SMD ลงนามในสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กับ V5med จากประเทศใต้หวัน

482

บมจ เซนต์เมด(SMD) โดย “ดร วิโรจน์ วสุศทธิกลุกานต์“ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาการเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ระบบ AI ตรวจจับมะเร็งปอด (Lung CA) จากภาพ CT ทุกยี่ห้อ กับ V5med  ผลิตภัณฑ์จากประเทศใต้หวัน ระยะเวลาการเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย 5 ปี เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา โดย Business Model คือ การให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเช่าใช้รายเดือน ในเงื่อนไขและราคาที่โรงพยาบาลสามารถเข้าถึงได้ง่าย จะทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ (Recurring Income) เพื่อการเติบโตแบบยั่งยืน เพราะในประเทศไทยมีเครื่อง CT ติดตั้งใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเขตอาเซียน 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มมีการปรับโหมดธุรกิจครั้งใหญ่ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หรือทรานฟอร์เมชั่น จากธุรกิจ เทรดดิ้งคัมพานี กระจายไปสู่การมีรายได้ประจำสม่ำเสมอรายเดือน หรือ Recurring Income ทั้งในรูปแบบRevenue Sharing และในรูปแบบ เช่าใช้ หรือ เช่าซื้อ เครื่องมือแพทย์ต่างๆ ของบริษัทฯ เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่ม และไตรมาส 2/66 นี้ มีกำไรสุทธิ 28.63 ลบ. เติบโต 257% QoQ และมีกำไรครึ่งปีแรกประมาณ 36.6 ลบ. 

รุกหนักธุรกิจ Revenue Sharing  เครื่องออกซิเจนความดันสูง (Mild Hyperbaric Oxygen Chamber – mHBO) ล่าสุดได้มีการติดตั้งพร้อมให้บริการ ณ โรงพยาบาลศัลยกรรมมาสเตอร์พีซ โดยได้รับเกียรติจาก  

ลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ พิสุจน์ น้ำสา (CFO) ของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาสเตอร์พีซ ลงนามในบันทึกข้อตกลง ร่วมกับ บมจ. เซนต์เมด เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา  และบริษัทฯ คาดว่าจะติดตั้งเครื่องออกซิเจนความดันสูง (Mild Hyperbaric Oxygen Chamber – mHBO) ตามสถานพยาบาลและคลีนิคต่างๆ ได้อีกประมาณ 10 เครื่องภายในสิ้นปีนี้  

ดร.วิโรจน์ กล่าวต่อว่า แม้ว่ายอดขายในส่วนของธุรกิจเทรดดิ้ง ยังมีสัดส่วนมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากมองไปในระยะ 1-2 ปี ข้างหน้า ธุรกิจในรูปแบบ Revenue Sharingและในรูปแบบ เช่าใช้ หรือ เช่าซื้อ เครื่องมือแพทย์ต่างๆ ของบริษัทฯจะสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ  

ทั้งนี้ ในบริษัทฯ มีสินค้าเครื่องมือแพทย์จำนวนมากที่ปรับโหมดธุรกิจจากซื้อมาจำหน่ายไป เปลี่ยนรูปแบบเป็นรูปแบบ Revenue Sharing และในรูปแบบ เช่าใช้ หรือ เช่าซื้อ อาทิเช่น เครื่องออกซิเจนความดันสูง 2 ATA สำหรับรักษาผู้ป่วยเบาหวาน (Hyperbaric Oxygen Chamber Therapy – HBOT) ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีการติดตั้งใช้งานตามโรงพยาบาลต่างๆ ไม่มาก เครื่องตรวจความผิดปกติการนอนหลับ เครื่องกรองอนุภาคทางการแพทย์ประสิทธิภาพสูง เครื่องมือแพทย์ด้านเวชบำบัดวิกฤต ที่ใช้ในห้อง ICU และห้องฉุกเฉิน เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทฯ ยังสนใจต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องรวมถึงการเจรจา ดีล M&A ต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ 

ดร.วิโรจน์ วสุศุทธิกุลกานต์ ยังกล่าวต่ออีกว่า บริษัทฯ ได้แจ้ง ตลท.ว่า คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีการประชุม เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา และมีมติอนุมัติ โครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อการบริหารทางการเงินด้วยวงเงินที่ใช้ไม่เกิน 120 ลบ. จำนวนหุ้นไม่เกิน 22 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 9.79% ระยะเวลา 6เดือน ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.66-30 มี.ค.67  

ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรสะสมเท่ากับ 466.21 ลบ. มีหนี้สินถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่เริ่มซื้อหุ้นคืนเท่ากับ 51.8 ลบ. นอกจากนี้ยังมีกระแสเงินสด 357.21 ลบ.และมีอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียน 12.29เท่า จึงมีสภาพคล่องส่วนเกินเพียงพอตาการซื้อหุ้นคืน 

ส่วนเหตุผลของการซื้อหุ้นคืน เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนหรือผู้ถือหุ้นของบริษัท ในศักยภาพการสร้างรายได้และกำไรในอนาคตของบริษัท รวมถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท