SAPPE โชว์กำไร Q3/66 แตะ 319.1 ล้านบาท ทะยานขึ้น 79.1% ทุบสถิติ ALL TIME HIGH ไม่หยุด

745
ปิยจิต รักอริยะพงศ์

‘บมจ. เซ็ปเป้’ หรือ SAPPE ตอกย้ำปีทองของธุรกิจ โชว์ผลงานไตรมาส 3/66 ทำรายได้รวม 1,698.9 ล้านบาท เติบโต 25.2% และมีกำไรสุทธิ 319.1 ล้านบาท เติบโต79.1% ดันผลงานงวด 9 เดือนแรกของปี 66 มีรายได้รวม 4,946.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 906.2 ล้านบาท ทำ All Time High สถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องอีกครั้ง สร้างปรากฏการณ์ยอดขายทั้งในและต่างประเทศเติบโตแข็งแกร่ง เดินหน้าทำการตลาดผลิตภัณฑ์ Mogu Mogu เข้าไปโปรโมทในมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ แพลตฟอร์ม TikTok และอื่นๆ อีกมาก เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ด้านตลาดในประเทศก็มีทั้งสินค้าใหม่และแคมเปญใหม่ เพื่อส่งเสริมการเติบโตให้แข็งแกร่งควบคู่กัน 

ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2566 (กรกฎาคม-กันยายน) บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 319.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 178.1 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,698.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น25.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,356.6 ล้านบาท ผลักดันให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 906.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.7%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 498.8 ล้านบาท และมีรายได้รวม4,946.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้ 3,832.3ล้านบาท นับเป็นปีทองของเซ็ปเป้ ในการทำผลงานทั้งรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ต่อเนื่องแบบไม่หยุด  

               ปัจจัยที่ทำให้รายได้และกำไรเติบโต All Time High แบบไม่หยุด มาจากการเติบโตทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะรายได้จากการขายต่างประเทศในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 ทำได้ 3,975.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศคิดเป็น 82% ของรายได้จากการขายรวม อย่างไรก็ตาม ตลาดที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมาคือทวีปยุโรป โดยได้ขยายฐานผลิตภัณฑ์ในช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และเข้าไปทำกิจกรรมออกบูธในสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ในต่างประเทศหลายแห่ง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมที่สุดในตลาดต่างประเทศ คือ น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวแบรนด์ โมกุ โมกุ (Mogu Mogu) และเครื่องดื่มผสมว่านหางจระเข้แบรนด์ เซ็ปเป้ อโลเวร่า ดริ้งค์ (Sappe Aloe Vera Drink) เป็นต้น 

               ขณะที่ตลาดในประเทศเกาหลีใต้ ผลิตภัณฑ์โมกุ โมกุ (Mogu Mogu) ยังสามารถครองแชมป์เครื่องดื่มน้ำผลไม้อันดับ 1 ในเกาหลีใต้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีการทำการตลาดผ่าน TikTok ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Social Media ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ คาดว่าจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ Global Brand ให้เซ็ปเป้ได้ชัดเจนมากขึ้น และกลายเป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง  

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAPPE กล่าวเพิ่มเติมว่า เรามั่นใจรายได้ในปี 2566 จะสามารถเติบโต 30-35% ตามเป้าหมายที่วางไว้ ปีนี้นับเป็นปีทองของการดำเนินธุรกิจของเซ็ปเป้ ซึ่งที่ผ่านมาเซ็ปเป้ได้วางกลยุทธ์รุกสร้างการเติบโตในต่างประเทศโดยจะมุ่งเน้นที่การสร้างแบรนด์ให้สอดคล้องกับการแข่งขันในตลาด และสามารถขยายช่องทางการขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องทางการขายในร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ (National Chain) รวมถึงยอดขายในประเทศเองก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเซ็ปเป้ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง น้ำผสมวิตามิน B’lue รสเลมอน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังมีแคมเปญใหญ่ของแบรนด์เซ็ปเป้ บิวติ พาวเดอร์ สติกซ์” (Sappe Beauti Powder Stix) เครื่องดื่มชนิดผง ผสมคอลลาเจน 2,000 มก. และวิตามินซี กลิ่นสตรอเบอร์รี่ ที่ต้องการให้ทุกคนมีสิทธิ์ได้ดูแลตัวเองด้วยของดีมีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน ในแคมเปญ ‘สิทธิ์ผิวสวยถ้วนหน้า’ และแน่นอนว่า เราจะไม่หยุดในการคิดค้นและพัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบสินค้านวัตกรรมไปสู่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ