ส่งใจเชียร์ 2 เชฟไทยลงแข่งขัน S.Pellegrino Young Chef 2018 ที่สิงคโปร์ 23 ต.ค.นี้

1818

 

S.Pellegrino Young Chef 2018 (ซานเปลเลกรีโน ยัง เชฟ 2018) เป็นการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดเชฟระดับนานาชาติจาก 21 ภูมิภาคทั่วโลก โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 เป็นต้นมา แต่ละภูมิภาคได้ทำการเฟ้นหาผู้ชนะเลิศเพื่อจะได้เป็นตัวแทนไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ Grand Finale ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายน 2561

โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2 เชฟไทยก็ฝ่าด่านผู้เข้าแข่งขันหลายพันคน จนสามารถคว้าตั๋ว 10 คนสุดท้ายในรอบ semi-final ได้สำเร็จ นำทีมโดย เชฟ Jim Ophorst เชฟ เดอ คูซีน (Chef de Cuisine) ร้านอาหาร PRU จาก ตรีสรา ภูเก็ต เจ้าของเมนู ดอกกะหล่ำ” (Cauliflower) และเชฟ พลอยอัมพร อายุเจริญ เชฟ เดอ ปาร์ตี (Chef de Partie) จากร้านอาหารอิตาเลียน ‘La Scala’ โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ เจ้าของเมนู “โฉมงามกับอสูร” (Beauty and the Beast)ล่าสุด ทั้งคู่มีกำหนดลงแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของภูมิภาคฯ ที่ Asian Culinary College of Lifelong Learning, Nanyang Polytechnic ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ โดยจะแข่งขันในช่วงบ่าย ประกาศผลผู้ชนะเลิศและมอบรางวัลที่ห้องอาหาร Ce La Vie โรงแรม Marina Bay Sands ในค่ำวันเดียวกัน

สำหรับรายชื่อเชฟ 10 คน ที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่

1) เชฟ Andrea De Paola ซูเชฟ (Sous Chef) จากร้านอาหาร Osteria Art-สิงคโปร์

2) เชฟ Billyanto Billy เชฟ เดอ ปาร์ตี (Chef de Partie) จากโรงแรมบุลการี โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท บาหลี-เดนปาซาร์ อินโดนีเซีย

3) เชฟ Jake Kellie ซูเชฟ (Sous Chef) จากร้านอาหาร Burnt Ends-สิงคโปร์

4) เชฟ Jie Shen Ang เชฟ เดอ ปาร์ตี (Chef de Partie) จากร้านอาหาร Mezza9 โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท-สิงคโปร์

5) เชฟ Jim Ophorst จากร้านอาหาร PRU จาก ตรีสรา ภูเก็ตไทย

6) เชฟ Kim Leun Chen จากร้านอาหาร Sitka Restaurant-มาเลเซีย

7) เชฟ Mickael Farina จากร้านอาหาร Kandolhu Island-มัลดีฟส์

8) เชฟ พลอยอัมพร อายุเจริญ เชฟ เดอ ปาร์ตี (Chef de Partie) จากร้านอาหารอิตาเลียน La Scala โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯไทย

9) เชฟ Priyam Chatterjee จากร้านอาหาร Qla-นิวเดลี อินเดีย

10) เชฟ Seokhyun Han ซูเชฟ (Sous Chef) จากร้านอาหาร Meta-สิงคโปร์

ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในรอบนี้ ประกอบด้วย

  • เชฟ Richard Ekkebus จากร้านอาหาร Amber โรงแรมแลนด์มาร์ค แมนดาริน โอเรียนเต็ล (The Landmark Mandarin Oriental) ในฮ่องกง ที่ได้รับมิชลินสตาร์ระดับสองดาวทั้งจากฮ่องกงและมาเก๊าถึง 9 ปีซ้อน และยังเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดอันดับที่ 3 ของเอเชีย จาก Asia’s 50 Best Restaurants ปี 2560
  • เชฟ Mingoo Kang จากร้านอาหาร Mingles ในเกาหลี ร้านอาหารอันดับที่ 15 ของเอเชียและได้รับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในเกาหลี จาก Asia’s 50 Best Restaurants ปี 2560
  • เชฟ Chele Gonzalez จากร้านอาหาร Gallery VASK ในฟิลิปปินส์ ร้านอาหารอันดับที่ 35 ของเอเชียและรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมในฟิลิปปินส์ จาก Asia’s 50 Best Restaurants ปี 2560
  • เชฟ Tetsuya Wakuda จากร้านอาหาร Tetsuya’s ในออสเตรเลีย และร้านอาหาร Waku Ghin ในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ได้รับมิชลินสตาร์หนึ่งดาว ในปี 2559 และรางวัล The Diners Club® Lifetime Achievement Award จาก Asia’s 50 Best Restaurants ปี 2559
  • เชฟ Vicky Lau จากร้านอาหาร Tate Dining Room & Bar ในฮ่องกง ซึ่งได้รับมิชลินสตาร์หนึ่งดาวทั้งจากฮ่องกงและมาเก๊า และเชฟหญิงยอดเยี่ยมของเอเชียในปี 2558 จาก Asia’s 50 Best Restaurants

สำหรับการแข่งขันระดับภูมิภาคนี้ คณะกรรมการฯ มีอิสระในการตัดสินเพื่อเฟ้นหาตัวแทนเพียงคนเดียวตามกฎ “Five Golden Rules” และภายในเดือนธันวาคม 2560 จะมีการประกาศรายชื่อตัวแทนจาก 21 ภูมิภาคทั่วโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ Grand Finale ในเดือนมิถุนายน 2561 โดยผู้เข้ารอบสุดท้ายแต่ละคนจะถูกจับคู่กับ “เมนเทอร์ เชฟ” (Mentor Chef) ซึ่งก็คือเชฟผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นคณะกรรมการของแต่ละภูมิภาค โดยเมนเทอร์เชฟจะแนะนำ ฝึกสอน และให้คำปรึกษากับเชฟผู้เข้าแข่งขันอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมอาหารจานเด่นของพวกเขาให้พร้อมสำหรับรอบชิงชนะเลิศระดับนานาชาตินั่นเอง

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการแข่งขันได้ที่ www.sanpellegrino.com