พม. จับมือ ม.มหิดล นำดนตรีบำบัดพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย​ Music Therapy for the Elderly

413

นายอุดม​ โปร่งฟ้า ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานงานดนตรีบำบัดสำหรับการพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย Music​ Therapy for the Elderly​ โดยมีนายอนันต์ ดนตรี​ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าววัตถุประสงค์​การจัดงาน​ พร้อมด้วย​ นางอภิญญา​ เอี่ยมอำภา​ รองผู้ว่าราชการ​จังหวัดสุพรรณบุรี นางพรนิภา มาสิลีรังสี รองอธิบดีกรมกิจการ​ผู้สูงอายุ​ นายณรงค์​ ปรางค์​เจริญ​ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์​ และคณะจากมหาวิทยาลัยมหิดล​ ผู้บริหาร​กระทรวง​ พม. ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ​ ภาคเอกชน​ ภาคประชาสังคม และผู้สูงอายุ​ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี​ เข้าร่วมงาน ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก​จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี

การจัดงานดนตรีบำบัดสำหรับการพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย Music Therapy for the Elderly เกิดจากความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการพัฒนาด้านดนตรีบำบัดสำหรับประชาชนคนช่วงวัย ระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล​ กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดตัวกิจกรรมด้านดนตรีบำบัดสำหรับการพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดนตรีบำบัดให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนทุกช่วงวัย และส่งมอบกิจกรรมด้านดนตรีบำบัดในการเป็นเครื่องมือในการศึกษาและขยายผลให้กับกลุ่มเป้าหมาย โรงเรียนผู้สูงอายุ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) และ ประชาชนทุกช่วงวัย ซึ่งจังหวัดแรกที่จัดกิจกรรมนี้คือจังหวัดสุพรรณบุรี โดยจะจัดใน 10 อำเภอ จากนั้นจะขยายผลไปนครปฐม อยุธยา ชลบุรีและปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่จังหวัดนำร่อง

ทั้งนี้ ​กิจกรรมดนตรีบำบัดสำหรับการพัฒนาสุขภาวะผู้สูงวัย Music Therapy for the Elderly นับเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งตอบสนองและสอดคล้องกับข้อเสนอเชิงนโยบายวิกฤตประชากร ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วย 5 ข้อเสนอๆ ละ 5 มาตรการ โดยมีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องในประเด็นข้อเสนอที่ 3 สร้างพลังผู้สูงอายุ ผ่อนหนักให้เป็นเบา พลิกวิกฤติทางประชากรให้เป็นโอกาส และมีมาตรการสำคัญเร่งด่วนคือการมุ่งการป้องกันโรคมากกว่ารักษาโรค เสริมการมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุ

นายอุดม​ กล่าวต่อไปว่า​ ดนตรีบำบัด (Music Therapy) สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการบำบัดทั้งทางกายภาพและทางจิตใจ​ ทางกายภาพ​คือการเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรี การเล่นเครื่องดนตรี หรือการร้องเพลง เป็นการตอบสนองของร่างกายที่ทำให้อวัยวะต่างๆ ถูกกระตุ้น เช่น อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น​ ทำให้มีการสูบฉีดเลือดดีขึ้น ดนตรีบำบัดจึงสามารถช่วยฟื้นฟูอาการของโรคต่างๆ ได้ และการใช้ดนตรีบำบัดทางจิตใจคือการฟัง จะทำให้สภาวะทางอารมณ์ดีขึ้น เสียงของดนตรีบำบัดสามารถทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มีประสิทธิภาพราวกับการทำสมาธิ ซึ่งสามารถช่วยฟื้นฟูโรคสมาธิสั้น (ADHD) และยังกระตุ้นการทำงานของสมองให้หลั่งสารเอ็นโดนฟิน (Endorphin) ที่ทำให้มีความสุข ช่วยลดความวิตกกังวล ความเครียดได้อีกด้วย