อายิโนะโมะโต๊ะ เปิด 3 กลยุทธ์ สร้างความสุขให้คนไทย  “กินดี- สังคมดี- สิ่งแวดล้อมดี” 

1400

อาหารไทย ถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ดึงดูดคนทั่วโลกให้หลงใหล ด้วยการเป็นประเทศไทยมีวัตถุดิบในการทำอาหารมากมาย วัฒนธรรมอาหารขยายพื้นที่จากบ้านสู่ท้องถนน สร้างมูลค่าปีละนับล้านล้านบาท แน่นอนว่าอาหารในแต่จานก็มีส่วนผสมที่สร้างรายได้ให้กับแบรนด์สินค้ามากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ อายิโนะโมะโต๊ะ

ผงปรุงรสที่อยู่คู่ครอบครัวไทยมายาวนานหลายทศวรรษ แม้จะถูกมองว่าไม่ดีต่อสุขภาพหากทานมาเกินไป แต่อายิโนะโมะโต๊ะก็ไม่เคยลดความนิยมจากพ่อครัว แม่ครัวไทย และเมื่อสังคมไทยเปลี่ยนผ่านจากรุ่นแม่มาถึงรุ่นลูก  วันนี้ อายิโนะโมะโต๊ะ จึงปรับเปลี่ยนและพัฒนาเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ด้วยการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพที่ดีผ่าน “AminoScience” หรือ ศาสตร์แห่งกรดอะมิโน เพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับวงการธุรกิจอาหาร และยกระดับการสร้างความกินดีมีสุขไปอีกขั้น

อิชิโระ ซะกะกุระ

อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ ด้วยแผนขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก  ประกอบด้วย

1.ขยายตลาดและสร้างการเติบโต อายิโนะโมะโต๊ะพัฒนาผลิตภัณฑ์ปัจจุบันและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “กินดี มีสุข” มุ่งเสริมแกร่งกลุ่มเครื่องปรุงรสผ่านการปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เป็นมิตรเข้าถึงง่าย โดยใช้ ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ สร้างประสบการณ์ความสนุกและความอร่อยในการทำอาหาร พร้อมการสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่นักชิม โดยจะมีผลิตภัณฑ์อีกหลายรายการที่จะเปิดตัวในปีนี้

ด้านกาแฟเบอร์ดี้  มีการปรับการสื่อสารให้ทันสมัยเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่ หมวดอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่น ที่กินง่ายและดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน แบบ Ready-to-eat เจาะกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันที่ชีวิตรีบเร่งแต่ยังใส่ใจสุขภาพ นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกรดอะมิโน ที่ใช้นวัตกรรมจาก “AminoScience” เพื่อตอบโจทย์การดำเนินชีวิตของคนในทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ กลุ่มคนที่รักการเล่นกีฬา หรือผู้ที่ใส่ใจด้านสุขภาพและความงาม โดยมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Amino Vital Fit 

ด้านเซอร์วิส “แอปพลิเคชัน i-LiveWell – แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน”บริษัทฯ วางแผนผนึกพันธมิตรธนาคาร ประกันสุขภาพ โค้ชสุขภาพ และ telemedicine เป็นต้น โดยจะมีการขยายกลุ่มผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นสู่บริษัทอื่นๆ อีกด้วย

2. หนุนโภชนาการกีฬาให้ทัพนักกีฬาและคนไทย มุ่งสานต่อโครงการ Thailand Victory Project เป็นปีที่ 7 ผ่านการสนับสนุนกีฬาซีเกมส์ 2025 โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญในการดูแลโภชนาการกีฬาและจุดแข็งด้าน “AminoScience” จากญี่ปุ่นสู่ไทย มาประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนมื้ออาหารแห่งชัยชนะ (Winning Meals® Kachimeshi) ซึ่งเป็นแผนโภชนาการกีฬาที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย ควบคู่กับผลิตภัณฑ์เจลพลังงานอะมิโนไวทัลที่อุดมด้วยกรดอะมิโน 

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัว Ajinomoto Victory Canteen ซึ่งเป็นการปรับลุคใหม่ให้กับห้องอาหารของนักกีฬา นำเสนอโภชนาการที่ดี และพื้นที่กิจกรรมสำหรับพัฒนาศักยภาพและปลดล็อกพลังแห่งชัยชนะของทัพนักกีฬาไทย

3. ใช้เทคโนโลยี FarmAI ช่วยลดคาร์บอนสร้างความยั่งยืน ตั้งเป้าลดใช้คาร์บอน พร้อมเพิ่มปริมาณการตรวจสอบกลับ (traceability) จากโครงการ “Thai Farmer Better Life Partner” ขึ้นเป็น 45,000 ตัน หรือประมาณ 30% โดยมีแอปพลิเคชัน FarmAI เป็นเครื่องมือใหม่ที่จะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพในการตรวจสอบกลับการดำเนินงานในระบบecosystem พร้อมเดินหน้าโมเดล Ajinomoto FD Green one-stop service ด้วยการสร้างเครือข่ายเพื่อการเกษตรกับพาร์ตเนอร์อย่างครบวงจร ผ่านการใช้เทคโนโลยีในการยกระดับการเกษตร เพิ่มผลผลิตและให้ความรู้แก่เกษตรกรมันสำปะหลังและกาแฟเพื่อผลผลิตที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการลดคาร์บอนตามเป้าหมายใน Scope 3

“จากกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าอายิโนะโมะโต๊ะจะบรรลุเป้าหมายในการสนับสนุนความ “กินดี มีสุข” แก่สังคมไทยผ่านโภชนาการที่ดี ด้วยนวัตกรรมอาหารที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับแนวทางการดำเนินงานที่ดีและลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะช่วยดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนไทยและสิ่งแวดล้อมให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างยั่งยืน”  อิชิโระ ซะกะกุระ กล่าว 

ความสำเร็จของอายิโนะโมะโต๊ะในปี 2567

จากความท้าทายของธุรกิจอาหารในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเงินเฟ้อ พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค และความใส่ใจเรื่อง ESG  อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) มีผลประกอบการ  32,663  ล้านบาท**  มีส่วนแบ่งเป็นอันดับ 6 ของกลุ่มธุรกิจผู้ผลิตอาหาร โดยในปีที่ผ่านมาได้เสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพ 248 ล้านมื้อ เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน ในกลุ่มนวัตกรรมอาหาร มีผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้หลักและครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงที่สุดคือ ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ* 90% รสดี* 80% และกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้* 50% โดยกลุ่มที่มีการเติบโตที่โดดเด่น คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกรดอะมิโน* 30% อาหารแช่แข็ง* 80% (*%ตัวเลขโดยประมาณ)

ด้านความยั่งยืนบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนทั้งหมด ประกอบด้วย การลดคาร์บอน 92% สำหรับ Scope 1 และ 2 และยังบรรลุเป้าหมายด้านการลดของเสียจากอาหารที่ 82% (1,600 ตัน) ลดการใช้น้ำ 92% และยังจัดทำแคมเปญUpcycling เก็บกลับพลาสติกได้กว่า 1.5 ล้านชิ้น ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลาย การปรับเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์มสำหรับพนักงานขายและพนักงานโรงงานเป็นเสื้อ 9.000 ชุด ที่ทำมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิล 180,000 ขวด และการติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ได้เกือบ 100% ที่โรงงานผลิต

ด้านแผนงานในหน่วยงานต่างๆ ของอายิโนะโมะโต๊ะในปีนี้ 

พนิดา เนื่องรักษา ผู้จัดการหน่วยงาน Household Business กล่าวว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน: เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรมากขึ้น

  • สื่อสารด้วย “AjiPanda” ในฐานะ Brand Ambassador ของกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะทั่วโลก โดยได้เริ่มมีการสื่อสารกับคนไทย เพื่อเป็นตัวแทนความสุขในการกินและชีวิตที่มีสุขภาพดี
  • รสดี: พัฒนาสินค้าเพื่อเป็นทางเลือกสุขภาพให้กับผู้บริโภค เช่น “รสดีเมนู แป้งชุบทอดปรุงรสสำเร็จ” สูตรลดการอมน้ำมัน 30% และลดโซเดียม  “รสดีมายด์” ลดเกลือลง 15% ให้รสนุ่มนวลเค็มพอดี แต่คงเอกลักษณ์ความเข้มข้น รวมทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
    ที่ช่วยให้การทำอาหารสะดวกขึ้น เช่น “รสดีซุปก้อน ฮอทพอท รสซุปหม่าล่า”
  • เบอร์ดี้: เปิดตัวสูตรเพื่อสุขภาพตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ Zero Sugar  และเปิดตัว “เบอร์ดี้คาเฟ่” แบบขวด PET สุดเทรนดี้ หนุนชาวไร่กาแฟไทย

วันนเรศวร์ สุขีลักษณ์ ผู้จัดการหน่วยงาน Nutrition and Well-Being กล่าวว่า ที่มีจุดเด่นด้วยการใช้ AminoScience  แนวทางวิทยาศาสตร์อาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของอายิโนะโมะโต๊ะ ที่คู่แข่งไม่มี จัดกิจกรรมเสริมสุขภาพตอบโจทย์ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์  โดย กลุ่มอะมิโน: “อะมิโนไวทัล วอเตอร์ชาร์จ” เครื่องดื่มชาร์จพลังความสดชื่นกับงานวิ่ง  “อายิโนะโมะโต๊ะ อะมิโนไนท์” เสริมการนอน สร้างประสบการณ์หลับลึกแบบ Immersive  “อะมิโนมอฟ” สำหรับผู้สูงวัย หนุนการท่องเที่ยวไปพร้อมกับสนับสนุนสังคมผู้สูงอายุ

  • อาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นและเมนูพร้อมทาน เปิดตัว “อายิโนะโมะโต๊ะ ควิก มีล” โจ๊กพร้อมทานสูตรต้นตำรับเจาะคนเมือง และเกี๊ยวซ่า ฮาเนะสึกิ พร้อมเตรียมเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์หมวดอาหารแช่แข็งสไตล์ญี่ปุ่นที่กินง่ายและดีต่อสุขภาพ

พิมพ์สร เลิศอุตสาหกูล ผู้จัดการหน่วยงาน Food Vendor Business กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและร้านค้ามีแนวคิดที่จะขับเคลื่อนวงการสตรีทฟู้ดไทยและร้านอาหารให้อร่อย-สะดวก โดยปัจจุบันตลาดร้านอาหารในประเทศไทยทั้งระบบมีมูลค่าราว 1 ล้านล้านบาท โดยมีจำนวนร้านอาหารราว 7 แสนร้าน ถึง 1 ล้านร้าน และพบว่าร้าน Food Vender ในประเทศไทยถึง 80% ในผลิตภัณฑ์ของอายิโนะโมะโต๊ะ 

โดยปีนี้ได้เพิ่มผลิตภัณฑ์ “ซุปก๋วยเตี๋ยวรสดี แบบน้ำ สูตรซุปกระดูกหมูเคี่ยวนาน” ตอบโจทย์ร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีมากถึง 2 แสนร้านในประเทศไทยให้สะดวกขึ้น และลดการทิ้งอาหารลงถึง 67% จากการที่ต้องเคี่ยวน้ำซุปเองของร้านก๋วยเตี๋ยว และ “อายิพลัส ผงนัวสูตรเข้มข้น” ที่ช่วยให้ปรุงอาหารได้อร่อยคงที่

ทิพย์วดี กรุมรัมย์ ผู้จัดการหน่วยงาน New Business Creation กล่าวว่า แนวทางของหน่วยงานคือการขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหาร-ไบโอเทค ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ 3 เทรนด์สำตัญ คือ วิกฤตด้านอาหาร, สังคมสูงวัย และความยั่งยืน  โดยการสนับสนุนสตาร์ทอัป  ด้วยการร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน Techbite Food&BioTech Accelerator ที่ได้ทีมสตาร์ทอัป 10 ทีม จากทั้งหมด 55 ทีม เข้ารอบเรียนรู้ต่อยอด 3 เดือน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบเทรนด์