ตลาดน้องหมา-แมวเมืองไทย อู้ฟู่นำโลก บิ๊กแบรนด์อาหารสัตว์เยอรมัน โดดร่วมวง

3675

เมื่อพูดถึงสัตว์ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้คนมากที่สุด คงไม่พ้น น้องหมา และน้องแมว ที่อยู่คู่กับสังคมผู้คนทั่วโลกมายาวนาน ปัจจุบันมีการสำรวจพบว่า ประชากรสุนัขในประเทศไทย มีมากถึง 5 ล้านตัว ขณะที่ประชากรแมว ก็เริ่มเติบโตขึ้นจนวันนี้มีประชากรมากถึง 4 ล้านตัว และมีแนวโน้มจะโตแซงหน้าสุนัขในอีกไม่กี่ปีนี้

แต่นัยยะที่สำคัญของการเติบโตในกลุ่มสัตว์เลี้ยงทั้ง 2 ประเภทนี้ คือ มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด  เป็นน้องหมา และน้องแมวที่มีเจ้าของดูแล ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัข-แมว สูงที่สุดในโลก

เกรียงศักดิ์ อธิคมวิทยา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แฮปปี้ เพท(ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้สภาพเศรษฐกิจของประเทศจะไม่สดใส มาจากสภาพสังคมการใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป จากครอบครัวใหญ่เป็นครอบครัวเชิงเดี่ยว อยู่ตามลำพัง แต่งงานช้าลง น้อยลง อยู่เป็นโสดมากขึ้น อัตราการมีลูกลดลง สวนทางกับผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้น  ทำให้การเลี้ยงสุนัข และแมว กลายเป็นเทรนด์นิยมของคนไทย

ปัจจุบันตลาดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าสูงถึง 26,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าอาหาร เป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงสุดราว 12,000 ล้านบาท หรือราว 45% ของมูลค่าตลาด แต่แม้จะเป็นมูลค่าที่สูงนับหมื่นล้านบาทต่อปีเช่นนี้ ศิริวุฒิ ธนศิลป์ Director บริษัท แฮปปี้ เพท(ประเทศไทย) จำกัด ก็ยังมองเห็นโอกาสอีกมาก เพราะขณะที่ปริมาณสุนัข-แมวในประเทศไทยจะมีมากรวมกันถึงเกือบ 10 ล้านตัว แต่มีเพียง 28% เท่านั้นที่กินอาหารสัตว์ และใน 28% หรือถ้าเทียบเป็นตัวเลขคือเกือบ 12,000 ล้านบาทนี้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงเลือกใช้อาหารสัตว์ในระดับเริ่มต้น หรือกลุ่ม Medium มากถึง 61% เป็นนัยยะสำคัญที่ทำให้เกรียงศักดิ์ และศิริวุฒิ ซึ่งทำธุรกิจอาหารปลามาก่อน คิดจะเข้าสู่ตลาดอาหารสุนัข-แมวที่ใหญ่กว่ามาก

แฮปปี้ เพท เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นโดยบริษัท เทคนิค โฮลดิ้ง ที่ถือหุ้นโดยคนไทยทั้งหมด ร่วมกับบริษัท แฮปปี้ เพท โฮลดิ้ง ถือหุ้นโดยคนเยอรมัน เจ้าของแบรนด์อาหารสุนัข และแมวระดับซูเปอร์พรีเมียม ที่เป็นผู้นำตลาดในเยอรมัน “แฮปปี้ ด็อก” และ “แฮปปี้ แคท” ในอัตราส่วน 51:49 นำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารสุนัข “แฮปปี้ ด็อก” และอาหารแมว “แฮปปี้ แคท”เจาะตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงระดับซูเปอร์พรีเมียม

ปัจจุบันตลาดอาหารสุนัขและแมวระดับซูเปอร์พรีเมียม มีส่วนแบ่งอยู่ในระดับราว 20-24% ในตลาดอาหารสัตว์ทั้งหมด โดยมีเจ้าตลาดคือแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส โรยัล คานิน ที่แทบจะผูกขาดตลาดทั้งอาหารสุนัข และอาหารแมว ขณะที่แฮปปี้ ด็อก และแฮปปี้ แคท ที่เป็นเจ้าตลาดในเยอรมัน แม้จะมีวางจำหน่ายอย่าแพร่หลายใน 66 ประเทศทั่วโลก แต่ก็เพิ่งจะมีโอกาสเข้าสู่ตลาดเมืองไทย

จุดเด่นของแบรนด์แฮปปี้ ด็อก และแฮปปี้ แคท คือเจ้าของแบรนด์ดำเนินธุรกิจในแบบครอบครัว สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของครอบครัวที่มีสุนัข และแมวเป็นสัตว์เลี้ยง นำไปใช้เป็นกลยุทธ์การตลาดเชิงอารมณ์ความรู้สึก ที่เห็นความต้องการของผู้เลี้ยงที่แท้จริง ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงขึ้นจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีเจือปน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงขอตนมีสุขภาพที่ดี และมีความสุข อีกทั้งยังวางราคาได้ต่ำกว่าแบรนด์อื่นในตลาดเดียวกันได้ถึง 15-20%

 

สำหรับในประเทศไทย ศิริวุฒิ กล่าวว่า คงไม่นำกลยุทธ์เรื่องราคามาเป็นจุดขาย แต่จะเน้นการเป็นสินค้านำเข้าจากเยอรมัน เป็น Made in Germany ผลิตจากธุรกิจที่เป็นครอบครัว ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “Home of Healthy Pet Food” โดยเน้นการวางขายผ่านร้าน Pet Shop ในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ ตั้งเป้าขยายเดือนละ 100 ร้าน และครบ 600 ร้านซึ่งจะครอบคลุมตลาดได้ทั่วประเทศในสิ้นปีนี้  และจะมีการขยายเข้าสู่ตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมาร์, กัมพูชา และลาว ที่อยู่ในการดูแลในอนาคต   โดยมีเป้าหมายในการขายที่ 300 ตันต่อไป และจะเติบโตเท่าตัวตลอด 3-5 ปีจากนี้

ด้านเกรียงศักดิ์กล่าวเสริมว่า แฮปปี้ ด็อก และแฮปปี้ แคท ต้องการเป็นตัวเลือกที่มีคุณภาพให้กับคนรักสุนัขและแมว  เป็นผู้นำทางด้านอาหารองค์รวม ที่ให้สารอาหารครบถ้วนและใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ที่จะให้ความสุขแก่สัตว์เลี้ยงทั้งร่างกายและจิตใจ ภายใต้คอนเซปต์ Natural Life Concept และ All in One  เลือกสรรวัตถุดิบธรรมชาติในคุณภาพระดับเทียบเท่ากับอาหารของคน

ผู้บริหารแฮปปี้ เพท เชื่อว่า แม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ แต่ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของสินค้า ผนวกกับแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจสัตว์เลี้ยงในเมืองไทยเหนือกว่าประเทศยักษ์ใหญ่อย่างญี่ปุ่น และหลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ก็จะทำให้แฮปปี้ ด็อก และแฮปปี้ แคท มีพื้นที่ยืนในตลาดเมืองไทยอย่างมั่นคงได้