง โดยในเบื้องต้นนี้บริษัทฯ ถือหุ้น 10%  และมีแผนเพิ่มสัดส่วนเป็น 40% ขณะนี้โรงพยาบาลแห่งนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ และพร้อมเปิดดำเนินการได้ราวเดือนเมษายน 2561

ทั้งนี้ คาดว่าในระยะยาวหรือในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทฯ จะมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่ยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการขยายตลาดต่างประเทศ

นั่นหมายความว่า นับจากนี้เป็นต้นไป “ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป” หรือ THG อาณาจักรของ “หมอบุญ” จะไม่ได้ให้บริการเฉพาะกลุ่มคนไทยเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพในการรองรับและให้บริการกับคนในต่างประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนซึ่งเป็นตลาดที่มองว่ายังมี “ช่องว่าง” และ “โอกาส” อีกมหาศาล