มาร์ส เปิดโรงงานผลิต Pringles® แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็
พิธีเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ รวมถึง อนิณ เมฆสุขใส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลอดจนผู้บริหารของมาร์ส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA), บุคลากรภายในองค์กรและพันธมิตรภายนอกองค์กร โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อยกย่องบุคลากรและพันธมิตรที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาโรงงานแห่งนี้ รวมถึงบทบาทของโรงงานในการส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่น การพัฒนาทักษะ ความร่วมมือกับซัพพลายเออร์รายย่อย และการส่งออกจากประเทศไทยไปยังตลาดในภูมิภาค
จากการเริ่มต้นสู่การเติบโต และการลงทุนเพื่
โรงงานแห่งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของมาร์สที่มีต่อประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรที่มีศักยภาพ และการเชื่อมโยงกับตลาดในภูมิภาค นับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2566 โรงงานแห่งนี้ได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางที่สนับสนุนการเติบโตของ Pringles® ในภูมิภาค และช่วยเสริมแกร่งให้กับบทบาทของประเทศไทยในฐานะเครือข่ายการผลิตและการจัดหาของมาร์ส

กาเบรียล เฟอร์นันเดซ ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชี
สร้างคุณค่าให้มากกว่าแค่
จากการขยายโรงงานในจังหวัดชลบุรี มาร์ส ยังคงเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากรในประเทศ เสริมขีดความสามารถด้านการผลิต และความร่วมมือกับซัพพลายเออร์รายย่อย โดยปัจจุบันเกือบ 50% ของการใช้จ่ายทั้งหมดของโรงงานเป็นการจัดซื้อจากซัพพลายเออร์ภายในประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมาร์สในการสนับสนุนสินค้าจากในประเทศ ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยในวงกว้าง

ด้วยความร่วมมือกับภาครัฐ พันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม และชุมชนในท้องถิ่น มาร์ส มุ่งสร้างประโยชน์ที่ครอบคลุมมากกว่าการดำเนินงานด้านการผลิต ทั้งในด้านการสร้างงาน การพัฒนาทักษะ การพัฒนาซัพพลายเออร์ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจร่วมกัน นอกจากนี้ โรงงานนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอีกอย่างหนึ่งของมาร์ส ในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและพร้อมรองรับความต้องการในอนาคต โดยในบรรดาตำแหน่งงานระดับผู้นำในโรงงาน มีพนักงานผู้หญิงดำรงตำแหน่ง คิดเป็นประมาณ 50% จากทั้งหมด ขณะที่สัดส่วนพนักงานชายและหญิงโดยรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
อนิณ เมฆสุขใส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุ
รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้

โรงงานแห่งนี้จะผลิตและจัดส่ง Pringles® ไปยังตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA)โดยสายการผลิตที่ 2 ที่ได้เริ่มดำเนินงานแล้ว ส่งผลให้โรงงานสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับการขยายตลาด นอกเหนือจากอินเดีย ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดที่โรงงานให้บริการอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดดำเนินงานสายการผลิตที่ 3 ในช่วงปลายปี 2570 เพื่อรองรับบทบาทของโรงงานในระยะยาวในฐานะศูนย์กลางการผลิตสำหรับตลาดทั้งในและนอกภูมิภาค
ด้วยทำเลที่ตั้งที่เอื้อต่อการดำเนินงานและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น โรงงานแห่งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการผลิตและการจัดหาในภูมิภาค พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาด นอกจากนี้ โรงงานแห่งนี้ยังรองรับการผลิต Pringles® ที่หลากหลายในด้านรสชาติ เพื่อตอบสนองความชื่นชอบของผู้บริโภคในแต่ละตลาด
การผลิตขั้นสูงที่ให้คุณภาพเป็
โรงงานในจังหวัดชลบุรีเป็นโรงงานผลิตอัจฉริยะที่ใช้ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยผสานเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงเข้ากับระบบความปลอดภัยด้านอาหารและมาตรฐานคุณภาพระดับโลก โดยแดชบอร์ดดิจิทัลช่วยติดตามการทำงานของสายการผลิตแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกัน ตลอดการดำเนินงานโรงงานจะติดตามประสิทธิภาพของอุปกรณ์อย่างต่อเนื่องและใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินเครื่อง เพิ่มผลิตภาพ และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
นอกจากนี้แนวทางด้านความยั่งยืนยังได้รับการนำมาผนวกเข้ากับการดำเนินงานของโรงงาน ผ่านการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ประหยัดพลังงาน ระบบบำบัดน้ำเสีย ตลอดจนกระบวนการลดของเสีย การรีไซเคิล และการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ โดยโรงงานมีการติดตามผลการดำเนินงานด้านพลังงาน น้ำ ของเสีย และการปล่อยก๊าซ เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ก้าวต่อไปในอนาคตของ Pringles®
โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ทั้งหมด 208,000 ตารางเมตร มีศักยภาพด้านกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตของมาร์สในระยะยาว รวมถึงมีความพร้อมในการตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) หลังจากสายการผลิตที่ 2 เริ่มดำเนินงานในเดือนกันยายน 2569และมีแผนเปิดสายการผลิตที่ 3 ในช่วงปลายปี 2570 โรงงานแห่งนี้กำลังก้าวเข้าสู่ระยะต่อไปของการเติบโต และจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเครือข่ายการผลิต Pringles® ระดับภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนการขยายธุรกิจของมาร์ส ทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (AMEA) และนอกภูมิภาค












