เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตอกย้ำบทบาทผู้นำรีเทลที่ขับเคลื่อนเมืองอย่างยั่งยืน เข้าร่วม Bangkok Design Week 2026 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้วยการนำพลังของ “การออกแบบ” ร่วมกับ Fall Studio ภายใต้แนวคิด “Point of Peace” พื้นที่พักใจ ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ทุกคนสามารถหยุดพัก หายใจ และกลับมาเชื่อมต่อกัน ท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่งของเมือง ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก ระหว่างวันที่ 29 มกราคม-8 กุมภาพันธ์ 2569

ผลงานดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในการใช้ดีไซน์เป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสร้างสรรค์ “สวนกลางเมือง” และเบาะยักษ์ขนาดใหญ่ จากวัสดุเหลือใช้และขยะพลาสติก ป้ายโฆษณาเก่า และเศษผ้า จากโครงการ THE MALL GROUP GO TO ZERO และพันธมิตรต่างๆ อาทิ บริษัท ไทยน้ำทิพย์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), มูลนิธิกระจกเงา, Beverly Hills Polo Club ที่มุ่งลดขยะและผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่นำกลับมาทำให้มีชีวิตอีกครั้ง และหนึ่งในความโดดเด่นของโครงการคือการเปิด “พื้นที่แห่งโอกาส” ให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการผลิต และลงมือสร้างผลงานจริงร่วมกับนักออกแบบมืออาชีพ ถือเป็นการผสานพลังระหว่างภาคธุรกิจ การศึกษา และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนานักออกแบบรุ่นใหม่ให้เติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

โดยแนวคิดผลงาน Point of Peace ในปีนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป อยากสร้างพื้นที่เล็กๆ ที่ทำให้คนเมืองได้หยุดพักจากความเร่งรีบและความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นเสมือนโอเอซิสร่วมสมัยใจกลางกรุงเทพฯ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ กับตัวเอง และกับผู้อื่น ผ่านการออกแบบที่เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญคือการพิสูจน์ให้เห็นว่าการออกแบบไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยเยียวยาจิตใจ สร้างสมดุล และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองได้จริง ทั้งนี้ ต้นไม้ที่ใช้ในการทำ “สวนกลางเมือง” หลังจากจบงาน จะส่งมอบให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองอย่างยั่งยืน

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะที่เป็น GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย และภาคีสมาชิกของ Climate Neutral Network โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ตั้งแต่ปี 2550 ยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการ THE MALL GROUP GO TO ZERO อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน CARBON NEUTRALITY ในปี ค.ศ.2050













