XO ทะลุเป้า Q3/66 โชว์กำไร 248 ลบ. พุ่ง 263% วางงบซื้อเครื่องจักร 200 ลบ. รองรับยอดขายได้กว่าพันล้าน

744
จิตติพร จันทรัช

XO โชว์ผลงาน Q3/66 All Time High รับออเดอร์ซอสทวีปยุโรป อเมริกาบูมสุดขีด หนุนกำไรสุทธิอยู่ที่ 248 ลบ. พุ่งแรงเกือบ 263% รายได้อยู่ที่ 699 ลบ. เพิ่มขึ้นกว่า 112% ขณะที่ งวด 9 เดือนมีกำไรสุทธิกว่า 557 ลบ. เพิ่มขึ้น 116% ด้านผู้บริหารวางงบ 200 ลบ. ซื้อเครื่องจักรติดตั้งที่โรงงานเดิมที่นิคมอมตะ คาดแล้วเสร็จปลายปีหน้า รองรับยอดขายเพิ่มได้กว่าพันล้าน หลังลูกค้าส่งสัญญาณทุกอย่างดูดี ออเดอร์แน่นมาก ส่วนโรงงานใหม่ที่โรจนะยังเดินตามแผนเดิม หนุนงบแข็งแกร่งต่อเนื่อง

จิตติพร  จันทรัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO ผู้ส่งออกรายใหญ่ในผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรส และน้ำจิ้ม รวมทั้งเครื่องแกง เครื่องประกอบอาหารไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2566 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566) บริษัทมีกำไรสุทธิ 248.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 262.79% จากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 68.40 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายอยู่ที่ 698.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 369.82 ล้านบาท คิดเป็น 112.36% สาเหตุหลักเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าในกลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่างๆ ในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา รวมทั้ง การปรับขึ้นราคาขายสินค้า สนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าเท่ากับ 48.17% ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิจำนวน 557.45  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.76% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 258.37 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้า 1,710.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 641.66 ล้านบาท คิดเป็น 60%

ในด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าในไตรมาส 3/2366 เท่ากับ 48.17% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2565 ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้า ทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง ประกอบกับบริษัทมีการปรับขึ้นราคาขายสินค้าตั้งแต่ไตรมาส 1/2566 ในด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 เท่ากับ 47.31% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าเท่ากับ 41.83%

อย่างไรก็ดี ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 สัดส่วนรายได้มาจากลูกค้ากลุ่มหลักอยู่ในทวีปยุโรป 66.8% และไฮไลท์จากกลุ่มอเมริกาสัดส่วนเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 20% จากราว 10% ในไตรมาส 2/2566 ในด้านการใช้อัตรากำลังการผลิตทะลุ 120% ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และยังคงมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/2566 คาดยอดขายทำนิวไฮ จึงประเมินผลงานในปีนี้เติบโตมากกว่าเป้าหมายที่เคยปรับเป้าไว้ที่ 50% จากปีก่อน

จิตติพร กล่าวอีกว่า “แผนเดิมของบริษัทฯ คาดจะสร้างโรงงานใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ แหลมฉบัง ในช่วงกลางปี 2567 คาดแล้วเสร็จปลายปี 2568 เราคุยกับโรงงานเรามีออเดอร์พอสมควร ถ้าเรารอ เราอาจเจอปัญหาเรามีของไม่พอขาย เราเลยตัดสินใจจะขยายไลน์การผลิตใหม่ 1 ไลน์ ที่โรงงานเดิม ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง วางงบลงทุนซื้อเครื่องจักรราว 200 ล้านบาท ซึ่งแผนสร้างโรงงานใหม่ก็ยังคงเดิมแต่เราเห็นโอกาส ทุกอย่างดูดี ออเดอร์แน่นมาก ต้องส่งออกทุกอาทิตย์ วันนี้กับสิ่งที่เราคุยกับลูกค้าทั้งที่ยุโรป อเมริกา ทำให้มองว่า เราไม่สามารถเสียโอกาสได้ ซึ่งเครื่องจักรใหม่คาดจะติดตั้งพร้อมผลิตได้ในไตรมาส 4/2567 หรือปลายปีหน้า ทำให้เราสามารถรับออเดอร์และวางแผนได้ โดยเครื่องจักรใหม่สามารถรองรับยอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท จากการผลิตกะเดียวโดยไม่ใช้โอที พ่วงด้วยการขอ BOI เหมือนเดิม”