ข่าวความขัดแย้งในทรัพย์สินมรดกของครอบครัวเศรษฐีในประเทศไทย เกิดขึ้นมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ครอบครัวเจ้าของบริษัทขายรถยนต์ ครอบครัวเจ้าของตลาดสด มาจนถึงครอบครัวเจ้าของโรงแรม กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งบนสื่อที่จบลงทั้งแบบต่างคนต่างไป จนถึงการเสียชีวิต
นี่เป็นเพียงครอบครัวระดับแนวหน้าของประเทศ แต่สำหรับครอบครัวเศรษฐีทั่วไปหลายๆ ครอบครัวก็เจอกับสภาพความขัดแย้งกันไม่ต่างกัน นั่นเพราะประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการกองมรดกเท่าที่ควร

บัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลาด High Net Worth (HNW) หรือกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากรายงาน UBS Global Wealth Report 2024 คาดการณ์ว่า การเติบโตของกลุ่ม HNW จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 120,000 คน ในปี 2028 เมื่อเทียบกับปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ 100,000 คน หรือเติบโตราว 24% แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือประเทศไทยยังมีเครื่องมือในการวางแผนเรื่องมรดกไม่มากพอ โดยมีการใช้พินัยกรรมในการส่งต่อทรัพย์สินจากรุ่นสู่รุ่น อยู่เพียง 13% ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกามีการทำพินัยกรรมมากถึง 45-50%
“สิ่งนี้สอดคล้องกับข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่ชี้ว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นสู่รุ่นมูลค่าหลายล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากยังเข้าใจผิดว่าการจัดทำพินัยกรรมเป็นเรื่องไกลตัว นี่จึงเป็นจังหวะสำคัญที่ทุกครอบครัวควรตระหนักถึงการวางแผนมรดกอย่างรอบคอบ เพราะมรดกไม่ได้หมายถึงแค่ทรัพย์สิน แต่รวมถึงความตั้งใจและเป้าหมายชีวิตที่เจ้าของทรัพย์สินต้องการส่งต่อให้กับคนรุ่นหลังอย่างมีคุณค่า”
บัณทิต กล่าวต่อว่า พรูเด็นเชียลฯ เล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตของคนกลุ่มนี้ จึงได้นำเสนอโซลูชันครบวงจรผ่านเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับสมาชิก “PRULegacy”และ “PRULegacy+” ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า HNW โดยเฉพาะ”
“ผมมองว่า การวางแผนในการส่งต่อทรัพย์สินหรือมรดกไม่ใช่เรื่องของคนสูงวัยเท่านั้น แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมได้ทันทีเมื่อมีครอบครัวหรือเป้าหมายระยะยาว พรูเด็นเชียลฯ มุ่งมั่นจะเป็นที่ปรึกษาที่ลูกค้าเชื่อถือได้ในทุกช่วงของชีวิต ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการโซลูชันแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์การเงิน แต่รวมถึงความมั่นคงของครอบครัว การบริหารภาษี และการส่งต่อคุณค่าระยะยาว เพื่อยกระดับการบริหารจัดการความมั่งคั่งและสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้กับคนรุ่นต่อไป” บัณฑิตกล่าว
หัวใจของการออกแบบเอกสิทธิ์สำหรับลูกค้า “PRULegacy” มุ่งเน้นไปที่การส่งต่อคุณค่าและสิ่งที่ดีที่สุดให้คนที่รักด้วยผลิตภัณฑ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยบริษัทฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง อย่าง ทีทีบี และ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ประกันชีวิตเพื่อการส่งต่อมรดก ทีทีบี อัลติเมท เลกาซี 99/3” และ “ยูโอบี บียอนด์ เลกาซี 3/99” ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่คัดสรรมาเพื่อปกป้องและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน ส่งต่อมรดก สร้างอนาคตมั่นคงเพื่อลูกหลานที่รักอย่างมั่นใจ โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพียง 3 ปี รับความคุ้มครองจนถึงอายุครบ 99 ปี
พรูเด็นเชียลฯ ยังมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้า “PRULegacy” ด้วยบริการหลังการขายสุดเอ็กซ์คลูซีฟครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น บริการจัดทำร่างพินัยกรรม หรือ บริการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนภาษีที่สำนักงานกฎหมาย Chandler Mori Hamada Limited (CMH), ส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับผู้มีสุขภาพดี, บริการ Legacy Advisor ที่ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด, บริการ Fast Lane Underwriting เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลการอนุมัติกรมธรรม์ที่รวดเร็วขึ้น, บริการ VIP Call Center และอีกมากมาย
“ผมอยากจะเตือนลูกค้าทุกๆ คน ที่บางครั้งเรามองมันเป็นเรื่องที่รู้สึกว่า ลูกหลานรักกัน คงไม่เกิดเรื่องการแย่งชิงมรดก แต่เราก็เห็นบทเรียนอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่ง เศรษฐีมหาศาลที่มีเงินเป็นพันล้าน หมื่นล้าน ที่ไม่ได้วางแผนการส่งต่อ ความไม่ชัดชัดเจนจะสร้างปัญหาอย่างมาก” บัณฑิต กล่าว

ด้าน เปสลารี ธีระสาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานเทคโนโลยีและปฏิบัติการ และสายงานสุขภาพ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแผนงานด้านเทคโนโลยีของบริษัทฯ ในปีนี้ว่า พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ยังเดินเกมรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะโครงสร้างดิจิทัล การจัดการข้อมูล และ เอไอ (AI) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่น คือ การย้ายระบบการดำเนินงาน และการจัดการข้อมูลทั้งหมดไปยังระบบคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่แอปพลิเคชันสำหรับการนำเสนอขาย ระบบบริการลูกค้า ช่องทางโทรศัพท์ รวมถึงระบบสนับสนุนการทำงานของพนักงาน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจและประสิทธิภาพในการดำเนินงานในการส่งมอบประสบการณ์และการดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด
พรูเด็นเชียลฯ ยังได้ยกระดับการให้บริการลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลรูปแบบใหม่ “PRUServices”ผ่าน LINE @Prudential Thailand ที่ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกันภัย การยื่นเคลม หรือบริการสอบถามข้อมูลแบบ All In One ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้ทุกที่ทุกเวลา
นอกจากนี้ บริษัทฯยังนำเทคโนโลยี AI มายกระดับการให้บริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ทำให้สะดวกรวดเร็ว เช่น การลดขั้นตอนในการยื่นเคลม ผ่านช่องทางดิจิทัล ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ AI First Organization อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานภายใน แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความรวดเร็ว ความแม่นยำ และคุณภาพของบริการที่ลูกค้าจะได้รับ













